คุณมีเวลา “หนีฉลาม” มากแค่ไหน?

ในหนังเรามักจะเห็นว่า เวลาที่คนตกลงไปในทะเล แล้วเลือดออก ฉลามก็จะได้กลิ่นแล้วรีบมางาบทันที  อันที่จริงแล้วคุณไม่จำเป็นต้องมีเลือดออก มันก็จะหาคุณเจอได้อยู่ดีนั่นแหละ เพราะฉลามเป็นสัตว์ที่มีสัมผัสไวมาก ๆ

 

 

ฉลามมีความสามารถในการดมกลิ่นที่ทรงพลังอย่างเหลือเชื่อ พวกมันได้กลิ่นเลือดในน้ำ แม้จะเจือจางเพียง 1 ใน 25 ล้านส่วน ซึ่งเท่ากับเลือด 1 หยด ในน้ำ 9,000 ลิตร

กระแสน้ำเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะมันเป็นตัวกำหนดความเร็วและทิศทางการแพร่กระจายของกลิ่นในน้ำ (เพราะอย่างนั้น ฉลามจึงมักว่ายเข้าหากระแสน้ำแทนที่จะว่ายตามน้ำ) หากคุณมีเลือดออกเพียงเล็กน้อย ฉลามก็จะรับรู้ได้อย่างรวดเร็ว

ตัวอย่างเช่น ถ้ากระแสน้ำไหลด้วยความเร็ว 3.5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ฉลามที่อยู่ห่างจากคุณ 400 เมตร จะได้กลิ่นเลือดของคุณภายใน 7 นาที และปกติมันสามารถว่ายน้ำได้เร็วประมาณ 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มันจึงสามารถมาถึงตัวคุณได้ในเวลาแค่ 60 วินาที เท่านั้น

 

 

ยิ่งถ้าหากกระแสน้ำไหลเร็ว ทุกอย่างจะยิ่งแย่ลงไปอีก แม้ว่าฉลามจะอยู่ห่างจากคุณมากกว่านั้นก็ตาม เช่น ถ้ากระแสน้ำไหลด้วยความเร็ว 26 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ฉลามที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึงครึ่งกิโลเมตร จะได้กลิ่นเลือดของคุณในเวลาแค่ 1 นาที และใช้เวลาไม่ถึง 2 นาทีว่ายมางาบคุณ คุณจึงมีเวลาหนีแค่ไม่เกิน 3 นาที เท่านั้น

นอกจากจะจมูกดีเป็นเลิศแล้ว ฉลามยังมีสายตาที่มองเห็นได้ดีมากด้วย แต่ถึงอย่างนั้น แม้แต่ฉลามที่สายตาสั้น และเป็นหวัดคัดจมูกอย่างรุนแรง (ซึ่งคุณคงไม่โชคดีขนาดนั้น) ก็ยังคงตามหาคุณจนเจอได้อย่างง่ายดายอยู่ดี เพราะมันเก่งในเรื่องการฟังเสียงด้วย มันสามารถฟังเสียงที่มีความถี่ต่ำ และสามารถได้ยินเสียงว่ายน้ำตีขาที่อยู่ห่างออกไปกว่าครึ่งกิโลเมตร ดังนั้น ถ้าหากคุณไม่อยากถูกเขมือบ จงว่ายน้ำเบา ๆ เข้าไว้

 


 
 

 

นอกจากนี้ แม้แต่ฉลามที่หูหนวก ตาบอด และจมูกพัง ก็ยังสามารถหาคุณพบได้อยู่ดีเช่นกัน เพราะที่บนหัวของมันมีวุ้นที่เรียกว่า “กระเปาะของลอเรนซีนี” (ampullae of Lorenzini) ที่ตั้งชื่อแบบนี้ก็เพราะผู้ค้นพบคนแรกคือแพทย์ชาวอิตาลี ชื่อ สเตฟาโน ลอเรนซีนี เขากล่าวถึงอวัยวะนี้เป็นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1678 และเราเพิ่งค้นพบเมื่อไม่นานนี้ว่า หน้าที่ของมันคือการตรวจจับประจุไฟฟ้าจากสิ่งมีชีวิตทุกชนิด

สรุปว่า ถ้าคุณตกลงไปในทะเลแถบที่มีฉลาม คุณจะต้อง ห้ามทำให้มีเลือดไหล ห้ามเคลื่อนไหว และห้ามให้สมองและหัวใจทำงาน แล้วคุณจึงจะปลอดภัย…

อ่อ ยังมีข่าวดียิ่งกว่านั้นอีก เมื่อ ดร. เจมี่ แมคมาฮาน ศาสตราจารย์ด้านสมุทรศาสตร์ชาวแคลิฟอร์เนีย ได้ค้นพบว่า ความเข้าใจเกี่ยวกับกระแสน้ำดูดออก(riptide) นั้นผิดมาตลอด (โดยทั่วไปเราเข้าใจว่าเวลาคลื่นสาดเข้าฝั่งแล้วมันจะดูดน้ำกลับลงทะเล  และทิ้งวัตถุที่จุดเดิมที่น้ำซัดไป ทำให้ทุกอย่างดูเหมือนจะถูกพัดเข้าชายฝั่ง) แต่อันที่จริงแล้วมันไหลเป็นวงกลมเหมือนน้ำวนต่างหาก ดังนั้น หากคุณพยายามว่ายขนานไปกับชายฝั่ง หรือว่ายเข้าฝั่ง โอกาสที่จะถูกดูดกลับไปในทะเลลึก ก็มีพอ ๆ กับโอกาสที่จะถูกพัดเข้าฝั่ง วิธีแก้ไขคือ คุณจะต้องลอยตัวอยู่เฉย ๆ จึงจะมีโอกาสถึง 90% ที่จะถูกพัดเข้าฝั่งภายในเวลาประมาณ 2-3 นาที (ซึ่งอาจจะทันเวลาก่อนที่จะถูกงาบก็ได้)

 

 

แต่ถ้าจวนตัวจริง ๆ คุณหนีมันไม่ทัน ก็อย่าตกใจ ให้พยายามพลิกตัวมันแล้วจั๊กจี้ที่พุง ฉลามจะเข้าสู่ภาวะไม่ตอบสนองตามธรรมชาติ (tonic immobility) มันจะลอยตัวอยู่เฉย ๆ เหมือนกำลังหลับ จากนั้นคุณมีเวลา 15 นาที ที่จะหนี ก่อนที่มันจะรู้ทันอุบายของคุณ วาฬเพชฌฆาตเองก็ใช้วิธีนี้จัดการกับฉลาม คือ ทำให้มันหงายท้องลอยนิ่งอยู่กับที่จนมันขาดอากาศหายใจตายไปเอง แต่ก็ใช่ว่าฉลามทุกชนิดจะมีปฏิกิริยาแบบเดียวกันหมด เช่น ฉลามเสือมีจุดอ่อนต่อการนวดรอบดวงตา

เอาล่ะ สรุปว่า สิ่งที่คุณจะต้องทำจริง ๆ คือ คุมเชิงและทำใจเย็น ๆ ไว้ นึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และสวดมนต์อ้อนวอนพระเจ้า…

แต่ว่าสบายใจได้อย่างหนึ่ง เพราะในความเป็นจริงแล้วฉลามแทบไม่เคยโจมตีมนุษย์ก่อนเลย หากมันไม่รู้สึกถึงอันตรายจากการถูกคุกคาม ข้อมูลจากรัฐชายฝั่งทั้ง 22 รัฐของสหรัฐอเมริกาตลอด 50 ปีที่ผ่านมาเผยให้เห็นว่า คุณมีโอกาสเสียชีวิตจากการถูกฟ้าผ่ามากกว่าถูกฉลามเขมือบถึง 76 เท่าเลยทีเดียว…

แอดมิน

comments

You can leave a response, or trackback from your own site.

3 Responses to “คุณมีเวลา “หนีฉลาม” มากแค่ไหน?”

  1. Roy Mustang says:

    คิดผิดมาตลอดเลยนะเนี่ย เกี่ยวกับเรื่องของปลาฉลาด >.<

  2. Alz says:

    เกาพุงฉลาม -….-
    ฟังดูน่ารักดีแฮะ

  3. annmaku says:

    ที่บอกมาทั้งหมดคือ หมดทางรอดนั่นเอง จบ

ถ้าไม่อยากเปิดเผยตัวตน เม้นท์ตรงนี้ก็ได้จ้า