ขบวนการแหกตาที่"กล้ามาก"

การสร้างเรื่องตลกที่กล้ามาก
วิลเลียม ฮอเรซ เดอ เวเร โคล(William Horace de Vere Cole)คือบุคคลที่สามารถทำให้โลกต้องจดจำเขาได้นานแสนนานด้วยความสามารถในการ”แหกตา”ชั้นเซียนของเขา
โคลถือกำเนิดในปี ค.ศ.1881 ในครอบครัวที่มีเชื้อสายแองโกล-ไอริช ที่มีฐานะร่ำรวย ในวัยเยาว์ได้เข้าเรียนในโรงเรียนชั้นนำของอังกฤษ และเข้าเรียนเรียนต่อในวิทยาลัยตรินิตรี เคมบริดจ์ และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของพฤติกรรมแหกตาอันเลื่องลือของเขา…
ครั้งหนึ่ง โคลได้ข่าวว่าองค์สุลต่านแห่งแซนซิบาร์เสด็จมาเยือนบริเทน เขานึกสนุก จึงอยากสวมรอยเป็นคณะสุลต่าน เขาส่งโทรเลขไปยังนายกเทศมนตรี แจ้งว่าท่านสุลต่านจะมาเยี่ยมชมเมืองเคมบริดจ์
เมื่อถึงกำหนด เขากับเพื่อนสนิทชื่อเอเดรียน สตีเฟน (สตีเฟนเล่นเป็นสุลต่าน ส่วนโคลเล่นเป็นล่าม) ก็ก้าวลงจากรถไฟในชุดเสื้อคลุมประจำชาติอย่างเต็มยศ พร้อมใบหน้าที่เมคอัพ มีบรรดาข้าราชการเคมบริดจ์ยืนรอต้อนรับอยู่ที่ชานชาลามากมาย
พวกเขาได้พาสุลต่านและล่ามปลอมตระเวนชมมหาวิทยาลัย ทั้งสองเบิกบานกับการทัวร์มาก จนเผอิญว่ามีสุภาพสตรีสูงวัยท่านหนึ่ง เคยเป็นมิชชันนารีในแอฟริกา ได้ออกจากของสนทนากับสุลต่านเป็นภาษาพื้นเมือง ด้วยความหัวไว โคลรีบอ้างว่าผู้ที่จะคุยเป็นการส่วนตัวกับสุลต่านได้นั้น จะต้องเป็นนางในฮาเร็มของท่านสุลต่านเท่านั้น ทั้งสองจึงรอดตัวไปได้อย่างเรียบร้อย จนกระทั่งล่ำลาขึ้นรถไฟเสด็จกลับ โดยไม่มีใครจับได้เลยสักคน
ปฏิบัติการล้อเล่นที่เสี่ยงมากขนาดนี้ หากเป็นคนทั่วไปคงไม่กล้าทำอีกเป็นครั้งที่สอง แต่สำหรับโคล เขากลับมองว่ามันตื่นเต้นและสนุกสนานมาก…
ในปี 1910 เรือรบหลวง HMS Dreadnought อันเกรียงไกร และเป็นที่ภาคภูมิใจของราชนาวีอังกฤษ ได้แวะเทียบท่าที่อ่าวเวย์เมาธ์ ระหว่างนั้น ผู้บัญชาการเรือ เซอร์ วิลเลียม เมย์ ได้รับเอกสารจากกระทรวงการต่างประเทศว่า จักรพรรดิแห่งอบิสซีเนียพร้อมข้าราชบริพารจะมาเยี่ยมชมเรือลำนี้ ท่านผู้บัญชาการเรือจึงสั่งให้เตรียมการต้อนรับอย่างเต็มที่ ทั้งกองเกียรติยศและวงดุริยางค์
แต่เนื่องจากความไม่คุ้นเคยกับประเทศอบิสซีเนียที่ห่างไกล ทั้งธงและเพลงชาติที่บรรเลงถวายถึงกลายเป็นของชาติแซนซิบาร์ แต่องค์จักรพรรดิผู้สุภาพก็ไม่ได้ทรงแสดงกิริยาใด ๆ พร้อมทั้งแสดงความชื่นชมถึงความยิ่งใหญ่ของเรือเป็นอย่างดี
เมื่อสิ้นสุดการเยือน ก็มีการส่งเสด็จอย่างสมพระเกียรติ ณ สถานีรถไฟแห่งเวย์เมาธ์ แต่ระหว่างรถไฟเคลื่อนขบวนกลับกรุงลอนดอน มีผู้สังเกตเห็นว่า องค์จักรพรรดิได้เบือนพักตร์เข้าด้านใน ขณะที่โบกหัตถ์อำลาเป็นครั้งสุดท้าย แต่ก็ไม่มีใครรู้เลยว่านั่นเป็นเพราะพระองค์เกิดจาม และทำให้พระมัสสุข้างหนึ่งหลุด…
ใช่แล้ว การเยือนครั้งยิ่งใหญ่นั้นก็เป็นการแหกตาของโคลและคณะอีกเช่นเคย แท้จริงคณะจักรพรรดิและข้าราชบริพารในครั้งนั้น ประกอบด้วย แอนโธนีย์ บักซตัน, ดันแคน แกรนท์, กาย ริดลีย์, เวอร์จิเนีย วูลฟ์ ผู้สวมบทเป็นเจ้าชายผู้บอบบาง และน้องชายเธอเอเดรียน สวมบทล่ามภาษาเยอรมัน ส่วน เฮอร์เบิร์ต โซลมอนเดลีย์ เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ สวมบทโดยโคลเอง
แผนการครั้งนั้นถูกวางไว้อย่างดี ภายในชื่อที่เรียกกันภายหลังว่า “เดร็ดนัฟท์” โคลคิดว่ามันยากมากที่พวกเขาจะเรียนพูดภาษาอบิสซีเนีย จึงสั่งให้แต่ละคนคิดค้นคำพูดขึ้นเองระหว่างกัน และสำหรับการแปลงโฉม เขาได้ช่างแต่งหน้าประจำตัวของ ซาราห์ เบิร์นฮาร์ดท์ นักแสดงผู้ยิ่งใหญ่ มาช่วยจัดการให้ โดยช่างแต่งหน้าเตือนว่า เมคอัพนี้อาจลบเลือนได้หากกินอาหารอย่างไม่ระวัง
เช้าวันที่จะเดินทางไปเยือนเรือหลวง โคลแต่งชุดทางการไปแจ้งแก่เจ้าหนักงานรถไฟที่สถานีแพดดิงตัน โดยอ้างว่า ตนคือ เฮอร์เบิร์ต โซลมอนเดลีย์ เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ ประสงค์ขอจัดขบวนรถไฟพิเศษสำหรับราชสำนักอบิซซีเนียไปยังเวย์เมาธ์ พร้อมทั้งขบวนเกียรติยศส่งเสด็จด้วย
หัวหน้าสถานีปฏิเสธคำขอ แต่ก็จัดโบกี้เฉพาะให้พ่วงไปกับรถปกติ แล้วสวมหมวกท็อปแฮ็ท รวบรวมพนักงานขายตั๋วกับนายตรวจไปยืนเฝ้ารับเสด็จ โดยมีพรมแดงที่หามาได้อย่างกะทันหันปูลาดตรงหน้าโบกี้พิเศษนั้น นอกจากนี้คณะแหกตายังส่งโทรเลขในนามกระทรวงฯ ไปถึงท่านผู้บัญชาการเรือ ให้ถวายการต้อนรับกษัตริย์จากอบิซซีเนียอย่างเต็มที่
ทุกอย่างดำเนินไปได้อย่างดี กระทั่งเวลาน้ำชา ทุกคนดื่มชาตามปกติ แต่บรรดาเจ้าชายแห่งอบิซซีเนียปฏิเสธที่จะเสวย เพราะกลัวเมคอัพหลุด โดยโคลอ้างว่าเป็นธรรมเนียมอันเคร่งครัดของอบิซซีเนียที่จะรับประทานวันละเพียงสองมื้อเท่านั้น
จากนั้นก็มีวิกฤตการณ์เข้ามาอีก เมื่อหัวหน้าเจ้าหน้าที่ประจำเรือที่ไม่รู้เกี่ยวกับการมาเยือนครั้งนี้โผล่เข้ามาอย่างกะทันหัน และพลันได้ยินสำเนียงเยอรมันจากล่ามปลอม ส่วนโคลก็สะดุ้งเพราะเจ้าหน้าที่คนนี้รู้จักกับเขาเป็นอย่างดี แถมยังคุ้นเคยกับเวอร์จิเนีย แต่เจ้าหน้าที่ผู้นั้นไม่ทันได้สังเกตเห็นโคล เพราะเขามัวแต่เพ่งความสนใจไปที่ล่าม เพราะเกรงว่าจะเป็นพวกสายลับเยอรมัน แต่อย่างไรก็ตาม โคลเริ่มเห็นท่าไม่ดี จึงรีบกล่าวลา โดยอ้างว่าเกรงจะไม่ทันเวลาสวดมนต์ซึ่งต้องขึ้นไปทำบนฝั่ง
เมื่ออยู่บนรถไฟเที่ยวที่จะกลับลอนดอน โคลยังปล่อยมุขสุดท้ายฝากไว้ โดยการบอกกับพนักงานเสิร์ฟอาหารบนรถไฟว่า ตามธรรมเนียมอบิซซีเนียนั้น พระราชาจะทรงรับของเสวยจากผู้ที่สวมถุงมือสีเทาเท่านั้น ดังนั้นพนักงานนายหนึ่งจึงถูกใช้ให้ไปหาซื้อถึงมือตามต้องการมาอย่างเร่งด่วน เพื่อว่าผู้โดยสารผู้สูงศักดิ์จะได้มีโอกาสเสวยดินเนอร์

[จากซ้าย : เวอร์จิเีนีย วูล์ฟ, ดันแคน แกรนท์, เอเดรียน สตีเฟน, แอนโธนีย์ บักซ์ตัน,
กาย ริดลีย์, วิลเลียม โคล]

หลังจากปฏิบัติการเสร็จสิ้น โคลได้รวบรวมรูปถ่ายที่ได้ร่วมถ่ายไว้กับคณะจอมปลอมส่งไปยังหนังสือพิมพ์ต่าง ๆ สร้างความเกรียวกราวและเสียงหัวเราะดังไปทั่วทั้งยุโรป แม้ทางการนาวีอังกฤษจะได้รับความอับอายเป็นอย่างมาก แต่เมื่อตรองดูแล้วก็ตัดสินใจไม่ฟ้องโคล
ครั้งหนึ่งวารสารไทม์ไลฟ์ รายงานว่า โคลเคยสวมชุดช่างสำรวจบนท้องถนนกลางกรุง เขาได้ขอร้องให้เหยื่อคนหนึ่งยืนจับเชือกข้างหนึ่งได้ แล้วลากเชือกอ้อมมุมถนน ให้ปลายอีกข้างกับเหยื่ออีกรายจับไว้ แล้วหลบหายไปเฉย ๆ ปล่อยให้คนทั้งสองยืนจับเชือกกันอยู่อย่างนั้น
อีกครั้งหนึ่งในขณะที่โคลเผอิญไปเจอกลุ่มคนงานการทางอยู่บนท้องถนนโดยไม่มีหัวหน้าควบคุม เขาก็โดดเข้าไปจัดการทันที โดยนำกลุ่มคนงานไปยังจตุรัสพิคคาดิลลี ซึ่งมีการจราจรหนาแน่น แล้วสั่งให้ขุดร่องกว้างใหญ่ตัดแนวถนน จนตำรวจจราจรต้องเหนื่อยกับการโบกรถบนถนนที่การจราจรติดขัดอยู่ทั้งวัน กว่าทางเทศบาลจะตรวจพบว่ามีหลุมขนาดใหญ่เกิดขึ้นโดยไม่มีผู้รับผิดชอบในการออกคำสั่ง
การเล่นตลกอีกอย่างหนึ่งที่โคลชอบมากคือ การชวนเพื่อนสนิทมาวิ่งแข่งกันริมถนน แล้วปล่อยให้เพื่อนวิ่งนำหน้า โดยเขาวิ่งตามไปติด ๆ เมื่อผ่านตำรวจโคลจะตะโกนว่า “ช่วยจับที มันล้วงกระเป๋าผม” ที่เด็ดคือก่อนจะออกวิ่งเขามักแอบหย่อนนาฬิกาเรือนทองใส่ลงไปในกระเป๋าเพื่อนอีกด้วย และกว่าโคลจะสารภาพว่าเป็นการเล่นตลก ก็ทำเอาเพื่อนเกือบได้ไปนั่งอยู่ในคุกนั่นแหละ
กรรมเริ่มตามสนองโคลเมื่อเขาได้แต่งงานครั้งที่สอง แล้วทราบว่าภรรยาใหม่ของเขาคลอดบุตรออกมา แต่บิดาที่แท้จริงคือจิตรกรนามว่า ออกัสตัส จอห์น จากนั้นชีวิตของเขาก็มีแต่เรื่องตลกสุดเศร้าเรื่อยมา จนในที่สุดโคลก็ถึงแก่กรรมด้วยอาการหัวใจวายในปี ค.ศ.1936 และโลกก็สูญเสียผู้สร้างสีสันไปอีกคนหนึ่ง…
แอดมิน
http://sniggle.net/cole.php

comments

You can leave a response, or trackback from your own site.

ถ้าไม่อยากเปิดเผยตัวตน เม้นท์ตรงนี้ก็ได้จ้า