ต้นกำเนิดของซอมบี้

ช่วงนี้แอดมินเขียนเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ติดต่อกันมาหลายบทความ วันนี้เลยอยากเปลี่ยนบรรยากาศบ้างจะได้ไม่เบื่อ (แม้จะยังหนีไม่พ้นข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์อยู่ดี) แต่หัวข้อในวันนี้น่าสนใจมาก เพราะมันเป็นเรื่องของ “ซอมบี้” ใช่แล้ว พวกศพเดินได้ที่ไล่กัดกินคนเป็น ๆ นั่นแหละ…

 
“ซอมบี้(zombie)” เป็นความเชื่อที่ไม่เก่าเท่าไหร่ เกิดขึ้นในช่วงประมาณร้อยปีที่ผ่านมานี้เอง ถ้าพูดถึงซอมบี้เราอาจคิดถึงผีดิบของพวกฝรั่ง แต่จริง ๆ แล้วมันมีต้นกำเนิดครั้งแรกในประเทศเฮติซึ่งห่างไกลความเจริญ และมีความเชื่อในลัทธิพ่อมดหมอผีอยู่มากมาย พวกเขาเชื่อในไสยศาสตร์อย่างสนิทใจ ดังนั้นพวกพ่อมดหมอผีจึงมักจะทำหน้าที่เป็นหมอรักษาโรคและนักพยากรณ์ต่าง ๆ ไปในตัวด้วย ชาวบ้านก็ให้ความเคารพนับถือและหวาดกลัวคนกลุ่มนี้
 
ในช่วงนั้นมีชาวผิวขาวเข้าไปอยู่ร่วมกับชาวเฮติ ซึ่งส่วนมากพวกเขาเข้าไปเพื่อแสวงหาแรงงานและพื้นที่เพาะปลูก ในขณะเดียวกับก็สร้างอารยธรรมให้กับชาวเฮติไปในตัว ชาวผิวขาวกลุ่มหนึ่งเริ่มสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติของชาวพื้นเมืองโดยเฉพาะในผู้ใช้แรงงาน นั่นคือ พวกเขาขาดความเห็นธรรมชาติ มีสีหน้าและท่าทางแข็งทื่อ ไม่สนใจอะไร และมีดวงตาที่ว่างเปล่าล่องลอยคล้ายกับศพที่ยังเดินได้ คนพวกนี้ทำงานในไร่ได้ทั้งวันทั้งคืน แข็งแรงผิดมนุษย์ แม้แดดจัดก็ยังแบกหามสิ่งของหนักเป็นร้อยกิโลได้ตั้งแต่เข้าจรดค่ำโดยไม่ต้องกินอาหารเลยด้วยซ้ำ 
 
แรงงานเหล่านี้ส่วนมากแล้วเป็นคนของพวกพ่อมดหมอผี ซึ่งมีบทบาทในสังคมเฮติ พวกเขาอ้างว่าบุคคลเหล่านั้นได้เสียชีวิตไปแล้ว แต่การที่ยังสามารถเคลื่อนไหวและทำงานได้อยู่เป็นเพราะถูกสะกด ซึ่งเป็นเรื่องแปลกประหลาดและน่ากลัวมาก แต่ชาวผิวขาวย่อมไม่เชื่อเรื่องเหลวใหลง่าย ๆ และพยายามหาคำอธิบายอาการแปลก ๆ ดังกล่าว
 
 
ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่า สาเหตุที่ทำให้ผู้ใช้แรงงานชาวเฮติกลายเป็นซอมบี้น่าจะมาจากพิษของพืชและสัตว์บางชนิด จากการทดลองเชื่อว่าสารพิษที่เป็นไปได้คือ พิษจากปลาปักเป้า(Tetrodotoxin) ซึ่งมีผลทำให้เสมือนเป็นอัมพาตชั่วคราว และพิษจากดอกดาทูร่า(Datura) ซึ่งมีฤทธ์ทำให้เสียความรู้สึกเป็นตัวของตัวเองไป หากนำสองชนิดนี้มาผสมกันเราก็จะได้ “ผงซอมบี้(Zombie powder)” ที่พวกพ่อมดหมอผีใช้กัน 
 
วิธีทำซอมบี้ของพวกหมอผีคงไม่ยากเท่าไรนัก ในเมื่อพวกเขาก็ได้รับความยอมรับนับถือในฐานะหมอรักษาโรคอยู่แล้ว พวกเขาก็เพียงแค่เอาผงซอมบี้ให้ผู้ป่วยกิน ซึ่งจะมีฤทธิ์กดประสาททำให้หายใจช้าลงจนดูเหมือนกับคนตาย เมื่อเชื่อว่าผู้ป่วยตายแล้วญาติก็ต้องนำไปฝัง แล้วพวกหมอผีก็แอบไปขุดเอาร่างมาจากหลุมศพ นำมาใช้แรงงานควบคุมพวกเขาโดยใช้ยา ทำให้พวกเขาเหมือนซากศพเดินได้ไม่เหลือความเป็นมนุษย์อีกแล้ว
 
นอกจากซอมบี้จากเฮติที่เป็นต้นกำเนิดซอมบี้ของแท้แล้ว ยังมีซอมบี้ของลัทธิวูดูในแอฟริกา และมีเรื่องผีดิบของจีนที่ชอบกระโดด ๆ เชื่อว่าผีดิบเหล่านั้นก็น่าจะเป็นผลมาจากยาพิษหรือสารเสพติดบางอย่างเช่นกัน รวมทั้งโรคบางอย่างก็ทำให้คนมีอาการเหมือนซอมบี้ได้
 
จากข่าวที่ผ่านมาไม่นานเท่าไหร่ เรื่องที่มีชาวอเมริกันผิวสีอาละวาดกัดกินหน้าของคนอื่น ทำให้คนทั่วไปพากันตื่นกลัวว่า “หรือซอมบี้จะมีจริง?” บางคนกลัวว่ามันจะเป็นเชื้อโรคหรือโรคติดต่อที่ทำให้คนกลายเป็นซอมบี้เหมือนในหนัง แต่ที่จริงถ้าไม่คิดกันไปไกลมาก โรคธรรมดา ๆ ที่เรารู้จักกันดีก็สามารถเปลี่ยนให้คนธรรมดา ๆ กลายเป็นซอมบี้ได้เหมือนกัน
 
 
อาการของซอมบี้ที่ออกอาละวาดตามที่เป็นข่าวคือ มีอาการคลุ้มคลั่ง ไม่รู้สึกตัว ก้าวร้าวรุนแรง ไล่ทำร้ายผู้อื่น และไม่สนใจสิ่งรอบข้าง โรคที่ทำให้เกิดอาการนี้ได้ก็อย่างเช่น โรคพิษสุนัขบ้า (เกิดจาก Rabies virus) โรคนี้มีผลต่อสมองทำให้เกิดนิสัยดุร้าย ควบคุมตนเองไม่ได้ ไวรัสอีกตัวที่ทำให้เกิดอาการคล้ายกันคือไวรัสจากค้างคาวผลไม้(Nipah virus) เมื่อขึ้นสมองก็อาจทำให้มีพฤติกรรมและอารมณ์เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
 
นอกจากนี้โรคจิตเภท(Schizophrenia) ก็ทำให้เกิดอาการซอมบี้ได้ มันเป็นอาการทางจิตเวชที่ทำให้ผู้ป่วยหวาดระแวง เห็นภาพหลอน ไม่อยู่ในโลกความจริง และอาจเข้าทำร้ายผู้อื่น
 
ความเป็นไปได้อีกอย่างหนึ่งเกิดจากความเสียหายของระบบประสาทส่วนกลาง ซึ่งก็ทำให้คนคลุ้มคลั่งได้เช่นกัน เช่น ระบบประสาทส่วนกลางติดเชื้อ มีเนื้องอกในสมอง หรือเยื่อหุ้มสมองอักเสบ เป็นต้น 
 
และสิ่งที่ใกล้ตัวเรามาก ๆ ก็คือสารเสพติดประเภทหลอนประสาท เช่น ยาบ้า แอลกอฮอล์ รวมไปถึงยาลดน้ำหนัก
 
ถ้ากล่าวกันอย่างนี้แล้วไม่ว่าใคร ๆ ก็กลายเป็นซอมบี้ได้ทั้งนั้นเลยแม้แต่พวกเราด้วย แต่มันก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เพราะใช่ว่าทุกคนที่เป็นโรคหรือติดยาจะอยากกินเนื้อมนุษย์ด้วยกันเอง อาการคงแสดงออกต่าง ๆ กันไป แต่ถึงอย่างไร “ซอมบี้” ก็อาจไม่ได้อยู่ไกลตัวเราอย่างที่คิด…
 
แอดมิน

comments

You can leave a response, or trackback from your own site.

ถ้าไม่อยากเปิดเผยตัวตน เม้นท์ตรงนี้ก็ได้จ้า