คิวริออซิตี้กับเจ้าสกายเครน

 
“Let’s pretend to believe for a while…”
 

เด็กหญิงคนหนึ่งหัวเราะจนเป็นบ้า เมื่อไอดอลในดวงใจวัยคุณปู่กำลังสาธิตวิธีเดินออกจากยานอวกาศลงเหยียบพื้นผิวดาวอังคาร เขาทำท่าก้มลงเก็บตัวอย่างหิน แล้วอุทานว่า “Oh! crap… it’s alien poop”(บ้าเอ๊ย! นี่มันอึเอเลี่ยน)

แล้วเราก็หัวเราะกันจนน้ำตาไหล…หัวเราะจนอยากจะร้องไห้…ร้องไห้ให้กับความจริงที่ว่า เขาไม่มีวันได้ทำแบบนั้นจริง ๆ และฉันคงจะโตขึ้นเป็นอะไรที่ห่างไกลจากดาวอังคารมาก…

เขาชอบบอกว่าเขาเคยไปดาวอังคาร ฉันรู้ว่าเขาโกหก และเขาก็รู้ว่าฉันไม่เชื่อ แต่การมีใครสักคนที่ชอบพูดเรื่องเดียวกับเราและฟังเรื่องที่เราพูด(โดยที่ไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องบ้า ๆ)เนี่ยมันเป็นอะไรที่วิเศษมาก เพราะมันจะทำให้เรามองข้ามความจริงและความแตกต่างทุกอย่าง แล้วเข้าไปอยู่ในโลกเดียวกัน…

ความฝันในวัยเด็กของแอดมินคือ…นักดาราศาสตร์ ผู้ค้นพบดาวเคราะห์(ร้าย)สักดวงแล้วตั้งชื่อให้มันตามชื่อแอดมิน จากนั้นก็ทำการสำรวจมัน…

ช้าก่อน…หยุดอยู่ตรงนั้นเลย(ก่อนที่จะถูกส่งตรงไปพบจิตแพทย์อีกรอบ) เด็กไทยจน ๆ และไม่ได้ฉลาดโดดเด่นอย่างเราควรหันกลับมาฝันถึงอะไรที่ฟังดูเป็นสิ่งสามัญประจำประเทศ เช่น คุณหมอ คุณครู และวิศวกร… เอ้อ แบบนั้นค่อยฟังดูปกติหน่อย

 

ความเป็นจริงบางครั้งมันก็โหดร้าย…

 
———————————————-

[หลุมเกล]
 

ตอนนี้ข่าวดาราศาสตร์ที่กำลังเป็นที่สนใจคงหนีไม่พ้นเรื่องยานคิวริออซิตี้(Curiosity) ของนาซาที่เพิ่งลงแตะพื้นดาวอังคารเมื่อวันที่ 6 ที่ผ่านมา (6 สิงหาคม 2012) ที่จริงแอดมินว่าจะไม่เขียนเรื่องนี้หรอก เพราะเปิดดูในอินเทอร์เน็ตมีแต่คนเขียนข่าวนี้กันมากมายอยู่แล้ว แต่ภาพของเจ้าสกายเครน(Skycrane : เครื่องจรวดไอพ่นที่นำคิวริออซิตี้ลงจอด) มันช่างเย้ายวนใจเหลือเกิน เขียนซักหน่อยแล้วกัน…

คิวริออซิตี้ เป็นยานหุ่นยนต์ที่มีลักษณะเป็นรถมี 6 ล้อ ข้างในเป็นห้องทดลองทางเคมี ที่ใช้งบประมาณในการสร้างถึง 2,500 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ (ประมาณ 78,000 ล้านบาท) ถูกส่งออกจากโลกเพื่อเดินทางไปยังดาวอังคารเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี ค.ศ.2011 ภารกิจของมันคือ มีหน้าที่วิเคราะห์ดินและดิน เพื่อหาเพื่อหาร่องรอยหรือสัญญาณของสิ่งมีชีวิตทั้งในปัจจุบันและในอดีต และทำการศึกษาสภาพแวดล้อมของดาวอังคารอย่างละเอียด เพื่อเตรียมการให้มนุษย์ลงสำรวจในอนาคตอันใกล้ โดยภารกิจนี้มีกำหนดระยะเวลา 2 ปี 

 
คิวริออซิตี้พุ่งเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของดาวอังคารด้วยความเร็วสูงมากถึง 21,240 กิโลเมตร/ชั่วโมง และลดความเร็วลงโดยมีร่มชูชีพซูเปอร์โซนิค ซึ่งติดอยู่กับเครื่องยนต์จรวดไอพ่นสกายเครนช่วยหน่วงความเร็ว และนำยานลงสู่พื้นอย่างนุ่มนวล นาซากลั้นหายใจนับถอยหลังในช่วง 7 นาทีสุดท้าย (เพราะเคยมีประวัติยานพังเพราะตกพื้น ทั้งที่อุตส่าห์เดินทางมาถึงแล้วแท้ ๆ) จากนั้นต้องรอ 14 นาทีจึงจะทราบว่ายานลงแตะพื้นอย่างปลอดภัยหรือไม่ (สัญญาณคลื่นวิทยุใช้เวลาเดินทางจากดาวอังคารถึงโลก 14 นาที) เมื่อคิวริออซิตี้รายงานตัวอีกครั้ง นาซาก็พากันเฮ จากนั้นไปพวกเขาจะสามารถควบคุมการสำรวจดาวอังคารของคิวริออริตี้จากศูนย์ควบคุมบนโลกได้ทั้งหมด ถือเป็นก้าวสำคัญของมนุษยชาติอีกก้าวหนึ่งเลยทีเดียว

 
 
 
และวันที่ 9 สิงหาคม 2012 คิวริออซิตี้ ก็ได้ส่งภาพสี 360 องศา ภาพแรกมาให้ชาวโลกได้ดูกัน ภาพนี้ถ่ายที่บริเวณใจกลางภูเขาขนาดใหญ่ที่อยู่ระหว่างหลุมเกล (Gale crater : ปล่องกว้าง 150 กิโลเมตร บนดาวอังคาร) เป้าหมายของคิวริออซิตี้คือไปให้ถึงยอดเขาชาร์ป (ชื่ออย่างไม่เป็นทางการของภูเขากลางหลุมเกลบนดาวอังคาร)
 
มาดูภาพกันดีกว่า…
 
ภาพนี้เป็นภาพพาโนรามาความละเอียดต่ำซึ่งประกอบขึ้นจากภาพขนาดเล็ก(144×144 pixel)จำนวนมากมาต่อ ๆ กัน จึงมีความละเอียดไม่มากนัก และดูไม่ค่อยสมบูรณ์ แต่ก็ดูเจ๋งมากอยู่ดี

 
ในภาพนี้เราจะเห็นบางส่วนของเจ้าคิวริออซิตี้ด้วย คือล้อด้านขวา และที่เป็นเงา ๆ ตรงกลางภาพด้านล่าง คือเงาของเสาอากาศ ที่ติดกล้อง NAVCAMs ซึ่งเป็นกล้องที่ถ่ายภาพนี้อยู่ มันทำงานได้ดีทีเดียวเลยนะเนี่ย
 
สังเกตพื้นผิวดาวอังคารตรงบริเวณเงาของเสาอากาศ มันดูมีสีสว่างกว่าตรงจุดอื่น นั่นเป็นเรื่องธรรมดาซึ่งไม่ได้หมายความว่าตรงนั้นมันมีสีสว่างกว่าจริง ๆ แต่มันเป็นภาพลวงตาที่เรียกว่า”holy shine” เหมือนกับเวลาที่เรายืนอยู่บนผืนทรายขรุขระกลางแจ้ง ทรายและฝุ่นจะสะท้อนแสงแดดกลับไปยังด้านที่ได้รับแสง ทำให้พื้นผิวบริเวณรอบ ๆ เงาที่ศีรษะเราดูสว่างกว่าปกติ 

 
ดูรอยด่างสีเทาบนพื้นผิวดาวอังคาร อันนี้น่าสนใจมาก นั่นเป็นรอยของพื้นผิวที่ถูกรบกวนด้วยไอพ่นจากเครื่องสกายเครนที่ร่อนลงต่ำเพื่อส่งคิวริออซิตี้ลงสู่พื้น แสดงให้เห็นสีพื้นผิวของดาวอังคารที่อยู่ใต้ฝุ่นสีแดง สีแดงที่เราเห็นคือสารประกอบของเหล็กออกไซด์(สนิม) ที่อยู่ในรูปแบบของฝุ่นคล้ายผงทัลคัม (ทัลคัม คือผงแป้งทาตัว ทำจากแร่ทัลก์ จัดเป็นแร่ที่มีเนื้ออ่อนที่สุดในโลก “คลิกอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับแร่ทัลก์“) ที่จริงหินบริเวณนั้นน่าจะเป็นหินภูเขาไฟที่มีสีเทา แต่ที่มันดูเป็นสีแดงเหมือนกันไปหมดเพราะถูกปกคลุมด้วยชั้นของฝุ่นสนิม หากฝุ่นเหล่านั้นถูกปัดออกเราน่าจะเห็นเป็นสีน้ำเงินเทา

 
ภายใต้หินและฝุ่นผงเหล่านั้นมีความจริงซ่อนอยู่บนพื้นผิวของหลุมเกล และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้มันถูกเลือกเป็นพื้นที่สำหรับการสำรวจ เพราะมันมีร่องคล้ายกับเคยมีของเหลวไหลผ่านเมื่อนานมาแล้ว และการกระจายตัวของหินก็ชี้ให้เห็นว่าของเหลวนั้นไหลไปที่ใดบ้าง บางทีเราอาจจะเจอเบาะแสสำคัญหรือสัญญาณชีวิตในเร็ววันนี้ก็ได้ เพราะยานสำรวจและห้องวิจัยที่ทันสมัยที่สุดได้ไปถึงแล้ว…
 
เราคงจะได้เห็นภาพอื่น ๆ ที่เจ๋งกว่านี้อีกในคราวหน้าที่คิวริออซิตี้จะเอากลับมาฝาก อย่าลืมว่าเจ้ายานนี้ถูกส่งด้วยเชื้อเพลิงนิวเคลียร์มหาศาล และมันคือสายลับผู้มีดวงตาเป็นเลเซอร์ มีห้องแลปเคมีอยู่ในตัว และกำลังทำการทดลองของมันอยู่บนโลกที่ห่างไกลออกไปถึง 250 ล้านกิโลเมตร ฟังดูเป็นไงล่ะ?

และนั่นคือสิ่งเพ้อเจ้อที่พวกเขาทำให้มันเป็นจริง

 
พระเอกของงานนี้คือคิวริออซิตี้ก็จริง แต่สิ่งที่เตะความสนใจของแอดมินจริง ๆ กลับเป็นเจ้าสกายเครน เพราะจำได้ว่าเคยเห็นภาพคล้าย ๆ แบบนี้มานานแล้ว ตั้งแต่ตอนที่มันยังเป็นแค่ “ภาพวาดในจินตนาการ” และได้เห็นอีกครั้งเมื่อไม่นานมานี้ในนิตยสารวิทยาศาสตร์ฉบับหนึ่ง(ประมาณปีที่แล้ว คิวริออซิตี้กำลังเดินทาง) และก็ยังรู้สึกว่าใช้งานได้จริงก็ดีสิ จนกระทั่งคิวริออซิตี้แตะพื้นดาวอังคาร… อย่างกับภาพวาดกระโดดออกมาข้างนอกเลย บางทีความฝันกับความจริงมันก็ใกล้กันเพียงแค่ “เชื่อ” เท่านั้นเอง…
 
แอดมิน

http://blogs.discovermagazine.com

comments

You can leave a response, or trackback from your own site.

One Response to “คิวริออซิตี้กับเจ้าสกายเครน”

  1. leafless says:

    “และนั่นคือสิ่งเพ้อเจ้อที่พวกเขาทำให้มันเป็นจริง” ชอบประโยคนี้มาก แสดงให้เห็นถึงจินตนาการอันไร้ขอบเขตของมนุษย์ที่ทำให้เป็นจริงได้ด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ ในอนาคตเราคงได้เห็นอะไรเจ๋งๆอีกมากเลยทีเดียว (ถ้ายังมีชีวิตอยู่ได้ดูอะนะ 55)

ถ้าไม่อยากเปิดเผยตัวตน เม้นท์ตรงนี้ก็ได้จ้า