ขอเล่าเรื่องผีกะเค้ามั่ง

เรื่องสยองขวัญของผม


เนื่องจากได้หยุดยาว วันนี้(วันอาทิตย์) ผมเลยถือโอกาสค้างกับแม่สักคืนหนึ่ง ที่บ้านต่างจังหวัด บรรยากาศเงียบมากเลยครับ ได้ยินแต่เสียงน้ำตก ทำให้ผมนึกถึงเรื่องผีขึ้นมา ปกติผมเป็นคนไม่ค่อยเจอผีหรืออะไรทำนองนั้นหรอกครับ แต่มีอยู่สองสามครั้ง ที่คาดว่าคงจะใช่แหง ๆ เอาน่ะ ไม่ได้ช่วยแอดมินอัพบล็อกมาตั้งนานแล้ว เอาซักหน่อย
|
|
|
เรื่องแรก เป็นเรื่องสมัยที่ผมอยู่มัธยมนะ ตอนนั้นประมาณ ม.6 ไปเที่ยวทะเลกับกลุ่มเพื่อนผู้ชาย 5-6 คน แถมยังแอบไปด้วย เพื่อนคนหนึ่งแอบเอารถยนต์พ่อขับไป ก็เล่นน้ำกันตั้งแต่สาย ๆ จนเกือบพลบค่ำ จึงพากันกลับบ้าน ผมเอาเสื้อไปเปลี่ยนด้วย เป็นคนเดียวที่ตัวแห้งก็เลยอาสาขับรถกลับ ทั้งที่ไม่มีใบขับขี่หรอก ขับก็ยังไม่เก่งแต่ด้วยความที่เป็นวัยรุ่น ไม่กลัวอยู่แล้วแค่นี้
ตัวผมเป็นคนขับ นั่งอยู่ข้างหน้าคนเดียว อีก 5-6 คน มันนั่งกระบะหมดเลยเพราะตัวเปียก ผมก็ไม่ว่าอะไร พอขับไปตามถนนที่ค่อนข้างเปลี่ยว อากาศมืดมากเหมือนฝนจะตก แล้วก็ค่ำแล้ว ข้างหน้าผมเห็นผู้หญิงชาวบ้านนุ่งผ้าถุงยาวกลอมเท้า จำได้ด้วยว่าสีน้ำเงินลายเขียว ผมกระพริบไฟให้เธอรู้ว่ากำลังจะมีรถผ่าน แต่พอใกล้จะผ่านอยู่แล้ว เจ๊แกเล่นถลาออกมากลางถนน เพื่อนผมที่นั่งกระบะก็โวยวายกันใหญ่ ผมก็ตกใจสิ เหยียบเบรกจมเลย รถหมุนกลางถนน โชคดีพวกเพื่อน ๆ ผมมือเหนียวมาก ไม่มีใครตกลงไปจากกระบะรถเลยซักคน
พอรถหยุด ทุกคนกระโดดลงมาจากกระบะ ถามว่า “เฮ้ย ชนมั้ย ๆ ตายมั้ยวะ” บางคนก็กร่นด่าด้วยความตกใจแทบไม่เป็นภาษาคน ผมลงไปดูใต้ท้องรถก่อนเลย เพราะกะว่าชนชัวร์ ๆ ใกล้ซะขนาดนั้น บางคนบอกว่าไม่ชนมั้ง เพราะไม่รู้สึกกระแทกอะไร ก็ดูกันทั้งใต้รถ ตามถนน ก็ไม่เห็นมีอะไรเลย หรือว่าจะกระเด็นตกไปข้างถนน ถึงตอนนี้บางคนลงความเห็นว่าควรชิ่งล่ะครับ ไม่มีใครเห็นนี่ แต่ใจหนึ่งผมกลัวว่าเผื่อเจ๊แกยังไม่ตาย ยังไงก็หาให้เจอก่อนเหอะ
ฟ้ามืดแล้วผมเอาไฟฉายในรถส่องดูแถวข้างทาง เพื่อนคนอื่นช่วยกันดู แต่มันผิดปกติมาก ทุกคนเห็นคนตัดหน้ารถ แต่ไม่มีใครรู้สึกว่ารถชนกระแทกอะไร สถาพรถไม่มีรอยบุบ ถนนไม่มีรอยเลือด ไม่มีศพ ไม่มีคน ไม่มีรอยอะไรเลย เมื่อตรวจดูสภาพที่เกิดเหตุแล้ว ตีความหมายได้อย่างเดียวครับ…ผีหลอกแล้ว
|
|
|
อีกเรื่องนึง เจอตอนอยู่ปีสอง ผมเรียนคณะวิทยาศาสตร์ ผมไม่ได้เรียนอะไรเกี่ยวกับการแพทย์หรอก แต่ว่าไอ้ตึกเรียนผมมันดันรวมอยู่กับไอ้คณะแพทย์พอดี ชั้นล่างเป็นห้องผ่าตัดอาจารย์ใหญ่(ศพ) ชั้นสองเป็นห้องแล็บเคมี ขอบคุณพระเจ้าครับ ใครเป็นคนจัดห้องวะเนี่ย ถ้าผมอยากอยู่ใกล้ ๆ ศพ ผมก็เลือกเรียนหมอไปแล้วสิเว้ยเฮ้ย สรุปว่า ก่อนไปเรียนเคมีผมต้องเดินผ่านห้องอาจารย์ใหญ่ขึ้นไป และส่วนนั้นเป็นส่วนที่วังเวงมาก เพราะปกตินักศึกษาคณะอื่น ๆ ที่รู้ว่ามีอะไร ก็จะไม่ไปสถิตอยู่แถวนั้น ทำให้บรรยากาศเป็นโถงทางเดินเงียบ ๆ เวลาเดินผ่านจะได้ยินเสียงรองเท้าตัวเองกับพื้น หลอนตัวเองอีก
มีอยู่อาทิตย์นึง ผมนัดสอบแล็บกับอาจารย์วันอาทิตย์ เพราะติดกิจกรรมบางอย่างทำให้เข้าสอบตามปกติไม่ได้ วันนั้นไม่ใช่วันเรียนปกติ คนยิ่งน้อยกว่าเดิม แถวนั้นไม่มีคนเลย ตึกนั้นมันออกแบบสลับซับซ้อนมาก ตามฮวงจุ้ยอะไรไม่รู้ แต่วังเวงมาก ๆ
ขณะที่ผมกำลังจะขึ้นบันไดไปชั้นสอง ผมได้ยินเสียงคน เดินลงมา เหมือนจะเป็นผู้หญิงเพราะได้ยินเสียงส้นรองเท้าแบบคัทชูผู้หญิงดัง แก๊ก แก๊ก แก๊ก… เป็นจังหวะแบบคนลงบันไดแบบเร่งรีบ เหมือนเข้ามาใกล้มาก ผมหยุดเดิน เพราะมันเป็นช่วงพักหักมุมบันไดพอดี กลัวว่าจะชนเธอเข้า แต่เสียงนั้นก็ยังดัง แก๊ก แก๊ก แก๊ก… ไม่โผล่ซักที ผิดปกติและ มันนานเกินไป
ผมเดินขึ้นไปต่อ พยายามชิดอีกมุมนึงไว้ เพราะเสียงเหมือนเธอลงมาแบบเร็วมาก ผมเดินมาถึงชั้นสอง โดยไม่สวนกับใครเลยครับ… เฮ้ยยย เป็นไปได้ยังไง เสียงดังฟังชัดซะขนาดนั้น …ผีหลอก อีกและ
|
|
|
เรื่องสุดท้าย ผมเพิ่งเจอเมื่อประมาณปีที่แล้ว อันนี้ค่อนข้างเวอร์และสมจริงสมจังมาก จนผมเองยังคิดว่าอาจจะหลับแล้วฝันไปวูบหนึ่ง ตอนนั้นผมไปร่วมงานเชงเม้งที่บ้านเพื่อน เขาก็จัดไหว้ผีกันตามปกติของคนไทยเชื้อสายจีน ผมไม่รู้ ผมไปรอกินอย่างเดียว
ขณะที่ผมกำลังนั่งแทะไก่ชิล ๆ อยู่ที่ม้านั่งหิน ตรงหน้าบ้านจะมีถนนคอนกรีตแคบ ๆ ตัดผ่าน แบบถนนในหมู่บ้านนั่นแหละ ตอนนั้นกลางวันแสก ๆ เลยด้วยครับ น่าจะสักบ่ายสอง มีคนแต่งตัวแบบนักรบโบราณ ใส่เกาะหนัง วิ่งผ่านมา วิ่งเร็วมาก แบบวิ่งหนีตายอย่างในหนังแอ็คชั่นเลย ปากก็ร้องโวยวายโหวกเหวกไปด้วย แล้วผมก็เห็นฝุ่นตลบอบอวน ฝุ่นหนามาก ๆ อย่างกับถนนดินแดง พร้อมกับคนควบม้าสามตัว ไล่ตามชายคนนั้น รู้สึกว่าพื้นสะเทือนเลยครับ ผมตกใจโดดออกจากม้านั่งหินเพราะกลัวถูกเหยียบ นึกว่าเป็นพวกนักแสดงแสงสีเสียง อะไรเทือกนี้ผ่านมา ผมมองตามแต่แล้วภาพนั้นก็เลือนไปเฉย ๆ เหมือนภาพลวงตา
ผมเข้าบ้านไปถามคนในบ้านว่าเมื่อครู่ได้ยินเสียงโวยวายกับเสียงควบม้ารึเปล่า เสียงดังขนาดนั้นปกติต้องออกไปดูกันแล้ว แต่ทุกคนบอกว่าไม่ได้ยินอะไรเลย เอ้า ผีหลอกผมอีกแล้วเรอะเนี่ย พอผมเล่าให้ฟังว่าผมเห็นคนควบม้าผ่านหน้าบ้านไปสามตัว พ่อของเพื่อนก็เชื่อผมด้วย แล้วเล่าว่าพื้นที่ตรงนั้นเดิมเป็นสนามรบ เป็นพื้นที่ดุมาก ที่แถบนั้นยี่สิบกว่าปีก่อนไม่มีบ้านคน ขายในราคาถูกมากเพราะไม่มีคนซื้อ แรก ๆ ที่เขามาปลูกบ้านแทบอยู่ไม่ได้เลย เพราะเจอแทบทุกวัน จนต้องเช่าพระเจ้าตากสินฯมาบูชา และบวงสรวงพวกผีเร่ร่อนจึงอยู่ได้และให้คุณมาก สรุปว่า ผมเจอผีนักรบกลางวันแสก ๆ ครับ…
โลฟครับ
เรื่องแบบนี้ไม่เชื่อผมก็ไม่กล้าลบหลู่นะ
(ไม่มีรูปประกอบนะไม่รู้จะหาจากไหนครับ)

comments

You can leave a response, or trackback from your own site.

One Response to “ขอเล่าเรื่องผีกะเค้ามั่ง”

  1. Hi.Tree.Ka says:

    เรา…ไม่ขอเจอสักเรื่อง ไม่กลัว แต่แค่..ไม่มั่นใจว่ารับมือไหว

ถ้าไม่อยากเปิดเผยตัวตน เม้นท์ตรงนี้ก็ได้จ้า