ตัวดูดแพะ

ตัวดูดแพะ “ชูปากาบรา”


ชูปากาบรา(Chupacabra) เป็นชื่อเรียกภาษาสเปนแปลว่า “ตัวดูดแพะ” สิ่งมีชีวิตลึกลับที่มีผู้อ้างว่าพบเห็นครั้งแรกในเปอร์โตริโก ช่วงต้นศตวรรษที่ 50 และยังมีผู้พบเห็นอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
มีรายงานว่ามันออกอาละวาดฆ่าสัตว์ในฟาร์ม เช่น แพะ แกะ วัว ไก่ หมู ฯลฯ เหยื่อจะถูกดูดเลือดกินเป็นอาหารจนหมดตัว มีรูเล็ก ๆ เหมือนรอยเขี้ยวเป็นหลักฐาน นักสำรวจเคยค้นพบถ้ำที่เชื่อว่าเป็นที่อยู่ของมัน จากการตรวจค้นพบเพียงรอยเท้าซึ่งมีลักษณะคล้ายนกกระจอกเทศ
ที่รัฐเท็กซัส เคยมีผู้อ้างว่าได้ฆ่าชูปากาบราตาย และฝังไว้แถวบ้าน เขาอธิบายว่ามันมีรูปร่างแปลกมาก ตัวสีฟ้าปนเทา ไม่มีขน แต่เมื่อขุดซากขึ้นมาพิสูจน์พบว่ามันเป็นเพียงสุนัขไคโยตี้ขี้เรื้อนตัวหนึ่งเท่านั้น
ผลการศึกษาสัตว์ที่เชื่อว่าถูกชูปากาบราดูดเลือดจนตาย พบว่าสัตว์นั้นไม่ได้ถูกดูดเลือดจนหมดตัว ยังมีเลือดอยู่ในตัวอีกมาก แต่ที่ดูเหมือนถูกดูดจนหมด เพราะปกติเลือดจะหยุดไหลเมื่อหัวใจหยุดเต้น และแข็งตัวหลังจากนั้นอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นรอยเขี้ยว อาจเป็นฝีมือของ หมาป่า ลิงป่า หรือค้างคาวก็ได้ทั้งนั้น
จากคำให้การของผู้ที่อ้างว่าพบเห็นชูปากาบรา พบว่ามีการบรรยายลักษณะที่แตกต่างกันออกไป แต่มีสิ่งที่คล้ายกันคือ ทุกคนมักอธิบายว่า มันมีหน้าตาคล้ายมนุษย์ต่างดาวแบบเกรย์ (Grey) แต่มีขาหลังใหญ่คล้ายขาจิงโจ้
ประวัติการพบเห็นชูปากาบรา (เริ่มพบมากจนเป็นข่าวจริงจังช่วง ค.ศ.1994-1995)
เดือนมีนาคม 1995 ชาวเปอร์โตริโก พบว่าสัตว์เลี้ยงในฟาร์มของพวกเขา เช่น แพะ แกะ สุนัข ถูกทำร้ายจนตายระเกะระกะเป็นจำนวนมาก สภาพศพมีรูเปื้อนเลือดขนาดเท่าหลอดกาแฟบนสัตว์เหล่านั้นทุกตัว สัตว์เหล่านั้นตัวซีด และมีกลิ่นกำมะถันติดอยู่
ต่อมาหลังจากนั้นก็มีการตายของสัตว์เลี้ยงในลักษณะดังกล่าวเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนชาวบ้านเริ่มหวาดกลัว ต่างคาดเดาไปต่าง ๆ นานา บ้างก็ว่าเป็นปีศาจ สัตว์ประหลาด หรืออาจเป็นแวมไพร์ แต่ไม่มีใครเคยพบเห็นตัวการที่แท้จริง
หกเดือนต่อมา ชาวบ้านคนหนึ่งเล่าว่า ในกลางดึกเขาเห็นเจ้าสัตว์ร้าย เกาะอยู่บนตัวแพะ หัวมันติดอยู่กับลำคอแพะ เขาส่งเสียงดังด้วยความตกใจ มันหันมามองเขาแวบหนึ่งแล้วกระโจนหายไปในความมืด ซึ่งชาวบ้านผู้นั้นให้การว่า ความมืดทำให้มองเห็นตัวมันไม่ชัด แต่ที่แน่ ๆ มันมีตากลมโตเท่าไข่ไก่สีแดง และมีเขี้ยวสองอันที่มุมปาก
เดือนกันยายน 1995 แม่บ้านชื่อมาเดลีน โตเลนติ อาศัยในคาโนบานาส เมืองหลวงของเกาะ พร้อมด้วยชาวบ้านอีกหลายคน ได้พบเห็นชูปากาบรากำลังดูดเลือดแพะพอดี เธอให้การว่า มันสูงประมาณ 3-4 ฟุต มีหนังหยาบหนาคล้ายไดโนเสาร์ ดวงตาสีแดงจ้าในความมืด เขี้ยวยาวโค้งไปด้านหลัง
หลังจากนั้นพวกเขาจึงตั้งชื่อมันว่า “ชูปากาบรา” ซึ่งมีความหมายตรงตัวว่า “ตัวดูด(เลือด)แพะ” แต่มันไม่ได้ดูดแต่แพะเท่านั้น สัตว์ชนิดอื่น ๆ มันก็กินได้หมด และกลายเป็นที่หวาดกลัวของเจ้าของฟาร์มสัตว์เป็นอย่างมาก
ไม่นานก็มีผู้ที่อ้างว่าพบเห็นชูปากาบราออกมารายงานลักษณะของมันมากมาย บ้างว่า มันน่าเกลียดมาก และดูเหมือนมันจะบินได้ด้วย ทั้งยังมีลิ้นยาวเหมือนลิ้นงู บ้างก็ว่ามันเหมือนค้างคาวตัวใหญ่ และเหมือนแม่มด
นายกเทศมนตรีของเมือง ได้ส่งคณะไปค้นหาสัตว์ร้ายนี้ โดยทีมค้นหามีอยู่ร่วมถึง 200 คน ตระเวนไปตามไร่ต่าง ๆ ในตอนกลางคืน เพราะคาดว่ามันคงหลับตอนกลางวันและออกหากินกลางคืน แต่การค้นหาก็ล้มเหลวเพราะหุบเขาในเปอร์โตริโกนั้นซับซ้อนและยาวมาก
ยังคงมีข่าวของมันออกมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งต้นปี 1996 เรื่องจึงเริ่มซาลง แต่ก็เงียบได้ไม่นาน ถึงต้นเดือนมีนาคม 1996 ก็มารายงานการทำร้ายขึ้นอีก คราวนี้เป็นไก่กว่า 30 ตัว ที่มีรอยเจาะเล็ก ๆ ตรงคอ และไม่มีรอยเลือดในที่เกิดเหตุเลย น่าจะเป็นฝีมือชูปากาบราเท่านั้น แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่ยืนยัน โดยกล่าวว่ามันอาจเป็นรอยค้างคาวก็ได้
9 มีนาคม 1996 เด็กชายโอรีโอ เมนเดซ ได้เห็นชูปากาบรา ขณะกำลังฝังศพไก่ของเขา เขาเล่าว่า มันมีรูปร่างประหลาด สูงราวสี่ฟุต เดินสองขา นัยน์ตาสีแดง มีเขี้ยว เล็บ ใหญ่มาก ตัวสีเทา ยืนนิ่งจ้องมองเด็กชายก่อนที่จะวิ่งหายไป
นอกจากนี้ยังมีผู้คาดว่าชูปากาบราน่าจะเป็นสัตว์ที่มีพละกำลังมหาศาลพอสมควรด้วย เพราะมีที่หนึ่ง ซึ่งมันกระชากประตูสังกะสีขนาดใหญ่จนหลุดออกจากบานพับ และประตูของกรงกระต่ายซึ่งทำด้วยท่อเหล็กและลวดตาข่ายก็ถูกฉีกออกเป็นชิ้น ๆ
ข่าวการตายของสัตว์เลี้ยงได้ลุกลามไปทั่ว ไม่ใช่แค่ในเปอร์โตริโก แต่ยังลามไปถึงอเมริกาและเม็กซิโกด้านแปซิฟิก โดยเฉพาะที่รัฐเวราครูซ ได้รับผลกระทบมาก เพราะเลี้ยงแพะเยอะที่สุด และในเม็กซิโกยิ่งเลวร้าย เพราะมีรายงานว่า มีคนถูกชูปากาบราทำร้ายด้วยเช่นกัน
ในปานามา ก็ยังมีรายงานลักษณะเดียวกับนี้ และมีหญิงคนหนึ่งชื่อ อลิซาเบธ ซาเอเวอร์ดา ถูกชูปากาบราทำร้าย และยังมีรายงานว่าบ้างครั้งอวัยวะของสัตว์เลี้ยงก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่มีรอยฉีกขาด คล้ายกับมันถูกตัดเอาไปด้วยเลเซอร์
ต่อมาในบราซิล เกิดมีรายงานการตายของเจ้าชูปากาบรา โดยมันถูกนักตกปลายิงได้ที่ทะเลสาบ และได้ตัดส่วนหัวของมันเก็บไว้ แล้วนำมาออกทีวีในเวลาต่อมา และนอกจากนี้ยังมีข่าวว่า มีผู้จับชูปากาบราตัวเป็น ๆ ได้ด้วย แต่ไม่ได้นำมาเผนแพร่ผ่านสื่อ เพราะนักวิจัยของอเมริกาได้นำตัวไปตรวจสอบ
แล้วตกลงมันคืออะไรกันแน่ ? ก็ยังไม่มีใครรู้อีกนั่นแหละ แต่ก็มีการเดาไปต่าง ๆ นานา
บ้างก็ว่า เป็นสัตว์สายพันธุ์ใหม่ เพราะป่าแถวนั้นเคยมีสถานีวิจัยของสหรัฐฯ แต่เมื่อปี 1989 เกิดพายุเฮอร์ริเคนพัดกระหน่ำสร้างความเสียหาย อาจจะมีสัตว์ที่เกิดจากการทดลองหลุดออกมา แล้วขยายพันธุ์เองในที่สุด
บ้างก็ว่า เป็นสัตว์ร้ายในท้องถิ่น เพราะแม้ว่าทุกคนจะคิดว่าสัตว์เลี้ยงของตนตายเพราะฝีมือชูปากาบรา แต่ก็ไม่มีหลักฐานยืนยันได้ ว่ามันไม่ได้ตายเพราะหมาป่าไคโยตี้ ค้างคาว ลิงป่า หรือสัตว์อื่น ๆ
บ้างก็ว่า มันเป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์ เพราะสัตว์ลักษณะอย่างนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร ลักษณะของชูปากาบรานี้มันตรงกับสัตว์ประหลาดในหนังสือโบราณที่เรียกว่าตัวกากอยส์มาก และหุบเขาในเปอร์โตริโกนั้นก็ซับซ้อน ไม่แปลกที่จะมีสัตว์ประหลาดดึกดำบรรพ์อาศัยอยู่
บ้างก็ว่า เป็นเอเลี่ยนจากต่างดาว มีผู้พบเห็นชูปากาบราในป่าหลังบ้าน มีการพบร่องรอยบนหญ้า และมีคนกล่าวว่า มันกำลังมุ่งหน้าไปหาแสงไฟประหลาด มีรายงานว่า ชูปากาบราตัวหนึ่งถูกตำรวจท้องถิ่นยิง จนได้รับบาดเจ็บและหนีหายไป แต่สามารถเก็บตัวอย่างเลือดที่หยดตามพื้นไปตรวจได้ ผลออกมาคือ เลือดนั้นคล้ายเลือดมนุษย์มาก แต่ยังมีความแตกต่างกันพอสมควร
แล้วในที่สุด เจ้าชูปากาบรา ตัวดูดแพะ ก็ยังคงเป็นสิ่งมีชีวิตปริศนาต่อไป ไม่มีใครได้รู้ว่ามันคือตัวอะไรกันแน่…
โลฟ
อันนี้ผมตั้งใจทำสุด ๆ แล้วนะ

comments

You can leave a response, or trackback from your own site.

ถ้าไม่อยากเปิดเผยตัวตน เม้นท์ตรงนี้ก็ได้จ้า