การทดลองฟิลาเดลเฟีย

การทดลองฟิลาเดลเฟียจริงหรือหลอก?
 
 
ในบรรดาการทดลองต่าง ๆ ของสหรัฐฯตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา การทดลองฟิลาเดลเฟีย (Philadelphia Experiment หรือ Project Rainbow) เป็นหนึ่งในหัวข้อที่น่าสนใจที่สุด เพราะมันถือเป็นการทดลองเทคโนโลยีล่องหนครั้งแรกของโลก และผลที่เกิดจากการทดลองตามที่เล่าลือกันมานั้นก็น่าสนใจเกินกว่าที่ใครจะมองข้าม แต่ปัญหามีอยู่ว่า การทดลองดังกล่าวนั้นเคยเกิดขึ้นจริงหรือไม่ หรือนั่นเป็นเพียงนิยายวิทยาศาสตร์ที่ถูกเล่าขานและอ้างอิงอย่างสมจริงสมจังเกินไปเท่านั้น?
 
เรื่องมันมีอยู่ว่า…
 
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง สหรัฐนาวีได้พยายามคิดค้นเทคโนโลยีที่จะทำให้เรือของกองทัพไม่สามารถถูกตรวจจับได้โดยเรดาร์ของฝ่ายตรงข้าม โดยการใช้ทฤษฎีของไอน์สไตน์ที่เรียกกันว่า Unified Field Theory ในการควบคุมและเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ระหว่างความถ่วง สภาวะแม่เหล็ก และคลื่นไฟฟ้า (ซึ่งเชื่อกันว่านั่นจะทำให้สามารถย้ายความถ่วงและมวลสารได้ แต่ทฤษฎีนี้ไม่สมบูรณ์ ไอน์สไตน์จึงขอถอนออกในเวลาต่อมา)
 
การทดลองครั้งแรกนั้นทำกันที่น่านน้ำบริเวณฐานทัพเรือฟิลาเดลเฟีย ในวันที่ 22 กรกฎาคม 1943 บนเรือพิฆาตคุ้มกันของนาวีสหรัฐชื่อเรือ Eldridge ซึ่งถูกติดตั้งอุปกรณ์ที่เรียกว่า Time Zero Generator และเครื่องกำเนิดแม่เหล็กไฟฟ้า 4 เครื่อง มีนายทหารชั้นสูงเฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ที่ฝั่งและเรือลำอื่นที่ลอยลำอยู่ห่าง ๆ
 
 
ในขณะที่การทดลองครั้งแรกเริ่มขึ้น มีหมอกควันสีเขียวปรากฏปกคลุมทั่วลำเรือ แล้วเรือทั้งลำก็หายวับไปจากสายตาของผู้สังเกตการณ์ทั้งหลาย แต่ผิวน้ำบริเวณที่เรือ Eldridge เคยล่องอยู่นั้นยังคงเป็นรอยท้องเรือลึกลงไป เมื่อเวลาผ่านไปประมาณยี่สิบนาทีเรือดังกล่าวก็กลับมาปรากฏอีกครั้ง แต่ลูกเรือทั้งหมดบนเรือมีอาการคลุ้มคลั่งเหมือนเป็นบ้า วิ่งกันพล่านอย่างไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ บ้างร้องไห้ ตะโกนโวยวาย บ้างก็หัวเราะไม่หยุด พวกเขาให้การณ์ว่าไม่สามารถมองเห็นผู้สังเกตการณ์เลยสักคนแม้แต่ในขณะที่เรือกลับมาแล้ว และหลายคนเห็นสถานีทหารเรือที่นิวพอร์ต รัฐเวอร์จิเนีย ซึ่งอยู่ห่างจากการทดลองถึง 965 กิโลเมตร นอกจากนั้นยังมีคนจำนวนหนึ่งในนิวพอร์ต เห็นเรือ Eldridge ไปปรากฏอยู่แถวนั้นด้วยเช่นกัน
 
หลังจากมีการปรับปรุงแก้ไขเครื่องมือบางอย่าง พวกเขาก็ทำการทดลองกันอีกครั้งในสามสัปดาห์ต่อมา คือวันที่ 12 สิงหาคม โดยมีเรือ SS Andrew Furuseth แล่นคู่ไปด้วยทำหน้าที่ควบคุมการทดลอง และเปลี่ยนลูกเรือชุดใหม่ทั้งหมด (ขณะนั้นมีเรือ SS Maley บังเอิญล่องอยู่แถวนั้นจึงเห็นเหตุการณ์ด้วยเช่นกัน) เมื่อเริ่มการทดลองทุกอย่างก็คล้าย ๆ ครั้งแรก และดูเหมือนจะไปได้ดี เมื่อเรือเริ่มหายไปจากสายตาเห็นเพียงโครงร่างบนผิวน้ำ แต่แล้วก็เกิดแสงวาบขึ้นแล้วเรือนั้นก็หายไปโดยสิ้นเชิงถึง 4 ชั่วโมง โดยไม่สามารถติดต่อได้ และเมื่อเรือ Eldridge กลับมาปรากฏตัวในสภาพไม่สมประกอบเท่าไหร่ เหล่าเจ้าหน้าที่ก็รีบเข้าไปตรวจสอบทันทีและต้องตกตะลึงกับสิ่งที่เห็น นั่นคือ ลูกเรือหลายคนถูกไฟลุกไหม้ตามลำตัว บางคนถูกดูดจนร่างกายติดกับพื้นเรือ บางคนร่างกายถูกหลอมรวมไว้กับผนังเรือเหมือนกับผิวหนังได้กลายเป็นโลหะบางอย่าง มีคนหนึ่งโชคดีที่แขนติดอยู่กับข้างเรือเท่านั้น เขายังไม่ตายแต่ต้องตัดแขนเพื่อแยกตัวออกจากเรือ มีหนึ่งคนที่หายสาบสูญไปเลย และลูกเรือทั้งหมดคล้ายจะเสียสติไปเสียแล้ว
 
 
หลังจากนั้นก็ยังมีการทดลองครั้งสุดท้ายอีกในเดือนตุลาคม โดยครั้งนี้ไม่ใช้ลูกเรือ แต่ใช้รีโมทคอนโทรลบังคับการดำเนินงานต่าง ๆ แทน (ที่จริงแค่ใช้สายเคเบิลผูกติดกับคันบังคับเปิดปิด) เมื่อเครื่องมือทำงาน เรือ Eldridge ก็ได้หายไปจากฟิลาเดลเฟีย โดยมีพยานจำนวนมากพบเห็นมันไปปรากฏที่ ท่าเรือในนอร์ฟอล์ก รัฐเวอร์จิเนีย ประมาณ 15 นาทีก่อนที่จะหายไป ต่อมาเรือ Eldridge ก็กลับมาที่ฟิลาเดลเฟียอีกครั้งโดยไม่มีใครปิดเครื่อง แต่เครื่องสร้างสนามแม่เหล็กหยุดทำงานของมันเอง เมื่อเข้าไปตรวจสอบพบว่าอุปกรณ์ต่าง ๆ มากกว่าครึ่งหนึ่งหายไป ในที่สุดราชนาวีสหรัฐต่างก็ต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีนี้ยังไม่สมบูรณ์และไม่สามารถทำให้สมบูรณ์ได้ในเวลาอันสั้น มันอันตรายเกินกว่าจะเสี่ยง จึงตัดสินใจระงับโครงการนี้ไป
 
แน่นอนว่าเรื่องนี้ฟังดูเร้าใจและน่าตื่นเต้นมาก แต่คิดอีกทีก็ดูเหมือนนิยายวิทยาศาสตร์จริง ๆ ลองมาดูกันว่ามีความจริงเท็จอยู่มากน้อยแค่ไหน โดยการพิจารณาเป็นส่วน ๆ ไป…
 
 
1. เรือพิฆาตคุ้มกันที่ชื่อว่า Eldridge มีจริงหรือไม่?
 
– มีจริง เรือลำนี้สร้างขึ้นที่อู่ต่อเรือของบริษัทต่อเรือแห่งหนึ่งในรัฐนิวเจอร์ซี่ วางกระดูกงูเมื่อ 22 กุมภาพันธ์ 1943 ใช้เวลาสร้าง 6 เดือน 1 วัน และถูกส่งมอบให้กองทัพเรือสหรัฐเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 1943 จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการทดลองครั้งแรกในวันที่ 22 กรกฎาคม 1943 เมื่อเป็นดังนี้ หากข้อมูลวันที่อย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ผิดพลาด ก็แปลว่าการทดลองนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจริง
 
 
 
2. เคยมีการทดลองเกี่ยวกับแม่เหล็กไฟฟ้าบนเรือจริงหรือไม่?
 
– ก็เคยมีจริงอีก แต่การทดลองที่ใกล้เคียงที่สุดคือการทดลองสร้างเรือกวาดทุ่นระเบิด (เรือที่ใช้ในการทำให้ทุ่นระเบิด เกิดการระเบิดห่างจากเรือนั้นมากพอที่จะไม่เป็นอันตราย) โดยใช้วิธีเพิ่มสนามแม่เหล็กในตัวเรือด้วยการเดินสายไฟเสริมตามดาดฟ้าเรือและใต้ท้องเรือ ส่วนเรื่องการทำให้เรือรอดพ้นจากการตรวจจับของเรดาร์นั้น ก็มีการคิดสร้างอยู่เหมือนกันแต่ยังคงเป็นความฝันอยู่ ณ ขณะนั้น
 
 
3. แล้วเรื่องการทดลองฟิลาเดลเฟียเกิดขึ้นตอนไหน?
 
– เกิดขึ้นเมื่อ Morris K. Jessup เซลส์แมนขายอะไหล่รถยนต์ ผู้กำลังศึกษาปริญญาเอกด้านดาราศาสตร์ฟิสิกส์ เกิดฟลุคเพราะหนังสือที่เขาเขียนเกี่ยวกับ UFO (The Case For the UFO) เกิดขายดี และเขาก็เป็นคนที่เชื่อเกี่ยวกับทฤษฎี Unified Field Theory ของไอน์สไตน์มาก ดังนั้นระหว่างที่เขาเดินทางไปพบปะนักอ่านตามเมืองต่าง ๆ เขาจึงยกเรื่องนี้ขึ้นมาอ้างอิงเสมอ
 
 
จนกระทั่งวันที่ 13 มกราคม 1956 เขาได้รับจดหมายจาก Carlos Miguel Allende เขียนเล่าเรื่องการทดลองที่เกิดขึ้นกับเรือ Eldridge โดยอ้างว่าเรือนี้ถูกเคลื่อนย้ายด้วยวิธี Teleported จากฟิลาเดลเฟียไปนิวพอร์ตภายในเวลาไม่กี่นาที และอ้างว่าเขาเป็นลูกเรือคนหนึ่งของเรือ SS Andrew Furuseth จึงเห็นเหตุการณ์ตอนนั้น จากนั้นเรื่องเล่าของ Carlos Miguel Allende ก็ถูกตีพิมพ์เผยแพร่ออกไป เกิดเป็นความเชื่อที่สมจริงสมจังขึ้น
 
 
4. มีลูกเรือ Eldridge ที่ยืนยันเรื่องนี้ได้หรือไม่?
 
– ด้วยความเชื่อที่เกิดจากคำกล่าวอ้างของ Carlos Miguel Allende ทำให้มีผู้สนใจค้นหาความจริงมากมาย และมีการหาตัวผู้ที่เคยเป็นลูกเรือ Eldridge มาสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี 1943 โรเบิร์ต เชียร์ ผู้เคยประจำการในเรือ Eldridge ในปี 1945 กล่าวว่า “ผมไม่เคยได้ยินเรื่องราวแบบนั้นมาก่อนเลย และผมคิดไม่ออกเลยว่ามันจะเกิดขึ้นได้อย่างไร มันน่าจะเป็นไปได้แค่ในนิยายเท่านั้น” นอกจากนี้ผู้ที่เคยอยู่ในกองทัพคนอื่น ๆ ก็ให้การในลักษณะเดียวกันกับเชียร์
 
 
5. พยานที่พบเห็นเรือ Eldridge ในนิวพอร์ต มีจริงหรือไม่?
 
– มีคนพบเห็นเรือ Eldridge ปรากฏที่นิวพอร์ตจริง แต่มีข้อมูลที่น่าสนใจจากเอ็ดเวิร์ด ดัดเจียน ผู้รับราชการในกองทัพเรือระหว่างปี 1942-1945 กล่าวว่า เวลา 5 ทุ่มของวันที่ถูกกล่าวอ้าง เรือ Eldridge ออกจากฟิลาเดลเฟียไปยังนิวพอร์ตเพื่อบรรทุกระเบิด “ก็แน่นอนว่ามันต้องหายไปจากฟิลาเดลเฟียแล้วไปปรากฏอยู่ที่นิวพอร์ตล่ะครับ” เขาหัวเราะ แต่เรื่องที่คนทั่วไปคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้คือ หากดูในแผนที่การจะเดินทางจากฟิลาเดลเฟียไปนิวพอร์ตต้องใช้เวลาสองวัน แต่มีคนเห็นเรือ Eldridge อยู่ในนิวพอร์ต และกลับมายังฟิลาเดลเฟียในเวลาไล่เรี่ยกันได้อย่างไร เอ็ดเวิร์ดให้คำตอบในเรื่องนี้ว่า “ทหารเรือเราใช้คลองเชสปิกเดลาแวร์เป็นเส้นทางลัด เราใช้เวลาเดินทางกันแค่ 6 ชั่วโมงเท่านั้นครับ”
 
 
6. แล้วทำไมมีผู้คนเชื่อเกี่ยวกับการทดลองฟิลาเดลเฟียกันอย่างกว้างขวาง ถ้ามันไม่เคยเกิดขึ้นจริง?
 
– เพราะมีนักเขียนชื่อวิลเลียม มัวร์ และ ชาร์ลส์ เบอร์ลิตซ์ เขียนหนังสือเรื่อง The Philadelphia Experiment : Project Invisibility ขึ้นมาในปี 1979 และอ้างว่าเป็นเรื่องจริง อีกสามปีต่อมาก็มีผู้เขียนนิยายเรื่อง Thin Air ขึ้นมาอีกซึ่งกล่าวถึงประสบการณ์สยองขวัญบนเรือ Eldridge เหมือนกัน และยังเคยมีผู้ทำภาพยนต์เกี่ยวกับเรื่องนี้อีกหลายครั้งจนกลายเป็นความปลูกฝังความเชื่อไป ซึ่ง บ็อบ ริคคาร์ด นักค้นคว้าเรื่องลึกลับให้คำวิจารย์เกี่ยวกับหนังสือและเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นว่า “มันเป็นเรื่องที่อ่านแล้วสนุกดี แต่ไม่มีมูลความจริงหรือพยานหลักฐานเลยสักนิดเดียว”
 
 
สรุปแล้วเรื่องของการทดลองฟิลาเดลเฟียก็เป็นแค่เรื่องเล่าที่สร้างความสนุกสนานตื่นเต้นให้กับผู้ฟังเท่านั้น แต่หากสืบเสาะหาความจริงแล้วจะพบว่าเรื่องนี้ไม่มีโอกาสเกิดขึ้นได้เลยในยุคนั้น เพราะแม้แต่ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีก้าวหน้ากว่ามาก การเคลื่อนย้ายวัตถุขนาดใหญ่ หรือการทำให้ล่องหนก็ยังคงเป็นความมหัศจรรย์สำหรับมนุษย์อยู่ดี…
 
แอดมิน

comments

You can leave a response, or trackback from your own site.

ถ้าไม่อยากเปิดเผยตัวตน เม้นท์ตรงนี้ก็ได้จ้า