คนเก็บดาว

ตอนเด็ก ๆ แอดมินมีงานอดิเรกอยู่อย่างหนึ่ง คือ การตามหาดวงดาว…

ใคร ๆ ก็คงจะเคยได้ยินว่า เวลาที่เราเห็นดาวตกแล้วอธิษฐานได้ทัน คำอธิษฐานนั้นจะเป็นจริง ด้วยความสัตย์จริง แอดมินไม่เคยอธิษฐานเลยสักครั้งเดียว เพราะคิดว่ามันไร้สาระสิ้นดี มันก็ลำบากอยู่เหมือนกันกับการเป็นคนช่างฝัน ที่ไม่ค่อยจะเชื่อเรื่องเพ้อฝันแบบนั้น แต่กลับทำเรื่องที่อาจจะฟังดูไร้สาระกว่านั้นคือการพยายามตามหาเจ้าสิ่งที่มันตกลงมา มันคงฟังดูประหลาด ๆ สักหน่อยสำหรับงานอดิเรกของเด็ก เพราะตั้งแต่ที่รู้ว่ามีอุกกาบาตตกลงบนโลกนี้วันละมากมายแค่ไหน แอดมินก็คิดอยู่ตลอดเวลาว่าหนึ่งในก้อนหินนับล้านรอบ ๆ ตัวนั้นอาจมาจากนอกโลก จากนั้นก็เริ่มสะสมหินแปลก ๆ ไว้มากมายโดยหวัง(และบางครั้งก็สมมติ)ว่าพวกมันอาจจะมาจากดินแดนอันแสนไกล และพกพาเอาความทรงจำจากดาวอื่นมาด้วย

เชื่อมั้ย…เด็กน้อยคนหนึ่งเคยคิดว่ามันแปลกมากจริง ๆ ที่ไม่ค่อยมีใคร (อย่างน้อยก็ไม่มีใครที่แอดมินรู้จัก) ที่ให้ความสนใจกับเรื่องนี้ เวลาที่แอดมินเอาก้อนหินประหลาด ๆ ให้ใครสักคนดู แล้วบอกว่า “ดูสิ…นี่อาจจะเป็นอุกกาบาตจากนอกโลก” ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดที่คาดหวังได้ก็คือการไม่ถูกมองว่าบ้า ความจริงก็คือ ไม่มีใครใส่ใจนักหรอกว่าก้อนหินก้อนหนึ่งจะมาจากไหน ในเมื่อปัจจัยสำคัญในสังคมไม่ใช่เรื่องของก้อนหินจากต่างดาว เว้นแต่จะมีใครสักคนที่ดัง ๆ ประกาศว่ามันคือหินศักดิ์สิทธิ์และราคาแพงเพราะมีความสามารถงี่เง่าอะไรสักอย่างที่ฟังดูเหนือธรรมชาติ

สำหรับแอดมินแล้ว ความพิเศษของวัตถุชิ้นหนึ่งอาจไม่ใช่เพราะว่ามันมีค่า หรือมีความศักดิ์สิทธิ์อะไร แต่มันมีคุณค่าเพราะเรื่องราวของมันมากกว่า อุกกาบาตก็คงเป็นหนึ่งในนั้น บางอย่างที่เราจินตนาการได้จากมัน และเรื่องราวที่มันได้ออกเดินทาง…มันยังจะมีอะไรน่าสนใจกว่านี้อีกล่ะ?

เอาล่ะ ถ้าใครเริ่มสนใจขึ้นมาบ้างแล้ว เราลองมาดูวิธีสังเกตหินอุกกาบาตแบบง่าย ๆ กันดูนะ

โดยทั่วไปแล้วอุกกาบาตที่ตกลงมายังโลกจะแบ่งได้ออกเป็น 3 ประเภท คือ อุกกาบาตหิน(stone meteorite), อุกกาบาตเหล็ก(iron meteorite), และ อุกกาบาตหินปนเหล็ก(stony iron meteorite)

ลักษณะทั่วไปของหินที่อาจคาดได้ว่าเป็นอุกกาบาตคือ

– มีลักษณะต่างจากหินที่พบอยู่ในบริเวณเดียวกันหรือบริเวณใกล้เคียง

– หนักผิดปกติ หนักกว่าหินทั่ว ๆ ไปที่มีขนาดเดียวกัน

– แข็งกว่าหินปกติ

– ผิวของมันอาจมีรอยยุบ รอยบุบ หรือแตกเป็นร่องเหมือนถูกฉีกขาด

– สีของหินคล้ำเกรียมเหมือนถูกเผาไหม้ (เพราะอุกกาบาตคือเศษที่เหลือของวัตถุที่พุ่งผ่านชั้นบรรยากาศโลกเข้ามา แล้วถูกเผาไหม้ไม่หมด)

การสังเกตอุกกาบาตประเภทต่าง ๆ อย่างง่าย ๆ

1. อุกกาบาตหิน(stone meteorite)

มักประกอบด้วยแร่ซิลิเกตกับแร่ออร์โทไพรอกซีน อุกกาบาตชนิดนี้แม้ดูแล้วจะเหมือนกับหินทั่ว ๆ ไป แต่ผิวจะเรียบเงากว่าหินปกติ อุกกาบาตแบบหินจะสังเกตยากที่สุด หากจะให้ทราบแน่ว่ามาจากนอกโลกหรือไม่จะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์

2. อุกกาบาตเหล็ก(iron meteorite)

อุกกาบาตชนิดนี้จะเป็นโลหะผสมเหล็ก-นิกเกิล ดูภายนอกอาจเหมือนหินที่ถูกเผาไหม้ หากนำแม่เหล็กมาทดสอบจะสามารถดูดติด แต่ส่วนมากหากตกลงมายังโลกนานแล้วอาจถูกสนิมกินจนดูยากว่าเป็นแค่เศษเหล็กหรือเป็นอุกกาบาต

3. อุกกาบาตหินปนเหล็ก(stony iron meteorite)

มีแร่ซิลิเกตกับโลหะผสมเหล็ก-นิกเกิล อุกกาบาตชนิดนี้จะมีลักษณะผสมผสาน คือ ดูคล้ายหินถูกเผา แต่ก็เรียบเงา และแม่เหล็กดูดติดได้ด้วย

นอกจากนี้ก็มีอุกกาบาตที่มีส่วนประกอบอื่น ๆ อีกมากมาย บางครั้งก็ดูธรรมดาจนเรามองไม่ออก บางอันก็อาจดูสวยโดดเด่นมากจริง ๆ ถ้าหากใครเก็บวัตถุประหลาดที่สงสัยว่าจะเป็นอุกกาบาตได้ สิ่งที่ควรทำคือนำใส่ซองพลาสติกและเขียนระบุให้ชัดเจนว่าพบที่ไหน เมื่อไหร่ และเขียนรายละเอียดต่าง ๆ กำกับไว้ให้ชัดเจน เผื่อมีโอกาสได้นำไปตรวจสอบอย่างเป็นทางการ เราก็จะได้มีข้อมูลอย่างครบถ้วน ง่ายต่อการดำเนินการ ที่จริงหินอุกกาบาตพวกนี้มีคนสะสมและนำมาประมูลขายกันมากมาย ส่วนมากจะเป็นคนต่างประเทศที่เขาค้นหากันอย่างจริงจัง ซึ่งก็น่าดีใจเหมือนกันที่ได้รู้ว่ามีคนกลุ่มหนึ่งคิดว่ามันเป็นเรื่องที่น่าสนใจดีออก

บางครั้งแอดมินก็พยายามหาเหตุผลให้ตัวเองว่าทำไมถึงสนใจเรื่องนอกโลกมาตั้งแต่เด็ก บางครั้งการที่เรามีความสนใจที่แตกต่าง ความเห็นที่แตกต่าง และความต้องการที่แตกต่าง มันก็ทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่ใช่คนของโลกนี้ และมีความสุขเล็ก ๆ กับการจินตนาการถึงจักรวาลอันกว้างใหญ่ซึ่งอาจจะมีที่ไหนสักแห่งที่เหมาะกับเรา สมัยที่แอดมินเป็นเด็กประถม ตอนนั้นเด็ก ๆ ไม่ค่อยมีความรู้แปลก ๆ มากนัก เวลาครูถามเด็ก ๆ ว่าอยากเป็นอะไร ทุกคนก็จะตอบอะไรเหมือน ๆ กัน ซึ่งก็มีอยู่ไม่กี่อาชีพหรอก เช่น หมอ พยาบาล ทหาร คุณครู ฯลฯ และทุกครั้งที่แอดมินตอบว่า อยากเป็นนักดาราศาสตร์ ครูก็จะเกิดความอึ้งเล็ก ๆ เพราะเป็นคำตอบที่แปลก และอันที่จริงตอนนั้นแอดมินก็ไม่รู้หรอกว่านักดาราศาสตร์มันคืออะไร รู้แค่ว่าพวกเขาน่าจะชอบดูดาว และคนดูดาวก็น่าจะเป็นคนที่คิดว่าโลกนี้มีแต่คนธรรมดา…มากมาย…เกินไปแล้ว

แอดมิน

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

http://aerolite.org/found-a-meteorite.htm

http://geology.com/meteorites/meteorite-identification.shtml

comments

You can skip to the end and leave a response. Pinging is currently not allowed.

3 Responses to “คนเก็บดาว”

  1. เอ้ says:

    ผมไม่ชอบอ่านหนังสือแต่ผมชอบอ่านเรื่องของคุณ ไม่รู้ผมก็เป็นคนบ้ารึว่าคุณเป็นคนที่ชวนให้คนอื่นบ้าตามได้

  2. oammaret says:

    *ผมก็เป็นหนึ่ง ที่เมื่อ2-3ปีก่อน ได้เก็บหินประหลาดยาวประมาณ 3-4 นิ้วได้มีสีดำสนิม และมีลอยรูพรุน ในไร่จึงไม่แน่ใจว่าเป็นหินอุกกาบาตหรือ และไม่รู้จะเอาไปตรวจสอบใดครับ ขอคำแนะนำหน่อยครับ

  3. tar exocsit says:

    มีคล้าย อุกกาบาตหิน เลยแต่มีน้ำ เบา
    ยาวประมาณ 3 ซม.กว้างประมาณ 1.5 ซม. สี ดำ มีลองลอยทั่วหิน

ถ้าไม่อยากเปิดเผยตัวตน เม้นท์ตรงนี้ก็ได้จ้า