จระเข้ประหลาดแห่งซาฮารา

นับตั้งแต่ทศวรรษ 1990 เป็นต้นมา พอล เซเรโน พร้อมด้วยทีมงานและนักศึกษา เดินทางซอกแซกไปทั่วทะเลทรายซาฮารา เพื่อค้นหาหลักฐานของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่และขนาดเล็ก ที่เคยอาศัยร่วมยุคกับไดโนเสาร์การสำรวจครั้งหลัง ๆ เผยให้เห็นขุมทรัพย์ข้อมูลเกี่ยวกับจระเข้ที่เคยอาศัยอยู่ในกอนด์วานา (Gondwana) หรือแผ่นดินขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมทวีปต่าง ๆ ทางซีกโลกใต้ในปัจจุบัน เมื่อราว 110 ล้านปีก่อน

[บอร์คร็อก : สัตว์กินเนื้อความยาวหกเมตร ซึ่งน่าจะกินไดโนเสาร์เป็นอาหารมันมีเกราะแข็งหุ้มจมูกเพื่อช่วยในการดุนดัน และเขี้ยวสามชุดสำหรับฉีกเนื้อเบ้าตาที่โปนออกมาข้างหน้าทำให้มันเห็นภาพสามมิติช่วยในการล่าเหยื่อกล้ามเนื้อขนาดใหญ่ที่ขากรรไกร ทำให้มันมีพลังการกัดมหาศาล]


จระเข้บางชนิดมีขนาดเล็กและกินพืช ขณะที่บางชนิดมีขนาดใหญ่และกินไดโนเสาร์เป็นอาหารเลยทีเดียว ปัจจุบันกระดูกที่กลายเป็นฟอสซิลของพวกมันโผล่ออกมาให้เห็นทั่วไปในทะเลทรายซาฮารา

ในบางแง่ ฟอสซิลที่พบทำให้พอลนึกถึงสัตว์จำพวกจระเข้ที่มีชีวิตอยู่ในยุคปัจจุบัน ทุกตัวล้วนมีกระโหลกพื้นผิวขรุขระ มีเกราะหุ้มร่างกายเพื่อดูดซับความร้อน บางตัวมีรูปร่างคล้ายสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขาตั้งตรงไว้วิ่งไล่จับเหยื่อบนพื้นดินได้ด้วย

[แร็ตคร็อก : มีฟันคู่หนึ่งที่ยื่นออกมาจากขากรรไกรล่างอาจช่วยให้จระเจ้ชนิดนี้สามารถขุดดินหาหัวพืชกินได้ด้วย]


ส่วนฟันของมันจะแบ่งออกเป็นฟันหน้า ฟันเขี้ยว และฟันกราม รวมไปถึงมีดวงตาที่ยื่นไปข้างหน้าด้วย ชื่อเล่นของเจ้าสัตว์ประหลาดพวกนี้อย่างเช่น บอร์คร็อก(BoarCroc) แร็ตคร็อก(RatCroc) ด็อกคร็อก(DogCroc) และดั๊กคร็อก(DuckCroc) ล้วนได้มาจากความละม้ายคล้ายคลึงกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมตามชื่อเหล่านั้น (หมูป่า หนู สุนัข และเป็น ตามลำดับ)

พอล ได้พบเบาะแสหนึ่งเกี่ยวกับวิถีชีวิตของสัตว์เหล่านี้ ขณะเดินทางไปยังตอนเหนือของออสเตรเลีย จระเข้น้ำจืดที่นั่งวิ่งได้เร็วมาก จนดูเหมือนกับว่าพวกมันกำลังควบขณะที่วิ่งด้วยความเร็วเต็มที่บนบก พวกมันเคลื่อนที่โยกย้ายร่างกายในลักษณะขึ้น ๆ ลง ๆ เหมือนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่กำลังวิ่ง พอถึงแหล่งน้ำ หางของพวกมันก็จะเริ่มโบกไปมาเหมือนปลาที่ว่ายอยู่ในน้ำ

[ด็อกคร็อก : เป็นสัตว์ที่กินทั้งพืชและสัตว์ มีชุดฟันทำหน้าที่ต่างกันออกไปมีจมูกนิ่ม ๆ ที่ยื่นออกไปข้างหน้า พวกมันอาจใช้ขายาวเก้งก้างในการวิ่งหนีนักล่า]


เขาได้เข้าใกล้มุมมองใหม่อย่างหนึ่งนั่นคือ จระเข้แอฟริกันดูเหมือนจะมีทั้งขาที่ตั้งตรงและว่องไวสำหรับเคลื่อนที่บนบก และหางที่คล่องแคล่วเพื่อช่วยในการว่ายน้ำ บางทีนี่อาจเป็นเหตุผลหลักของวิวัฒนาการสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก และผลักดันให้เกิดการแพร่กระจายของสายพันธุ์จระเข้ไปทั่วกอนด์วานาในยุคครีเทเชียส ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อราว 145 ล้านปีก่อน

ใต้จมูกไดโนเสาร์เจ้าพิภพในสมัยนั้น เหล่าจระเข้วิวัฒนาการจนกลายเป็นนักล่าที่น่าสะพรึงกลัว และสัตว์กินพืชขนาดเล็กหลายชนิด โดยมีความสามารถในการเคลื่อนที่สองลักษณะ กลยุทธ์ในการเอาตัวรอดที่โดดเด่นของพวกมันเป็นที่ประจักษ์ชัดเจน เพราะแม้แต่ดาวเคราะห์น้อยที่พุ่งชนโลกยังไม่อาจปิดฉากพวกมันลงได้…

[ดั๊กคร็อก : จมูกที่กว้างและยื่นออกมา รวมถึงฟันที่มีรูปร่างคล้ายตะขออาจช่วยให้จระเข้ชนิดนี้จับปลาเล็กปลาน้อยหรือหนอนในน้ำตื้นได้]


แอดมิน
National Geographic 104

comments

You can leave a response, or trackback from your own site.

ถ้าไม่อยากเปิดเผยตัวตน เม้นท์ตรงนี้ก็ได้จ้า