กินอาหารปรุงสุก…ทำให้เรากลายเป็นมนุษย์!

ผลงานวิจัยล่าสุดชี้ให้เห็นว่า การกินอาหารดิบเป็นเหตุให้สัตว์มีพัฒนาการทางสมองต่ำ!!!

เพราะอาหารดิบนั้นย่อยและดูดซึมยาก และให้พลังงานน้อยเกินกว่าที่จะทำให้สมองเติบโต การปรุงอาหารจึงเป็นกุญแจสำคัญของการเป็นมนุษย์ ผู้มีวิวัฒนาการทางสมองสูงสุดอย่างทุกวันนี้…

มนุษย์มีความแตกต่างจากสัตว์ที่เป็นบรรพบุรุษของเราที่สังเกตเห็นจากภายนอกไม่กี่อย่าง เช่น เรามีขนตามตัวสั้น มีแขนสั้น ปากและฟันเล็กกว่า แต่นักวิจัยเกี่ยวกับวิวัฒนาการทั่วโลกต่างเห็นพ้องต้องกันว่า สิ่งที่ทำให้เราแตกต่างจากสัตว์อื่น ๆ อย่างแท้จริงคือขนาดสมองที่ใหญ่ ซึ่งทำให้เรากลายเป็นสัตว์สังคมที่มีวิวัฒนาการสูงสุด

คำถามที่ตามมา อันเป็นข้อสงสัยที่นักวิทยาศาสตร์ยังคงพยายามหาคำตอบคือ อะไรเป็นปัจจัยหรือเงื่อนไขที่ทำให้สมองของบรรพบุรุษมนุษย์พัฒนาใหญ่ขึ้นมาก และใหญ่เป็นสองเท่าของญาติสนิทของเรา ซึ่งก็คือ ลิง อุรังอุตัง และชิมแปนซี

ผลการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ถูกเผยแพร่ในนิตยสาร PNAS เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2012 โดยให้น้ำหนักไปทางการสนับสนุนสมมติฐานที่ว่า สิ่งที่มีผลกระทบต่อขนาดของสมองมากกว่าปัจจัยทางสังคมและสิ่งแวดล้อมทั้งปวงก็คือ “อาหาร”

บรรพบุรษของเราค้นพบสิ่งที่ทำให้เกิดการก้าวกระโดดทางวิวัฒนาการครั้งใหญ่ คือ “การปรุงอาหารให้สุก” ต้องยกความดีความชอบให้แก่พ่อครัวยุคดึกดำบรรพ์คนแรกที่คิดค้นสูตรนี้ขึ้นมา เพราะอาหารสุกนั้น ย่อยง่าย ดูดซึมเร็ว และให้แคลอรี่สูงกว่าอาหารดิบมาก ร่างกายสามารถนำสารอาหารต่าง ๆ ที่ต้องการไปใช้ได้อย่างเต็มที่

[สมองของ ลิง ชิมแปนซี และ มนุษย์ (ซ้ายไปขวา)]

อาหารดิบนั้นไม่สามารถเอื้อประโยชน์ในการเติบโตของสมองและกล้ามเนื้อได้มากนัก เพราะมันให้เปลี่ยนเป็นพลังงานได้น้อย แถมยังย่อยยาก ยิ่งตัวใหญ่ สมองใหญ่ ยิ่งต้องใช้พลังงานมาก และนั่นหมายถึงเราต้องใช้เวลามากขึ้นในเรื่องกิน ทั้งจะต้องออกไปหา ทั้งยังจะต้องเอามากินอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายและสมองที่ใหญ่

[ระยะเวลาต่อวันที่ไพรเมทต้องใช้ไปในการกินอาหารดิบ 
เพื่อประคับประคองร่างกายและสมองในขนาดของตน]

แน่นอนว่าไม่มีไพรเมทชนิดใดสามารถหาอาหารมาประทังความต้องการของร่างกายมากกว่าวันละ 8 ชั่วโมง กอริลลาต้องหาอาหารเฉลี่ยเกือบ ๆ 8 ชั่วโมง และบางทีก็เกือบ ๆ 9 ชั่วโมง เพราะการกินอาหารที่ดิบ ทำให้ต้องกินอาหารในปริมาณมาก ทำให้ตัวโตกว่าคนถึง 3 เท่า แต่กลับมีสมองเล็กกว่า ซึ่งในกระบวนการวิวัฒนาการ สัตว์จำเป็นต้องเลือกว่าอยากจะตัวใหญ่ หรืออยากจะสมองใหญ่ เลือกทั้งสองอย่างไม่ได้ เพราะพลังงานจากอาหารไม่เพียงพอ

ดังนั้น สรุปได้ว่า การที่มนุษย์สามารถพัฒนาขีดความสามารถของสมองและขนาดของสมองให้ใหญ่ขึ้นมากเมื่อเทียบกับขนาดตัวนั้น ไม่ได้เกิดจากข้อยกเว้นทางธรรมชาติแต่อย่างใด แต่เกิดจากมนุษย์มีการคิดค้นการปรุงอาหารให้สุก และกินอาหารสุกเป็นหลัก ทำให้มนุษย์ได้รับพลังงานมากขึ้น และใช้เวลาในการหาอาหารน้อยลงมาก

สมองของมนุษย์เมื่อเทียบกับสัดส่วนของร่างกายแล้วมีมวลเพียง 2% ของมวลร่างกายเท่านั้น แต่กลับใช้พลังงานจากการเผาผลาญอาหารสูงถึง 20% ของพลังงานที่ได้จากอาหารทั้งหมด ข้อได้เปรียบของเราคือการมีขนาดตัวที่เล็กกว่า ทำให้มนุษย์มีพลังงานเหลือเก็บไว้ในร่างกายเพียงพอที่จะทำให้เกิดวิวัฒนาการทางสมองจนอยู่ในระดับสูงกว่าสัตว์อื่น ๆ ทั้งหมด

แอดมิน
http://www.popsci.com/science/article/2012-10/
human-ancestors-raw-diet-meant-tough-tradeoffs-between-brawn-and-brains

comments

You can leave a response, or trackback from your own site.

ถ้าไม่อยากเปิดเผยตัวตน เม้นท์ตรงนี้ก็ได้จ้า