ความรู้สึกเหมือนตกจากที่สูงขณะนอนหลับ

ช่วงนี้เครียดนอนไม่ค่อยหลับ หลับก็หลับไม่สนิท หลับแบบตื้น ๆ ได้ยินเสียงอะไรก็ตื่นแล้วก็ฝันแปลก ๆ เรื่อยเปื่อยมากแต่ดันจำได้ และอาการหนึ่งที่มักจะมากับอาการนอนไม่ค่อยหลับคือการที่เรานอน ๆ ไปแล้วรู้สึกว่าตกจากที่สูงบ่อย ๆ หรือบางครั้งก็เหมือนฝันว่ามีบางอย่างที่สำคัญกำลังจะตกจากที่สูงแล้วเราเอื้อมมือไปคว้าไว้แต่ไม่ทัน ทำให้เราตกใจตื่น เชื่อว่าทุกคนก็น่าจะเคยเป็น ไหน ๆ ก็เครียดแล้ว ก็ไม่อยากเครียดไปเปล่า ๆ ปลี้ ๆ เราต้องเครียดแบบมีสาระจริงมั้ย? ดังนั้น แอดมินก็เลยหาข้อมูลเกี่ยวกับความรู้สึก “ตกจากที่สูง” ในขณะหลับมาเล่าให้ฟังกัน มันคืออะไรกันแน่นะ?

 อาการที่นอน ๆ อยู่แล้วรู้สึกใจหายเหมือนตกจากที่สูง เกิดขึ้นในช่วงที่เราหลับแบบตื้น ๆ และกำลังจะเข้าสู่ภาวะหลับลึก ทางการแพทย์เรียกอาการนี้ว่า “ฮิปนิก (hypnic)” เป็นการกระตุกแบบไมโอโคลนิก (myoclonic) ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจริง ๆ แล้วมันเกิดจากอะไร แต่สันนิษฐานกันว่า ขณะที่เรากำลังจะเข้าช่วงหลับลึกนั้น กล้ามเนื้อจะเข้าสู่ภาวะผ่อนคลาย สัญญาณประสาทจากกล้ามเนื้อถูกส่งไปยังสมอง บางครั้งสมองก็เข้าใจผิด ตีความหมายสัญญาณนั้นผิด คิดว่ามันเป็นสัญญาณบอกว่าเรากำลัง “ตกจากที่สูง” (เขาบอกว่าสัญญาณประสาทขณะตกจากที่สูงหรือลงเนิน กับ ขณะผ่อนคลาย นั้นใกล้เคียงกัน) ดังนั้น เราจึงตอบสนองโดยการเกร็งกล้ามเนื้อเพื่อประคองตัว ทำให้เราสะดุ้งตื่นเพราะรู้สึกว่ากำลังตกลงจากที่สูงนั่นเอง 

เวลาที่เราหลับนั้น เราไม่ได้นอนหลับสนิทเหมือน ๆ กันตลอดทั้งคืน การหลับของเราจะแบ่งออกเป็นช่วง ๆ หมุนเวียนไปตลอดทั้งคืน แอดมินเจอเอกสารออนไลน์ฉบับหนึ่งที่เรียบเรียงข้อมูลเกี่ยวกับการนอนหลับไว้ได้ค่อนข้างละเอียดและน่าสนใจ ก็เลยเอามาให้อ่านกันด้วยค่ะ

แอดมิน

ตามเอกสารเขาก็เขียนไว้ดังนี้…

———————————————————————————

เมื่อความมืดมาเยือน เซลล์ที่จอภาพ(retina) จะส่งข้อมูลไปยังเซลล์ประสาทใน hypothalamus ที่สร้างสาร melatonin โดย melatonin นั้นจะถูกสร้างจาก tryptophan ทำให้อุณหภูมิลดลงและเกิดอาการง่วง รูปแบบการนอนหลับแบ่งออกเป็น 4 stage ตามลักษณะคลื่นสมอง โดยเมื่อเริ่มหลับคลื่นสมองจะเข้าสู่ stage 1 และหลับลึกลงเรื่อย ๆ ประมาณ 45 นาที จะเข้าสู่ stage 4 ซึ่งเป็นระยะที่หลับลึกที่สุด ภายหลังจากเข้า stage 4 ประมาณ 45 นาที การนอนจะเข้าสู่ระยะ REM (rapid eye movement) หลังจากนั้นจะกลับเข้าสู่รูปแบบเดิม ในแต่ละคืนจะมีรูปแบบการนอนเช่นนี้เกิดขึ้น 5 – 6 cycle โดย stage 3 และ 4 จะน้อยลงและ REM จะนานขึ้นในระยะหลัง

แบบแผนการนอนหลับ

ขณะตื่นคลื่นสมองเป็นแบบ Alpha waves ความถี่ 8 – 12 รอบต่อวินาที(low – voltage) และเป็นแบบความถี่ผสม(mixed frequency) เมื่อเริ่มหลับ alpha waves จะเริ่มหายไปและเข้าสู่ขั้นตอนการหลับซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ NREM (non rapid eye movement) และ REM (rapid eye movement) มีรายละเอียดดังนี้

I. NREM (non rapid eye movement)  ประกอบด้วย 1-4 stage ดังนี้

Stage 1        

(drowsiness or light sleep) เป็นช่วงหลับตื้นที่สุด ปลุกได้ง่าย มีอาการกระตุกของกล้ามเนื้อที่เรียกว่า Hypnic myoclonia คือมีอาการเหมือนตกจากที่สูง ตาจะเคลื่อนไหวช้า คลื่นสมองเป็นแบบ theta waves มีลักษณะ low-voltage จังหวะสม่ำเสมอ หลังจากนั้น 2-3 วินาที หรือ 2-3 นาที จะเข้าสู่ stage 2

Stage 2        

ระยะนี้การทำงานของร่างกายจะช้าลง ตาจะหยุดเคลื่อนไหว คลื่นสมองเป็น spindle-shaped tracing มีความถี่ 12-14 รอบต่อวินาที และ slow, triphasic waves ที่เรียกว่า K-Complex จากนั้นเข้าสู่ stage 3

Stage 3 และ Stage 4   

เป็น delta waves มีลักษณะ high voltage 0.5-2.5 รอบต่อวินาที ในช่วงนี้ปลุกให้ตื่นยากที่สุด เมื่อถูกปลุกจะตื่นแบบงัวเงียและสับสน ลืมเหตุการณ์ที่ฝันหรือเหตุการณ์เกิดขึ้นก่อนที่จะตื่น อาจก่อให้เกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น ปัสสาวะรดที่นอน (enuresis), ละเมอ (somnambulism) และ night terrors

ในคนธรรมดา NREM เป็นช่วงที่สงบเมื่อเทียบกับช่วงตื่น สรีรวิทยาในช่วงนี้ลดลงมาก ชีพจรเต้นช้า หายใจช้า ความดันโลหิตต่ำ                

II. REM (rapid eye movement)

พบว่าคลื่นสมองมีลักษณะ low-voltage, random fast activity sawtooth waves มี rapid conjugate eye movement คล้ายช่วงตื่น สมองทำงานมาก (highly active) บางทีเรียกเป็น paradoxical sleep เกิดขึ้น 90 นาทีหลังจากเริ่มหลับ เมื่อการหลับแบบ NREM จะเข้าสู่ REM ครั้งแรกนั้น พบว่าจะมีชีพจร การหายใจและความดันโลหิตสูงกว่าช่วงตื่น มีการใช้ออกซิเจนของสมองเพิ่มขึ้น แต่ไม่มีการเคลื่อนไหวของร่างกายเรียกว่าเป็นช่วงฝัน ถ้าตื่นในช่วงนี้จะจำเหตุการณ์ได้  โดยจะเกิดขึ้นทุก 90 นาทีของการนอนหลับ REM ครั้งแรกใช้เวลาน้อยกว่า 10 นาที และจะค่อย ๆ ยาวขึ้น REM ครั้งสุดท้ายอาจยาวนานถึง 40 นาที

ในช่วงแรกคลอด (neonatal period) มี REM มากกว่า 50% นอนประมาณ 16 ชั่วโมงต่อวัน เริ่มหลับก็ฝันเลย ไม่ได้ผ่าน stage 1-4 ในผู้ใหญ่ NREM 75% แบ่งเป็น stage 1(5%), stage 2 (45%), stage 3 (12%), stage 4 (13%) และ REM (25%) เมื่อเข้าสู่วัยชราทั้ง slow wave sleep และ REM ลดลง

Neurotransmitter ที่มีผลต่อการนอนหลับ

Serotonin เป็น sleep induction เกี่ยวข้องกับการนอนหลับแบบ NREM ทำให้หลับได้เร็ว และเมื่อหลับแล้วจะไม่หลับ ๆ ตื่น ๆ ถ้ามีความบกพร่องของสารนี้ จะทำให้นอนไม่หลับเป็นระยะเวลาหนึ่ง แพทย์อาจแก้ไขโดยการให้รับประทาน amino acid ที่ชื่อว่า L-tryptophan (1-15 มิลลิกรัม) ซึ่งเป็นองค์ประกอบในการสร้าง serotonin ทำให้หลับได้เร็ว ช่วยลด sleep latency และการตื่นในเวลากลางคืน (nocturnal awakenings)

Norepinephrine เกี่ยวกับการนอนหลับแบบ REM และทำให้ตื่นได้ง่าย 

Acetylcholine เกี่ยวกับการตื่นตัว และเกิด REM sleep ทำให้ REM sleep เกิดนานขึ้น อีกทั้ง acetylcholine ยังทำหน้าที่กระตุ้นเซลล์ประสาท ควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ และมีบทบาทสำคัญเกี่ยวกับการสร้างความจำ โดยพบว่าผู้ป่วยที่เป็นโรคสมองเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease) จะมี acetylcholine ในสมองน้อยกว่าคนปกติ acetylcholine มีมากในอาหาร จำพวกไข่แดง ถั่ว ข้าวไม่ขัดสี ตับ เนื้อสัตว์ต่าง ๆ ปลา นม เนยแข็ง และผักโดยเฉพาะ กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก บร็อคโคลี

Dopamine เกี่ยวกับตื่นตัวและการเกิด REM sleep โดยจะช่วยให้สมองมีพลัง กระฉับกระเฉง และตื่นตัว (ยาที่เพิ่ม dopamine ทำให้ตื่นตัว ในทางตรงข้ามยาที่ลด dopamine ทำให้การนอนหลับมากขึ้น) ร่างกายเราสร้าง dopamine ขึ้นมาจาก tyrosine โดยร่างกายได้รับจากอาหารประเภทโปรตีนสูง (มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ) เช่น เนื้อสัตว์ต่าง ๆ ถั่วเหลือง อาหารทะเล ไข่ และนม

อาหารที่ช่วยให้การนอนหลับง่ายขึ้น (ทานก่อนนอนประมาณ 30 นาที – 1 ชั่วโมง)

– นมอุ่น ๆ ทานพร้อมแซนด์วิชเนยถั่ว
– นมถั่วเหลืองอุ่น ๆ
– Whole grain, low-sugar cereal ทานพร้อม นมไขมันต่ำ และโยเกิร์ต
– เมล็ดฟักทอง, เมล็ดงา
– ของขบเคี้ยวเบาๆ ที่มีส่วนผสมของ tryptophan และคาร์โบไฮเดรต
– กล้วยทานพร้อม ชาคาร์โมมายด์ร้อน

———————————————————————————

รวบรวมโดย นางสาวจุฑารัตน์  สุภานุวัฒน์

อ้างอิง

1. รศ.พญ.วันเพ็ญ ธุรกิตต์วัณณการ หัวข้อ sleep disorder
2. http://www.seabuckthornthai.com
4. http://www.askdrsears.com/html/4/t042400.asp
5. http://www.helpguide.org/life/sleep_tips.htm
6. http://www.insomniacs.co.uk/ImproveYourSleepWithFood.html
7. http://www.board.palunggiit.com
8. http://www.yourhealthyguide.com/article/an-food-brain.htm
9. http://www.ramamental.com/topics/sleep%20depression.pdf
10. http://www.bangkokhealth.com/index.php/2009-01-19-04-20-20/1737-2010-01-29-02-11-47

comments

You can skip to the end and leave a response. Pinging is currently not allowed.

2 Responses to “ความรู้สึกเหมือนตกจากที่สูงขณะนอนหลับ”

  1. Loaf Master says:

    เรากำลังเครียดเรื่องเดียวกันอยู่รึเปล่าครับ หรือว่าคุณเครียดเรื่องอื่นระหว่างที่ผมเครียดเรื่องคุณ

  2. annmaku says:

    คาดว่าประโยชน์จากอาหารที่ทำให้หลับง่าย จะส่งผลให้ร่างกายมีความ อวบ+อัด อย่างแน่นอน

ถ้าไม่อยากเปิดเผยตัวตน เม้นท์ตรงนี้ก็ได้จ้า