การทดลองแบบผี ๆ ที่พระราชวังแฮมป์ตันคอร์ต

 
มันเป็นเรื่องไม่จริงเลยที่เชื่อกันว่านักวิทยาศาสตร์จะต้องไม่เชื่อเรื่องผีหรืออะไรก็ตามที่ไม่สามารถอธิบายได้ อันที่จริงแล้วพวกเขาค่อนข้างให้ความสนใจมากทีเดียว การศึกษาเรื่องผีอย่างเป็นทางการนั้นมีมานานแล้ว เพียงแต่พวกเขาไม่ได้เรียกผี ว่า “ผี” ตรง ๆ ซะทีเดียวเพราะมันฟังดูไร้แก่นสารเกินไปหน่อย และแอดมินก็ออกจะเชื่อว่านักวิทยาศาสตร์ก็กลัวผีเหมือนกัน (หรืออย่างน้อยแอดมินก็กลัว)

เรามาฟังนิยามเกี่ยวกับผีกันสักหน่อยก่อน ในภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ให้คำนิยามเกี่ยวกับผีคล้าย ๆ กันดังนี้

ผี (ghost) หมายถึง สิ่งที่มนุษย์เชื่อว่ามีสภาพลึกลับ มองไม่เห็นตัว แต่อาจปรากฏเหมือนมีตัวตนได้ มีทั้งดีีและไม่ดี (บ้างก็ให้คุณ บ้างก็ให้โทษ)

คำที่ใกล้เคียงกับผี และมักเข้าใจว่าเป็นสิ่งเดียวกันก็คือ วิญญาณ (soul/spirit) หมายถึง สิ่งที่เชื่อว่ามีอยู่ในร่างกายเมืีอมีชีวิต แต่เมื่อตายแล้วจะล่องลอยออกจากร่างและไปเกิดใหม่


[วีดีโอจากกล้องวงจรปิดตรงทางออกประตูหนีไฟของพระราชวังแฮมป์ตันคอร์ต แสดงให้เห็นบุคคลประหลาดที่มองดูไม่เหมือนมนุษย์ สวมชุดคลุมโบราณ เปิดและปิดประตู ตรวจสอบและยืนยันว่า บุคคลในภาพเป็นบุคคลนิรนาม ไม่มีใครเคยพบเห็นมาก่อนและไม่ใช่เจ้าหน้าที่ จึงเชื่อกันว่าอาจจะเป็นผี ในขณะที่หลายคนมองว่าเป็นแค่เรื่องล้อเล่น (2003)]
 
แต่ในทางพุทธศาสนา วิญญาณ ไม่ได้มีความหมายเดียวกับผี วิญญาณในทางพุทธ หมายถึง การรับรู้ การรู้แจ้งอารมณ์จิต คือ ความรู้เมื่ออายตนะภายในและอายตนะภายนอกมากระทบกัน เช่น เมื่อสายตามองเห็นภาพ ก็เกิดอารมณ์รู้ว่าเป็นภาพอะไร (ดังนั้น วิญญาณในทางพุทธจึงไม่เท่ากับ ghost, soul หรือ spirit)

วันนี้เราจะมาพูดกันในเรื่องของผีตามความหมายทั่วไป (ก็คืออะไร ๆ ที่น่ากลัวนั่นแหละ) เมื่อใคร ๆ ก็พูดเรื่องผีกันทั่วโลกไปหมด นักวิทยาศาสตร์คงปฏิเสธไม่ได้ที่จะหาความจริง พวกเขาตามล่าผีกันบ่อยทีเดียว มันถูกอธิบายไว้ในหลายรูปแบบ ด้วยความรู้หลายแขนง ทั้งทางฟิสิกส์ และ จิตวิทยา 

มีครั้งหนึ่งทีมนักวิจัยได้เข้าไปพิสูจน์หาความจริงกันที่พระราชวังแฮมป์ตันคอร์ต (Hampton Court Palace) ประเทศอังกฤษ ซึ่งขึ้นชื่อว่าผีดุที่สุด เพราะที่นั่นเป็นสถานที่เก่าแก่ เป็นที่ประทับของราชวงศ์อังกฤษมานานกว่า 500 ปี  มีประวัติศาสตร์ชวนสยองมากมาย และเคยเป็นที่ประทับของพระนางแคทเทอรีน โฮเวิร์ด (Catherine Howard) พระชายาของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 พระนางถูกจับได้ว่าแอบมีชู้ จึงถูกนำไปประหารชีวิต ก่อนตายพระนางหวาดกลัวมากและพยายามอ้อนวอนขอชีวิต แต่ก็ถูกลากออกไปตามทางเดินพระราชวัง

 
จนถึงทุกวันนี้ยังคงมีผู้คนมากมายรายงานว่าพบเห็นผีของพระนางแคทเทอรีนในชุดสีขาวอยู่บ่อยครั้งมาก นอกจากนี้ยังมีปรากฏการณ์แปลก ๆ เกิดขึ้นในวังมากมาย (ปัจจุบันพระราชวังแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญและโด่งดัง เพราะล่ำลือกันว่าเฮี้ยนมาก) คนที่ไปเยี่ยมชมต่างรู้สึกได้ เช่น เห็นร่างเงาหรือร่างโปร่งแสงของผู้คนในอดีตอยู่ตามจุดต่าง ๆ บางพื้นที่ของพระราชวังให้ความรู้สึกขนลุกชันอย่างรุนแรงโดยไม่มีสาเหตุ บางครั้งอุณหภูมิก็ลดลงต่ำอย่างกะทันหัน สำหรับบางคนถึงขั้นรู้สึกวิงเวียนและหมดสติไปเลย และตอนกลางคืนมักมีผู้อ้างว่าได้ยินเสียงกรีดร้องของผู้หญิงดังแว่วมา เรียกได้ว่าผู้รักษาการ หรือเฝ้ายามที่นั่นเจอกันจนชิน
 
ด้วยปูมหลังและเรื่องเล่าต่าง ๆ ทำให้ศาสตราจารย์ไวส์แมน นำทีมนักวิจัยหลายแขนงเข้าไปไล่ล่าสิ่งที่เรียกว่า “ผี” ในที่นั้นอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อ ค.ศ.1999 ปฏิบัติการครั้งนี้ทำทั้งในเชิง ตามล่าผีจริง ๆ โดยใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่เชื่อว่าจะมีประโยชน์ในการตรวจสอบ เช่น กล้องจับความร้อน เซ็นเซอร์จับสนามแม่เหล็ก สนามไฟฟ้า และติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับเท่าที่จะคิดออกเอาไว้มากมาย และยังมีการทดสอบในเชิงจิตวิทยาด้วย โดยใช้ทีมงานและอาสาสมัครจำนวนมากกว่า 600 คน ในจำนวนนี้ มีทั้งคนที่เชื่อ กึ่ง ๆ จะเชื่อ และไม่เชื่อ ในเรื่องเหนือธรรมชาติ
 
 
ก่อนเริ่มภารกิจ อาสาสมัครแต่ละคนจะต้องทำแบบสอบถามเสียก่อน เพื่อทำการแยกแยะว่า ใครเชื่อ ใครไม่เชื่อ เกี่ยวกับเรื่องผี จากนั้นก็แบ่งอาสาสมัครออกเป็นสองกลุ่ม และทีมงานก็จะบอกให้กลุ่มหนึ่งฟังว่า พื้นที่ตรงไหนที่จะเข้าไปนั้นมีรายงานเหตุการณ์ประหลาด หรืออุปกรณ์ตรวจจับเจอสิ่งที่ผิดปกติเหนือธรรมชาติ แต่ไม่บอกกับอีกกลุ่ม จากนั้นก็ปล่อยให้สาอาสมัครทั้งหมดเข้าไปล่าผี คือ ช่วยกันตรวจสอบว่าตรงจุดไหนมีผี หรือปรากฏการณ์ประหลาดบ้าง
 
ผลการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องผี ๆ ครั้งยิ่งใหญ่นี้พอจะสรุปได้ว่า
 
– คนที่กลัวและเชื่อเรื่องผีอยู่แล้ว มีโอกาสที่จะเจอผี หรือเจออะไรประหลาด ๆ มากกว่าคนที่ไม่เชื่อหรือไม่กลัว (แบบนี้เองที่เขาพูดกันว่าผีมักจะหลอกคนที่กลัว)
 
– กลุ่มอาสาสมัครที่ได้รับการบอกเล่าเรื่องผีก่อนที่จะเข้าไปสำรวจพื้นที่ มักจะรายงานว่าเจอผีมากกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับการบอกเล่าไว้ก่อน
 
– อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ติดตั้งเอาไว้ ไม่พบสิ่งผิดปกติใด ๆ ที่บ่งชี้ได้อย่างแน่ชัดว่าเป็นผี ตำแหน่งที่มีรายงานว่าพบผีมากที่สุดมักมีเหตุผลที่อธิบายได้ เช่น เป็นจุดที่ได้รับผลกระทบจากลม หรือเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิเพราะโครงสร้างของพระราชวัง และความเข้มของแสงเฉพาะจุด ที่ตรวจหาสาเหตุได้ เป็นต้น
 
 
จากที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้นักล่าผีกลุ่มนี้สรุปว่า ปรากฏการณ์ “ผีสิง” ในพระราชวังแห่งนี้ เป็นผลมาจากกระบวนการด้านจิตวิทยามากกว่า เช่น เมื่อมีการล่ำลือเรื่องผี ผู้ที่มาเยี่ยมชมก็มีความเชื่ออยู่ในใจว่าจะเจอผี พอพบอะไรผิดปกตินิดหน่อยก็เหมาเอาว่าเป็นผี เพราะคำบอกว่าของผู้อื่นนั้นสามารถสร้างผี ให้เกิดขึ้นในจิตใจของผู้ที่เชื่อได้ ทั้งนี้ สิ่งที่เรียกว่าผีนั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุ อาจมีทั้งเรื่องจริง(ซึ่งยังไม่ได้รับการพิสูจน์) และสิ่งที่เกิดจากจิตใต้สำนึกของผู้ที่หวาดกลัว
 
หลังจากนั้นก็มีการทดสอบในทำนองเดียวกันนี้อีกหลายแห่ง โดยมุ่งเน้นไปในสถานที่ ๆ เล่าลือกันว่าผีดุ ปรากฏว่าการทดลองทั้งหมดได้ผลลัพธ์ออกมาในทำนองเดียวกันทั้งสิ้น นั่นคือ…
 
ไม่เคยมีอุปกรณ์ใดตรวจพบผีอย่างจริงจัง ทุกเหตุการณ์ล้วนมีคำอธิบาย แต่คนกลัวผีก็จะเห็นผี และจุดไหนที่มีข้อมูลเรื่องผี ก็จะมีคนพบเห็นผีตรงจุดนั้นมาก แม้บางครั้งนักวิจัยจะให้ข้อมูลเท็จก็ตาม
 
 
แอดมิน
 
ขอบคุณข้อมูล ดร.นำชัย ชีววิวรรธน์
Sarakadee Magazine September 2012
http://www.thefreedictionary.com/ghost
 
Image: http://www.hrp.org.uk/HamptonCourtPalace
http://www.evanevanstours.co.uk/hampton-court.htm
http://www.britain-magazine.com

comments

You can leave a response, or trackback from your own site.

One Response to “การทดลองแบบผี ๆ ที่พระราชวังแฮมป์ตันคอร์ต”

  1. Treize says:

    คิดไปเองกันทั้งนั้นเบยยย

ถ้าไม่อยากเปิดเผยตัวตน เม้นท์ตรงนี้ก็ได้จ้า