ก่อนละครจะจบลง

เราเกิดมากันทำไมครับ

ฟังเพลง The Show (Lenka) แล้วทำให้ผมจินตนาการถึงภาพๆ หนึ่ง(ไม่เกี่ยวกับเนื้อหาในเพลง) มันเป็นภาพของประตูที่มีคนต่อแถวยาวเพื่อเข้าชมอะไรบางอย่างที่พวกเขารู้ว่ามันแสนจะสุดยอด แม้ไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่มีข้อแม้อยู่ว่า ทุกคนจะต้องจ่ายค่าตั๋วเข้าชมด้วยการรับเอาความโชคร้ายไปคนละอย่างหรือหลายอย่าง จึงจะมีสิทธิ์เข้าชมได้ แต่ด้วยความที่อยากชมมากทุกคนก็ไม่ปฏิเสธ รีบจ่ายค่าตั๋วแล้วเดินผ่านประตูมาทันที
พอโผล่พ้นธรนีประตูก็กลายเป็นว่าต้องมาเกิดบนโลกใบนี้ หลายคนยอมรับได้กับค่าตั๋วราคาแพงที่ได้จ่ายไปและพยายามใช้เวลาให้คุ้ม ชื่นชมความสวยงาม ทุกอย่างที่พระเจ้าสร้างไว้ต้อนรับการมีชีวิต แต่บางคนอาจเสียดายค่าตั๋วซะจนไม่มีกระจิตกระใจจะชมละคร ใช้เวลาไปกับความทุกข์และความเสียดายตั้งแต่ต้นจนจบ
ผมก็เป็นคนหนึ่งในกลุ่มคนพวกนั้น ละครเรื่องนี้ให้อะไรผมบ้างรู้มั้ยครับ?
ผมได้รู้จักความรักของพ่อแม่ที่หาอะไรเปรียบได้คงยาก
ผมได้ลงเล่นน้ำตก เที่ยวทะเล ขึ้นภูเขา และสถานที่อื่นๆ ที่เชื่อว่านอกโรงละครคงไม่มี
ผมได้นั่งมองท้องฟ้า ดอกไม้ ทุ่งหญ้า ถ้าพระเจ้าเป็นผู้สร้างสิ่งนี้ขึ้นมาจริง ท่านก็สร้างได้ประณีตมาก
ผมได้รู้จักกับเพื่อนคนหนึ่งที่ประกาศว่าชีวิตของผมมีค่าเทียบเท่ากับชีวิตของเขา
ผมได้รักคนๆ หนึ่งอย่างสุดหัวใจ
นี่ยังไม่รวมเรื่องแสนวิเศษอื่นๆ อีกมากมายที่โรงละครสมนาคุณให้แก่ผม
เราเกิดมากันทำไม ไม่มีใครตอบได้ตรงใจหรอกครับ
ใช่ สุดท้ายมันจะจบลง แต่…
ถ้าหากการเกิดมาบนโลกนี้เหมือนการได้ซื้อตั๋วมาชมละครสั้นๆ สักเรื่องหนึ่ง
ผมเชื่อว่าผมคงจะยอมจ่ายทุกอย่างที่มีเพื่อให้ได้ชมละครเรื่องนี้ครับ
โลฟครับ
|
|
|
สมมติว่ามีคนให้ปากกาคุณด้ามหนึ่ง…
มันเป็นปากกาหมึกสีที่ยังไม่เปิดใช้
คุณไม่สามารถมองเห็นว่ามันมีหมึกอยู่เท่าไหร่
มันอาจแห้งลงทันทีที่ทดลองเขียนข้อความไปได้ไม่กี่คำ
หรือใช้ได้นานพอที่จะสร้างผลงานชิ้นเลิศชิ้นหนึ่ง หรือหลายชิ้น
อันจะคงอยู่ชั่วนิรันดร์ และเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ มากมาย
คุณจะไม่มีวันรู้ถ้าไม่ได้เริ่มต้น
กติกาของเกมนี้คือ “คุณจะไม่มีวันรู้เด็ดขาดจนกว่าจะลงมือทำ!”
อันที่จริงไม่มีกติกาข้อไหนคอยบอกว่าคุณต้องทำอะไร
แทนที่จะหยิบปากกาขึ้นมาใช้
คุณสามารถทิ้งมันไว้บนหิ้งหรือในลิ้นชัก
จนกระทั่งหมึกแห้งไปเองโดยไม่ถูกใช้งานก็ได้
แต่ถ้าคุณตัดสินใจใช้มัน
คุณจะทำอย่างไรกับมัน…คุณจะเล่นเกมนี้อย่างไร?
คุณจะวางแผนแล้ววางแผนอีกก่อนที่จะเขียนคำลงไปสักคำ
หรือแผนของคุณอาจจะยืดยาวเสียจนคุณไม่สามารถลงมือเขียนได้เสียที
หรือว่าคุณจะถือปากกาไว้ในมือแล้วลงมือเขียนทันที
พยายามตามให้ทันสายธารอันยักเยื้องของถ้อยคำที่นำพาคุณไปยังจุดที่มันต้องการ
หรือคุณจะเขียนด้วยความรอบคอบและระมัดระวังราวกับว่าหมึกจะแห้งลงภายในอึดใจ
หรือคุณจะแสร้งทำเป็นเชื่อว่าปากกาด้ามนี้สามารถเขียนได้ไปชั่วนิรันดร์
คุณจึงเขียนไปตามความเชื่อนั้น
แล้วคุณจะเขียนเกี่ยวกับอะไร?
ความรัก? ความเกลียดชัง? ความสนุกสนาน? ความเศร้า? ชีวิต? ความตาย?
ไม่เขียนถึงอะไรเลย? เขียนถึงทุกอย่าง?
คุณจะเขียนเพื่อให้ตัวเองพอใจ? หรือให้คนอื่นพอใจ?
หรือให้ตัวเองพอใจด้วยการเขียนเพื่อคนอื่น?
สำนวนของคุณจะเป็นแบบขลาดกลัวหรือหาญกล้า?
แต่งแต้มด้วยถ้อยคำสละสลวยหรือเรียบง่าย?
คุณจะเพียงแค่เขียนหรือเปล่า
คุณมีปากกา ทว่าไม่มีกติกาข้อไหนบอกว่าคุณจำเป็นต้องเขียน
คุณจะใช้มันสเก็ตช์ภาพไหม?
เขียนหวัดๆ วาดขยุกขยิก หรือวาดลายเส้น?
คุณจะเขียนไปตามเส้นบรรทัดหรือเหนือเส้นบรรทัดไหม?
หรือไม่ตรงตามบรรทัดเลย แม้ว่าความจริงจะมีเส้นบรรทัดอยู่ก็ตาม?
หรือว่าจะไม่มีเส้นบรรทัดอยู่จริง?
เรื่องนี้ยังมีอะไรให้ขบคิดอีกมากมายใช่ไหม
เอาล่ะ ทีนี้สมมติว่ามีใครบางคนให้ชีวิตแก่คุณ…
เดวิด เอ. เบอร์แมน

comments

You can leave a response, or trackback from your own site.

ถ้าไม่อยากเปิดเผยตัวตน เม้นท์ตรงนี้ก็ได้จ้า