ตำนานเทพเจ้ากรีก(ตอนที่7):กำเนิดมนุษย์(ตอนจบ)


ซุสยังคงโกรธแค้นมนุษย์ และเพื่อเป็นการลงโทษมวลมนุษย์ทั้งหลาย เขาจึงให้ทวยเทพช่วยกันเนรมิตมนุษย์ผู้หญิงขึ้นมาคนหนึ่ง มีชื่อว่า แพนโดรา(Pandora) แปลว่า ของขวัญจากทวยเทพ นางมีรูปโฉมงดงามหาที่ติไม่ได้ มีเสน่ห์เหลือล้ำ น้ำเสียงไพเราะ ทั้งยังมีกิริยานุ่มนวลเพราะเป็นผู้ที่ถูกเนรมิตขึ้นจากเทพ
ซุสได้มอบหีบใบหนึ่งให้ไว้แก่นาง พร้อมกับกำชับว่า ห้ามเปิดหีบนี้เด็ดขาด ด้วยทรงรู้ว่ามนุษย์ผู้หญิงมีความอยากรู้อยากเห็น ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ แล้วให้เฮอร์มีส พานางแพนโดรามายังโลกมนุษย์ มอบนางให้แก่เอปิมีธีอุส
นางแพนโดราและเอปิมีธีอุสอยู่ด้วยกันสืบมา จนมีลูกชายและลูกสาว พร้อมทั้งลูกหลานสืบทอดกันมา มนุษย์ผู้หญิงจึงเกิดขึ้นบนโลกด้วยเหตุนี้…
อยู่ต่อมา นางแพนโดราเกิดความอยากรู้ว่า ในหีบที่มหาเทพทรงให้มานั้นมีอะไรอยู่ข้างใน นางจึงเปิดหีบออกดู!!!
และแล้วความชั่วร้ายต่าง ๆ ที่ถูกบรรจุอยู่ในหีบ เช่น โรคภัยไข้เจ็บ ความตาย ความเกลียดชัง ความแค้น ความอาฆาตพยาบาท ความดุร้าย ความหลอกลวง ความโลภ ความโกรธ ความหลง ต่างพากันโบยบินออกจากหีบใบนั้นทันที
นางแพนโดราตกใจมาก รีบปิดฝาหีบลง จึงเหลือสิ่งสุดท้ายที่อยู่ในหีบคือ ความหวัง ซึ่งทวยเทพได้บรรจุไว้ให้แก่มนุษย์ด้วยความสมเพช ดังนั้น เมื่อต้องเผชิญกับสิ่งชั่วร้ายต่าง ๆ นานา มนุษย์จึงเหลือเพียงความหวัง สิ่งเดียวเท่านั้นที่ช่วยหล่อเลี้ยงจิตใจ
เมื่อความชั่วร้ายทั้งหลายออกมาจากหีบล่องลอยไปทั่วโลกแล้ว มนุษย์ก็เริ่มถูกความชั่วช้าเข้าครอบงำ มีจิตใจและความประพฤติเลวทรามมากขึ้น ในตำนานจะเรียกยุคนี้ว่า ยุคทองเหลือง หรือ ทองสัมฤทธิ์ ต่อจากนั้นก็จะเป็นยุคเหล็ก ซึ่งมนุษย์ยิ่งมีจิตใจและการกระทำเลวทรามมากขึ้น จนกระทั่งเหล่าเทพที่เคยลงมาอยู่กับมนุษย์เริ่มทนไม่ได้ และต้องพากันจากไปทีละน้อย แม้แต่เทวีแห่งความบริสุทธิ์อัสเทรีย(Astrea) ก็พลอยหนีจากโลกไปด้วย
ฝ่ายซุสเมื่อเห็นมนุษย์มีความประพฤติลามก หยาบช้ามากขึ้นทุกที ก็ยิ่งมีความพิโรธหนักขึ้น จนตั้งใจว่าจะลงโทษมนุษย์ให้หมดสิ้นไปเสียเลย จึงเรียกประชุมเทวสภา

ทีแรกปวงเทพต่างลงความเห็นว่า ควรจะล้างโลกด้วยไฟจากอาวุธสายฟ้าของซุส แต่คิดไปคิดมาก็กลัวว่าไฟจะลุกลามไปถึงสวรรค์ จึงเปลี่ยนแผนใหม่ เป็นน้ำท่วมโลกแทน
เมื่อตกลงกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซุสก็บันดาลให้ฝนตกกระหน่ำติดต่อกันหลายวันอย่างไม่หยุดหย่อนเลย เทพโพไซดอนเจ้าสมุทรก็บันดาลให้น้ำทะเลขึ้นสูงช่วยหนุนอีกทาง น้ำท่วมสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แผ่นดินเริ่มจมหายลงใต้กระแสน้ำเชี่ยวกราก ยกเว้นแต่ยอดเขาพาร์นาซัส ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศกรีซแห่งเดียวเท่านั้น
บนยอดเขาพาร์นาซัสนี้ มีสามีภรรยาคู่หนึ่งหนีน้ำท่วมขึ้นไปอาศัยอยู่ สามีชื่อดิวเคเลียน(Deucalion) บุตรของโพรมีธีอุส ส่วนภรรยาชื่อ ไพราห์(Pyerrha) ธิดาของเอปิมีธีอุสกับนางแพนโดรา ทั้งสองเป็นคนดีมีศิลธรรม
เมื่อซุสเห็นว่าทั้งสองที่ยังเหลือรอดชีวิตอยู่เป็นคนดี จึงมีคำสั่งให้ฝนหยุดตก และเทพโพไซดอนก็สั่งให้น้ำทะเลถอยกลับ ครั้นเมื่อน้ำลดทั้งสองจึงพากันลงจากเขา เห็นแผ่นดินและบ้านเมืองเหลือแต่ซากปรักหักพัง ร้างผู้คน ก็สลดใจ ชวนกันไปเสี่ยงทายขอคำแนะนำจากเทพเจ้าที่วิหารเดลฟี ซึ่งเป็นสถานที่เดียวที่ไม่ถูกกระแสน้ำทำลายไป
เทพเจ้าก็ให้คำแนะนำที่สามารถแปลความหมายได้ว่า ให้ใช้ก้อนหินโยนลงเบื้องหลัง ทั้งสองจึงทำตาม ต่างเดินไปพลางเก็บก้อนหินโยนไปข้างหลังพลาง ก้อนหินที่ดิวเคเลียนโยนลงไป ได้กลายเป็นมนุษย์ผู้ชาย ส่วนหินที่นางไพราห์โยน ก็หลายเป็นมนุษย์ผู้หญิง มนุษย์จึงเกิดขึ้นมาใหม่อีกครั้งด้วยวิธีนี้
ส่วนดิวเคเลียนกับนางไพราห์ ก็ได้มีบุตรชายด้วยกันคนหนึ่ง ชื่อ เฮลเลน ซึ่งต่อมาได้ใช้เป็นชื่อเรียกชนชาติกรีกโบราณทั้งมวลด้วย…(จบตอนกำเนิดมนุษย์)
-โปรดติดตามตอนต่อไป-
แอดมิน

comments

You can leave a response, or trackback from your own site.

ถ้าไม่อยากเปิดเผยตัวตน เม้นท์ตรงนี้ก็ได้จ้า