ตำนานเทพเจ้ากรีก(ตอนที่8):เวสต้า เทวีแห่งไฟ

เทวีเวสต้า หรือ เฮสเทีย เป็นพี่สาวคนโตของซุส พระนางถูกนับถือว่าเป็นเทวีแห่งไฟ โดยเฉพาะไฟในเตาผิงของครัวเรือนและเป็นหนึ่งในสามเทวีผู้ครองพรหมจารี ซึ่งได้แก่ เทวีเวสต้า อาธีน่า และ อาร์เทมิส
ตามตำนานเทวีเวสต้าไม่ค่อยมีเรื่องราวยุ่งยากมากนัก เป็นเทวีที่เรียบง่าย และรักษาพรหมจารีอย่างเข้มแข็ง ไม่ตกเป็นชายาของซุส และโพไซดอนซึ่งพยายามจะแต่งงานกับนาง และไม่ตกเป็นชายาของอะพอลโล่ ซึ่งอ้อนวอนขอความรักจากนาง
เทวีเวสต้า ถือเป็นผู้คุ้มครองชีวิตความผาสุกในบ้าน เตาผิงจึงถูกถือว่าเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์มากสำหรับครอบครัว เพราะเชื่อว่าไฟที่ลุกอยู่ในเตาผิงคือไฟของเทวีเวสต้านั่นเอง เมื่อมีเด็กเกิดใหม่ได้ 5 วัน พ่อของเด็กจะอุ้มเด็กเดินเวียนรอบเตาผิงที่อยู่กลางบ้าน เมื่อให้เทวีเวสต้ารับเด็กคนนั้นไว้ในความคุ้มครองของพระนาง
ผู้ที่นำลัทธิเคารพบูชาเทวีเวสต้ามาสู่ชาวโรมัน คือ วีรบุรุษอีเนียส และกษัตริย์โรมันในสมัยนั้น คือ นูมาปอมปิเลียส ได้สร้างวิหารอุทิศถวายแต่เทวีเวสต้าขึ้นที่กลางตลาดของของกรุงโรม มีลักษณะเป็นวงกลม เพื่อให้คนเวียนรอบได้สะดวก โดยเชื่อว่า สวัสดิภาพของกรุงโรมและการแผ่นดินทั้งปวง ขึ้นอยู่กับการรักษาเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ในวิหารของเทวีเวสต้าเป็นสำคัญ
ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีผู้ทำหน้าที่นี้โดยเฉพาะ ซึ่งผู้ที่ดูแลอารักขาเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ในวิหารนี้ คือหญิงพรหมจารี เรียกว่า เวสตัล มีจำนวน 6 คน ทั้งหมดอยู่ในความควบคุมของจอมอาจารย์บัญชาการศาสนาแห่งโรม
การคัดเลือกผู้สมัครเป็นเวสตัล จะคัดเลือกจากเด็กหญิงอายุ 6-10 ปี ที่มีร่างกายและจิตใจสมประกอบ และมีชาติกำเนิดเป็นชาวโรมัน ด้วยวิธีการจับฉลาก จากนั้นเวสตัลสำรองต้องได้รับการฝึกอบรมเป็นเวลา 10 ปี จึงเลื่อนขั้นเป็นเวสตัล ทำหน้าที่ในวิหารเป็นเวลา 10 ปี และทำหน้าที่สั่งสอนอบรมเวสตัลสำรองอีก 10 ปี เมื่อพ้นจากนั้นจึงครบเกษียณอายุการเป็นเวสตัล เมื่ออายุประมาณ 40 ปี ซึ่งจะออกไปมีสามีหรือประกอบอาชีพใด ๆ ก็ได้ตามประสงค์
หน้าที่ของเวสตัล นอกจากจะต้องดูแลไฟศักดิ์สิทธิ์ไม่ให้ขาดเชื้อแล้ว ยังมีหน้าที่อีก 2 อย่าง คือ
1. ต้องไปตักน้ำจากบ่อน้ำพุอีจีเรีย ที่ชานกรุงโรมทุกวัน ซึ่งบ่อน้ำพุนี้มีตำนานเล่าว่า อีจีเรียเป็นนางอัปสรที่มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดมาก และเป็นที่ปรึกษาของท้าวนูมาปอมปิเลียส ครั้นเมื่อท้าวเธอทิวงคต นางก็เสียใจมาก เอาแต่ร้องไห้คร่ำครวญ จนกลายเป็นน้ำพุไป
2. ต้องอารักขาวัตถุลึกลับและศักดิ์สิทธิ์มากชิ้นหนึ่ง เรียก พัลเลเดียม(Palladium) ซึ่งไม่มีใครรู้ว่ามันคืออะไรกันแน่ มีเพียงพวกเวสตัลเท่านั้นที่รู้ บ้างก็ว่าเป็นรูปสลักเทวีอาธีน่า บ้างก็ว่าเป็นโล่ที่ตกจากสวรรค์ ซึ่งเดิมเป็นของกรุงทรอย
นอกจากหน้าที่สำคัญทั้งหมดนี้แล้ว คณะพรหมจารีเวสตัลก็ได้รับอภิสิทธิ์เหนือสามัญชนหลายประการ เช่น เมื่อมีงานเฉลิมฉลองรื่นเริง ก็มีการจัดที่นั่งพิเศษสำหรับเหล่าเวสตัลโดยเฉพาะ เมื่อเดินทางไปต่างแดนก็มีเจ้าพนักงานถือมัดขวานนำขบวน มีความหมายว่า มีอำนาจเทียบเท่าอำนาจตุลาการ และสามารถขออภัยโทษแก่นักโทษประหารได้ทันที เป็นต้น
แม้ชาวโรมันจะนับถือเทวีเวสต้าอย่างมั่นคงมาตลอด แต่ทุกอย่างเมื่อมาถึงจุดสูงสุดก็ต้องเสื่อมถอยเป็นธรรมดา เมื่อพระเจ้าธีโอโดเซียส ได้สั่งให้เลิกการบูชาเทวีเวสต้า และขับไล่คณะพรหมจารีเวสตัลไป เพื่อประจบเอาใจพวกพระของคริสต์ศาสนา ความรุ่งเรืองของวิหารแห่งเทวีเวสต้า จึงจบลงด้วยประการนี้… (จบตอนเทวีเวสต้า)
-โปรดติดตามตอนต่อไป-
แอดมิน

comments

You can leave a response, or trackback from your own site.

ถ้าไม่อยากเปิดเผยตัวตน เม้นท์ตรงนี้ก็ได้จ้า