ก่อนถึง"Zero Minute"ที่ฮิโรชิม่า(I)

ก่อนถึง “Zero Minute” ที่ฮิโรชิม่า (I)


ปลายสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อนาซีพ่ายแพ้ต่อพันธมิตรอย่างย่อยยับแล้ว ญี่ปุ่นยังคงประกาศว่าจะต่อสู้ต่อไปจนกว่าจะสิ้นทหารคนสุดท้าย ประธานาธิบดีแฮรี่ เอส. ทรูแมน แห่งสหรัฐฯเล็งเห็นว่า การที่จะรบกันต่อไปจนญี่ปุ่นเหลือทหารคนสุดท้ายนั้น แม้จะทำได้ก็ไม่ง่ายเลย กว่าจะกวาดล้างทหารญี่ปุ่นหมด สหรัฐฯ คงต้องสูญเสียทหาร พลเรือน และทรัพยากรไม่น้อย ดังนั้นเพื่อพิชิตญี่ปุ่นให้เร็วที่สุด โดยสหรัฐฯแทบไม่ต้องสูญเสียอะไรเลย ต้องใช้แผน “ซีโร่ มินิต” เท่านั้น
วันที่ 5 สิงหาคม 1945 เวลา 14.00 น.
ตั้งแต่ยืดเกาะทีเนียนทางตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกมาได้เมื่อปี 1944 เกาะนี้ก็ถูกเปลี่ยนเป็นฐานทัพอากาศที่ใหญ่ที่สุดในโลกทันที และฐานทัพอากาศแห่งนี้ก็เก็บซ่อนความลับสุดยอดไว้มากมาย

[เจ้าหนู ลิตเติ้ล บอย แห่งกองทัพสหรัฐฯ]

ในมุมหนึ่งของฐานทัพ มีการคุ้มกันจุดนี้อย่างหนาแน่นด้วยการวางปืนกล แนวปืนใหญ่ และทหารมากมายพร้อมรบ ในเวลา 14.00 น. ของวันนั้น บางสิ่งที่ถังขยะสีเทาทึมขนาดใหญ่กว่าปกติถูกเข็นออกจากโรงเก็บเครื่องบิน ไปยังเครื่องบินทิ้งระเบิดแบบ B-29 ที่จอดรออยู่ด้วยการระมัดระวังอย่างเต็มที่ จากนั้นก็ถูกนำขึ้นสู่ท้องเครื่องบินได้อย่างเหมาะเจาะ มีการวางทหารพร้อมอาวุธครบมือเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดที่สุด นั่นเป็นเพราะมันไม่ใช่ถังขยะธรรมดา แต่บรรจุสิ่งที่มีมูลค่ามหาศาล อันเกิดจากการทำวิจัยติดต่อกันมานานกว่า 3 ปี ด้วยค่าใช้จ่ายสูงถึง 2,000 ล้านดอลล่าร์ มันคืออาวุธลับสุดยอดของสหรัฐฯ และนับจากนี้อีกไม่ถึง 12 ชั่วโมง ระเบิดมหาประลัยที่มีชื่อน่า ๆ รัก อย่าง “ลิตเติ้ล ลอย (เจ้าหนูน้อย)” ลูกนี้ จะต้องเดินทางไปฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น
วันที่ 6 สิงหาคม 1945 เวลา 00.01 น.
ชายคนหนึ่งผู้กำลังยืนอยู่บนพื้นยกสูง กำลังมองดูกลุ่มชายฉกรรจ์ที่จะร่วมเดินทางด้วยเครื่องบินไปกับเขาในอีกสองสามชั่วโมงข้างหน้านี้ เขาคือ พันเอกพอล วอร์ฟีลด์ ทิบเบต ชายบึกบึนวัย 30 ปี คิ้วดกหนา และคางเหลี่ยมอย่างคนดุดัน เขาเป็นทหารที่เจนศึกทางอากาศเหนือน่านฟ้าเยอรมนี ชายกลุ่มนี้ถูกคัดเลือกมารับการฝึกหนัก 11 เดือน โดยไม่มีใครรู้ว่า เขาได้รับการฝึกเพื่อภารกิจอันใด ได้รับการบอกเพียงว่า “ภารกิจของพวกเขาคือ การทำให้สงครามสงบลงในทันที”

[เครื่องบินรบ B-29]

ทิเบตประกาศว่า ในอีกสองสามชั่วโมงนับจากนี้ หนึ่งในสามเมืองใหญ่ของญี่ปุ่น จะถูกถล่มด้วยระเบิดที่มีอำนาจทำลายล้างสูงเท่ากับการบินโจมตีทิ้งระเบิดถึง 2,000 เที่ยวบิน มีเป้าหมายในการโจมตีตามลำดับคือ ฮิโรชิม่า-โคกูร่า-นากาซากิ
โดยเครื่องบินทิ้งระเบิดสามลำจะบินไปยังเป้าหมายล่วงหน้าหนึ่งชั่วโมงก่อนการโจมตี และรอฟังรายงานสภาพอากาศจากหน่วยบัญชาการ เมืองที่มีสภาพอากาศสดใสที่สุดจะถูกเลือกเป็นเป้าหมายแรกในการโจมตี จากนั้นมีการแจกแว่นกรองแสงให้กับทุกคน เพราะแสงสว่างที่จะเกิดขึ้นจากการระเบิด มีความเข้มข้นสูงกว่าดวงอาทิตย์ที่มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษเสียอีก

[เครื่องบินอีโนล่า เกย์ และ พันเอก พอล วอร์ฟีลด์ ทิบเบต(Paul Warfield Tibbets)]

ในขณะเดียวกัน ห่างจากที่นั่น 14,000 กิโลเมตร ประธานาธิบดีทรูแมน กำลังโดยสารอยู่บนเรือ ยูเอส. เอส. ออกัสต้า กลางมหาสมุทรแอตแลนติก กำลังเดินทางกลับบ้านหลังเสร็จสิ้นการประชุมปอร์ตสดัม คอนเฟอร์เร้นซ์ ในเยอรมนี และเพิ่งได้รับรายงานก่อนหน้านี้หนึ่งวันว่า ภารกิจปรมาณูจะเริ่มบินไปยังเป้าหมายวันนี้ เวลา 2 นาฬิกา 45 นาที ตามเวลาเกาะทิเนียน
การตัดสินใจที่จะใช้ระเบิดปรมาณูนี้ดำเนินไปอย่างไม่มีข้อเคลือบแคลงใด ๆ เนื่องจากประธานาธิบดีทรูแมนไม่เหลือทางเลือกอีกแล้ว พิจารณาจากการเปิดฉากรบครั้งที่ผ่าน ๆ มา ญี่ปุ่นมีแผนการรบที่แข็งขันและสู้ตาย เพื่อป้องกันเกาะต่าง ๆ ของตน กว่าจะยึดมาได้แต่ละเกาะต้องใช้กำลังพลมากมาย (แม้ญี่ปุ่นจะเสียหายมากกว่า) ประธานาธิบดีทรูแมนจึงเห็นว่าการบุกโจมตีแผ่นดินแม่ของญี่ปุ่น จะต้องเสียหายยับเยินมากกว่านี้ ทหาร และพลเรือนผู้บริสุทธิ์ของทั้งสองฝ่าย จะล้มตายจนประเมินค่าไม่ได้ จึงได้แต่ฝากความหวังไว้กับเจ้าหนูน้อย ลิตเติ้ล บอย ในซองเก็บระเบิดใต้เครื่องบิน B-29 อย่างเต็มที่
วันที่ 6 สิงหาคม 1945 เวลา 02.27 น.
ก่อนเริ่มออกปฏิบัติภารกิจ ลูกเรือทุกคนในกองบินได้รับมอบภารกิจให้พยายามเก็บภาพเหตุการณ์ไว้ใด้ได้มากที่สุด เพื่อที่เช้าวันถัดไป จะต้องสามารถกระจายข่าวไปทั่วโลกได้อย่างทั่วถึง

[อีโนล่า เกย์ พร้อมลูกเรือ]

เมื่อพร้อมแล้ว บรรดาลูกเรือต่างพากันปีนขึ้นประจำตำแหน่งบนเครื่องบิน B-29 พันเอกทิบเบต หันมาโบกมือให้ทุกคนก่อนผลุบหายไปในตัวเครื่อง เครื่องบินลำนี้ได้ชื่อว่า อีโนล่า เกย์ ตามชื่อแม่ของเขา ซึ่งใต้ท้องของมันมีระเบิดที่อันตรายที่สุดนอนนิ่งอยู่ ดังนั้น การบินขึ้น จะต้องไม่มีอะไรผิดพลาดทั้งสิ้น ไม่เช่นนั้นฐานทัพอากาศที่ใหญ่ที่สุดแห่งนี้ พร้อมทั้งเกาะทีเนียน จะไม่เหลืออะไรให้เห็นอีกต่อไป
ทิบเบตตื่นเต้นกับภารกิจนี้เป็นพิเศษ แต่เขาก็สามารถนำอีโนล่า เกย์ ขึ้นได้อย่างยอดเยี่ยมราบรื่น ต่อมา B-29 อีกสองลำก็ทะยานตามขึ้นไป ลำที่สองเต็มไปด้วยช่างภาพ และลำที่สามบรรทุกผู้สังเกตการณ์ ไม่นานเครื่องบินทั้งสามก็ลับขอบฟ้าไป เริ่มต้นการบินระยะทาง 2,500 กิโลเมตร ไปยังแผ่นดินญี่ปุ่น จนขณะนั้น ยังไม่มีใครรู้ว่าเมืองใดจะเป็นเมืองแรกในการโจมตี
วันที่ 6 สิงหาคม 1945 เวลา 02.50 น.
ที่ตำแหน่งเหนือน่านฟ้าเมืองฮิโรชิม่า
แม้เมืองฮิโรชิม่าจะมีการพรางไฟยามค่ำคืนในช่วงเวลาสงคราม แต่ชีวิตในฮิโรชิม่าก็ยังคงเป็นปกติสุขอยู่พอสมควร โรงหนังบางแห่งยังคงเปิดบริการ แต่ข้าวปลาอาหารค่อนข้างขาดแคลน สิ่งที่ฮิโรชิม่ามีความโชคดีเหนือเมืองอื่น ๆ ในญี่ปุ่น ได้แก่ การไม่เคยถูกโจมตีทางอากาศมาก่อนเลย แต่ถึงกระนั้นก็มีการเกณฑ์นักเรียนในโรงเรียนต่าง ๆ มารื้อบ้านบางหลังออก เพื่อป้องกันไฟลุกลามในกรณีเกิดการโจมตีทางอากาศขึ้น แต่สิ่งนั้นก็ยังไม่เคยเกิดขึ้นที่ฮิโรชิม่า

[เมืองฮิโรชิม่า ก่อนถูกถล่มด้วยปรมาณู]

เมื่อสองสัปดาห์ก่อน นายกเทศมนตรีของเมืองได้รับหลาหลานสาวมาเลี้ยงที่นี่ เพราะจัดว่าเป็นที่ปลอดภัยกว่าทุกแห่ง ด้วยมีข่างลือว่า แม่ของประธานาธิบดีทรูแมนถูกจับตัว แล้วนำมาขังไว้ที่เมืองนี้ ยิ่งสร้างความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยของเมืองนี้ให้ชาวฮิโรชิม่ายิ่งขึ้น แต่ข่าวลือนั่นเองที่เป็นผลร้ายต่อชาวเมือง เพราะเป็นแรงจูงใจให้ประธานาธิบดีทรูแมนต้องใส่ชื่อเมืองนี้เป็นเป้าหมายอันดับต้น ๆ ของการโจมตีตามแผนซีโร่มินิต
วันที่ 6 สิงหาคม 1945 เวลา 03.00 น.
ผู้การเดค พาร์สัน มีหน้าที่ตรวจดูความพร้อมของระเบิดมหาประลัยลูกนี้ก่อนหย่อนลงเป้าหมาย ไม่มีงานไหนจะเสี่ยงภัยเท่างานนี้อีกแล้ว มีเพียงผู้ช่วยคนเดียงที่ถือไฟฉายส่องทางให้ และยังต้องบีบตัวให้เล็กลงเพื่อเคลื่อนที่ไปตามซอกแคบ ๆ ข้างลำตัวสีเทาของเจ้าลิตเติ้ลบอย เขาเริ่มเตรียมความพร้อมของมันด้วยเครื่องมือที่เตรียมมา และยังต้องรายการกลับไปยังฐานบัญชาการทุกระยะ โดยมีแผนการปฏิบัติงาน 13 ขั้นตอน แม้จะมีความสั่นสะเทือนจากตัวเครื่อง และความวุ่นวายภายนอก แต่เขาก็ต้องมีสมาธิ เพราะหากมีสิ่งใดคลาดเคลื่อนไปแม้แต่น้อย ย่อมหมายถึงหายนะของภารกิจทั้งหมด

[ผู้การเดค พาร์สัน ผู้ตรวจสอบความพร้อมของระเบิด]

ที่กองบัญชาการบนเกาะทีเนียน นาลพลฟาเรลนั่งฟังรายงานทางวิทยุอย่างต่อเนื่อง เมื่อใดที่พาร์สันปฏิบัติงานไปถึงขั้นตอนที่ 8 คือ การเชื่อมโยงกันสายการยิง เสียงรายงานของเขาก็จะขาดหายสิ้นสุดลงไป เมื่อนั้น ทุกคนที่กองบัญชาการภาคพื้นดินก็มั่นใจว่า พาร์สันคงปฏิบัติภารกิจลุล่วงไปได้แล้ว หรือไม่ก็ระเบิดตัวเองกับอีโนล่า เกย์ แหลกละเอียดไปแล้ว
วันที่ 6 สิงหาคม 1945 เวลา 05.00 น.
ภายในกำแพงวังสูงล้อมรอบด้วยกำแพงหนาทั้งสี่ด้านนั้น สมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโต โอรสแห่งสวรรค์ ประทับมองท้องฟ้าอยูเงียบ ๆ หลังจากบรรทมไม่หลับมาหลายคืน บัดนี้พระองค์ดูไม่เหมือนสมมติเทพอีกต่อไปแล้ว เพราะเอาแต่ดำเนินไปอย่างเลื่อนลอยในเขตพระราชวัง ด้วยเครื่องทรงเก่า ๆ และรองเท้าแตะ พระพักตร์บูดบึ้ง เพราะตระหนักรู้ว่าญี่ปุ่นกำลังจะแพ้สงคราม แม้ทุกฝ่ายทั้งทหารและคณะมนตรีจะกำลังพยายามหาทางออกอย่างเต็มที่

[สมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโต]

พระองค์ตั้งความหวังไว้ที่รัสเซีย ซึ่งยังคงวางท่าทีแนวสันติต่อญี่ปุ่น ทำคล้ายกับว่าอยากจะฉีกสัญญาที่ทำไว้กับพันธมิตรทิ้งเสีย นาโอตาเกะ ซาโตะ เอกอัครราชฑูตญี่ปุ่น ได้พยายามเปิดการเจนจากับรัสเซียหลายครั้งแต่ก็ล้มเหลวทุกครั้ง พระองค์จึงมีความเห็นว่าวิธีที่ดีที่สุด คือการยอมแพ้โดยไม่มีเงื่อนไข และได้ส่งโทรเลขมายังโตเกียวว่า หากยังขืนสู้ต่อไป กรุงโตเกียวก็รังแต่จะกลายเป็นเถ้าถ่าน…
วันที่ 6 สิงหาคม 1945 เวลา 08.09 น.
บนเครื่องบินอีโรล่า เกย์ ที่ 9,000 เมตร เหนือฮิโรชิม่า
เมื่อมีรายงานอากาศมาว่า ทัศนวิสัยเหนือฮิโนชิม่าแจ่มใส อีโนล่า เกย์ ก็มุ่งหน้ามายังเมืองนี้ และจากร่องเมฆที่เปิดกว้าง ทำให้สามารถมองเห็นใจกลางเมืองได้อย่างชัดเจน จึงบินวนอยู่สองรอบโดยไม่ได้รับการขัดขวางแต่อย่างใด เมื่อทิเบตปรับทิศทางการบินตรงเข้าสู่ใจกลางนครฮิโรชิม่าทันที

[ใจกลางเมืองที่สงบสุข ไม่ล่วงรู้ถึงภารกิจซีโร่มินิตแม้แต่น้อย]


วันที่ 6 สิงหาคม 1945 เวลา 08.31 น.
แม้ว่าชาวฮิโรชิม่าจะได้รับสัญญาณเตือนภัยทางอากศ แต่ก็ไม่ค่อยมีใครให้ความสนใจนัก(เพราะชินแล้ว) รถรางยังคงวิ่งข้ามสะพานหมายเลข 49 โดยมีผู้โดยสารแน่นขนัด เพื่อเดินทางไปทำงานตามปกติ ทหาร 43,000 กำลังออกกำลังกายกลางแจ้งตามการฝึก คนงานกำลังหลั่งไหลไปทำงานในโรงงาน พยาบาลกำลังฝึกซ้อมการใช้หอกไม้ไผ่เสี้ยมแหลมแทงหุ่นข้าศึก หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นพาดหัวด้วยคำขวัญตัวโตเพื่อปลุกใจชาวเมืองตามเคย

[ผู้คนในเมืองฮิโรชิม่า ประกอบกิจวัตรประจำวันตามปกติ ก่อนการระเบิด]


วันที่ 6 สิงหาคม 1945 เวลา 09.11 น.
5 นาทีก่อนถึงเวลา Zero Minite
พันตรีทอม เฟียบี ทีมงานทิ้งระเบิด ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นมือระเบิดที่ยอดเยี่ยมที่สุดประจำกองทัพอากาศสหรัฐฯ (มีผลงานการโจมตีที่ดีเยี่ยมถึง 63 ครั้ง) กำลังใช้กล้องตาเดียวเล็งหาจุดทิ้งระเบิด แล้วก็พบว่าสะพานข้ามแม่น้ำโอตะ น่าจะเป็นเป้าหมายสำคัญในการโจมตีครั้งนี้ เนื่องจากอยู่ในจุดบรรจบกันของแควสองสาย ทำให้มีรูปร่างคล้ายตัวที น่าจะเป็นเป้าเล็งที่ดีที่สุด เขาตะโกนบอกทุกคนให้ทราบ เมื่อได้รับสัญญาณแล้ว ทิบเบตกสั่งทุกคนให้สวมแว่นตากรองแสงทันที

[จุดทิ้งระเบิด แม่น้ำโอตะ ใจกลางเมืองฮิโรชิม่า]

เวลา 09.13 น. เฟียบีก็กดสวิตช์ปล่อยระเบิดทันที เสียงสัญญาณเตือนภัยดังโหยหวนขึ้น อีก 15 วินาทีตรง ลิตเติ้ลบอยก็จะลอยละลิ่วลงสู่เป้าหมาย ชะตากรรมของฮิโรชิม่ากำลังจะถูกตัดสิน  (อ่านต่อตอนที่2)

แอดมิน
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : ทวีชัย สุวพานิช

comments

You can leave a response, or trackback from your own site.

3 Responses to “ก่อนถึง"Zero Minute"ที่ฮิโรชิม่า(I)”

  1. Roy Mustang says:

    จ๊ากกกกก อ่านไปก็ลุ้นไป แทบจะหยุดหายใจ ชอบจริงๆ เรื่องแบบนี้

  2. เหอ ๆ คุณ Roy Mustang อย่าเพิ่งหยุดหายใจไปซะก่อนนะคะ เดี๋ยวไม่มีใครอ่านบล็อก ^^”

  3. Great article! We are linking to this great article on our website.
    Keep up the great writing.

ถ้าไม่อยากเปิดเผยตัวตน เม้นท์ตรงนี้ก็ได้จ้า