นิทาน : นางฟ้ากับเงา

กาลครั้งหนึ่ง ไม่รู้ว่าเนิ่นนานแค่ไหนแล้ว

ณ ที่แห่งหนึ่ง ซึ่งไม่มีใครค้นเจอ ที่ซึ่งมีถ้ำลึกลับซ่อนอยู่
ถ้ำลึกลับแห่งนั้น สิ่งที่ให้แสงสว่างคือเพชรนิลจินดาที่ประดับประดาอยู่ทั่วผนังถ้ำ
มันส่องแสงสีสดแวมวาวสะท้อนแสงจันทร์น้อยนิดที่ส่องผ่านเข้ามา

ณ ที่แห่งนั้น สิ่งมีชีวิตขมุกขมอมนั่งอยู่ที่มุมหนึ่งของถ้ำ
สิ่งมีชีวิตที่ไม่รู้ว่าตนเองคือใคร —

เขาไม่สามารถอยู่ได้ในแสงสว่างจ้า เพราะตัวเขาจะหายไป
เขาไม่สามารถอยู่ได้ในที่มืดมิดอย่างสิ้นเชิง เพราะเขาจะไม่มีตัวตน

ใช่แล้ว เขาคือ “เงา”
แต่ว่า เขาคือเงาของใครกันนะ ?
เขาไม่เคยรู้จักตัวเอง เพราะเขาเป็นแค่เงา
เขารู้เพียง —
เขาตื่นมาพร้อมกับพบว่าตนเองคือเงาผู้ถูกสาปให้เฝ้าสมบัติล้ำค่าในถ้ำแห่งนี้
ก่อนหน้านี้เขาเคยเป็นใคร หรือเขาเกิดมาเป็นเพียงเงาเท่านั้น ก็ไม่อาจรู้ได้
คำถามนั้นไม่เคยมีคำตอบ
ใครเล่าจะสนใจตอบคำถามของเงามืดมัว ใครเล่าจะรู้ว่าเขามีตัวตน ?

เขาเฝ้าอยู่ที่นั่นนานเท่าไรแล้วนะ ?
เขาไม่รู้เลย ไม่เคยรู้วัน เวลา อาจเป็นสิบ เป็นร้อย หรือเป็นพัน ๆ ปี
เขาไม่รู้ —

ในคืนหนึ่ง คืนที่ดวงจันทร์เต็มดวง ท้องฟ้าเปิดโล่ง
เขาออกจากถ้ำมานั่งมองท้องฟ้า
เขาไม่รู้แม้เพียงว่าเขากำลังนั่งหรือนอนกันแน่
ตัวเขาราบลงกับผืนดิน ทั้งยังปรากฎอยู่ตามแนวต้นไม้
การมีชีวิตอยู่ ทั้งที่ไม่มี มันช่างน่าสงสารเหลือเกิน
“ฉันจะหลุดพ้นจากชีวิตเช่นนี้ไปได้อย่างไรกัน? ได้โปรดเถิดดวงจันทร์ ปลดปล่อยฉันจากคำสาปนี้ด้วยเถิด”

***///////////////////////////////////////////////***

สิ้นสุดคำภาวนา ดาวทั้งฟ้าคล้ายจะร่วงหล่นลงมาหมดสิ้น
แสงระยิบระยับของดวงดาวที่โปรยปรายประหนึ่งสายฝน
โอ!— มันช่างสวยงามเหลือเกิน หากเพียงแค่เขาไม่ใช่เงา เขาคงจะได้ยินดีกับภาพที่สวยงามตรงหน้า
แต่เขาเป็นเงา เขาไร้ซึ่งความรู้สึกใด ๆ ชีวิตต้องอยู่ไปวัน ๆ เท่านั้น

สิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นกับเขา
นอกเหนือจากหมู่ดาวที่ตกลงมาไม่ขาดสาย
มีนางฟ้าองค์เล็ก ๆ ปรากฏกายขึ้นตรงหน้าเงาผู้ไร้ค่า
แม้แต่เงาที่ไร้หัวใจอย่างเขา ยังต้องชื่นชมกับสิ่งที่ได้เห็น

นางฟ้าพระองค์น้อย ขยับปีกใส ๆ ของเธออย่างคล่องแคล่วร่าเริง
ทุก ๆ อิริยาบท ทุก ๆ ย่างก้าวของเธอ ยังให้ประกายสดใสของเพชรและทองทอแสงระยับ
เส้นผมสีดำสนิทเป็นมัน รับกับนัยน์ตาสีควอซ์ไทน์ที่ฉายแววฉลาดและซุกซน
เธอมีผิวขาวราวเกล็ดน้ำตาล จนเจ้าเงาแทบจะสัมผัสความหวานได้กระนั้น
รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏบนใบหน้าที่ดูรั้น ๆ สลักเป็นภาพที่น่าเอ็นดูเกินบรรยาย
ฟันกระต่ายคู่เล็ก ๆ กับลักยิ้มที่ข้างแก้มแทบกระชากหัวใจเจ้าเงาให้หลุดออกมา
อ้าว! ลืมไป เจ้าเงาไม่มีหัวใจนี่นา —

***///////////////////////////////////////////////***

นางฟ้าขยับมาใกล้เงา แล้วนั่งบนเชิงดินเคียงข้างกับเขา
ประกายสว่างไสวของเธอสวยยิ่งกว่าอัญมณีใด ๆ ที่เงาเฝ้ารักษาอยู่
หรือเธอจะเป็นสมบัติล้ำค่าที่เทพีลูน่าทรงประทานให้แก่เงาผู้ต่ำต้อย ?

บัดนี้นางฟ้าน้อย ๆ นั่งอยู่ตรงนี้ ตรงที่เงาเฝ้ามอง
ถ้าเพียงแต่เขามีหัวใจ เขาคงรู้สึกทรมานยิ่งนัก
เพราะเขาไม่อาจอยู่แนบชิดกับเธอได้อย่างแท้จริง
ส่วนหนึ่งของเขาปรากฏอยู่บนแนวป่า ห่างไกลจากนางฟ้ามากมาย
ในขณะที่อีกส่วนของเขาทาทาบลงแทบเท้าของเธออย่างไร้ศักดิ์ศรี
เขาไม่มีตัวตน ไม่มีสิทธิ์สัมผัส โอบกอด หรือพูดคุยกับเธอ

กระนั้น นางฟ้าน้อยผู้เมตตา ก็ยังคงนั่งอยู่ตรงนี้
เธอคงได้รับหน้าที่จากเทพีลูน่า เพื่อมาปลดปล่อยเจ้าเงาจากคำสาปร้ายตามคำขอ

***///////////////////////////////////////////////***

นางฟ้ายังคงนั่งอยู่ที่เดิม ตรงที่เงาเฝ้ามอง —
เล่านิทานแห่งความฝันอันสวยงามให้เจ้าเงาฟัง

สายตาของเธอเหม่อมองไปแสนไกล —
เงารู้ไหม  เหนือสายรุ้งนั่นคือที่แห่งใด ?
มันเป็นแดนสวรรค์ที่สวยงามเหลือเกิน
เมื่อก้าวข้ามสะพานสายรุ้งที่ทำจากเกล็ดหิมะ
เรือแห่งความสุขลำน้อยใหญ่แล่นลอยอยู่เบื้องล่าง
นกสวรรค์สีฟ้าและสีทองส่งเสียงร้องเพลงสดใส
ที่ไหลรินลงมาจากเทือกเขาคือลำธารน้ำหวานสีชมพู
ผู้ใดได้ดื่มกินจะมีชีวิตเป็นอมตะ ปราศจากความหิว ความกลัว และความเศร้าหมอง
ที่สุดปลายรุ้งมีทุ่งหญ้าสีขาว ประดับด้วยไม้ดอกสีเงินและสีทอง
หมู่นางฟ้า และภูตตัวเล็ก ๆ บินหยอกล้อ หัวเราะ และร้องเพลง —

ด้วยเหตุผลบางอย่าง เจ้าเงานั่งอยู่ตรงนั้น จ้องมองนางฟ้าจนใกล้สาง
ฟังนิทานของเธอ นิทานที่สวยงามเหลือเกิน แต่เขาไม่อาจสัมผัสหรือเข้าถึงมันได้
เขาอยากมีความรู้สึกนึกรัก และผูกพันกับเธอ แต่เขาทำไม่ได้
เขาค่อย ๆ ยอมรับความจริงนั้น และเดินกลับเข้าไปในถ้ำตามเดิม

ในถ้ำอันเงียบสงัด แสงวับแวมแห่งอัญมณีดูจะเลือนลาง
เมื่อเทียบกับแสงเงินแสงทองสดใสของนางฟ้า
เจ้าเงาเผลอหลับไป นี่คือครั้งแรกในชีวิตของเงาที่ได้หลับนอน
และนี่คือครั้งแรกที่เขาได้เข้าไปอยู่ในความฝัน
เขาฝันถึงดินแดนบนสายรุ้ง
เขาฝันถึงนางฟ้า —

***///////////////////////////////////////////////***

ครั้นเมื่อสะดุ้งตื่นขึ้นอีกครา แสงทองก็ลับขอบฟ้า ดวงจัทราออกมาอีกครั้งแล้ว
เขาหลับไปนานทีเดียว
และเขาฝันได้ด้วยหรือ ? เจ้าเงาคิดอย่างสงสัย

ขณะที่เขากำลังจะเดินออกมาภายนอก —
“เอ๊ะ! ตัวฉันไม่ได้อยู่บนผนังถ้ำ”
เงาตกใจมาก เขามองไปรอบ ๆ หาตัวเองตามผนังถ้ำ ตามพื้นดิน ไม่พบเงาเลยสักที่
บัดนี้เขาไม่ใช่เงาอีกต่อไปแล้ว เขามีตัวตน ยืนอยู่บนพื้นดิน
เท้าที่สัมผัสกับพื้นนั้นรู้สึกถึงน้ำหนัก เขาก้มลงมองตัวเอง เขามีตัวตนแล้ว —
แต่เป็นตัวตนที่เลือนลางและน่าสงสารยิ่งนัก เป็นเพียงร่างมืด ๆ มัว ๆ สั่นไหว
และร่างนั้นปราศจากเงาอย่างสิ้นเชิง หรือนี่จะเรียกว่า “วิญญาณ” ?

เขาเดินออกมาดูท้องฟ้ายามค่ำคืน

นางฟ้ายังคงนั่งอยู่ที่เดิม ตรงที่เงาเฝ้ามอง —
ร้องเพลงด้วยเสียงอันแสนหวาน บทเพลงไพเราะที่เจ้าเงาไม่มีวันเข้าใจ
เจ้าเงาสังเกตเห็นว่า บัดนี้ปีกบางใสแสนสวยของเธอหายไป

สายตาของเธอเหม่อมองไปแสนไกล —
เสียงสดใส ไพเราะ และก้องกังวาลดั่งเสียงเมโลดี้จากกล่องดนตรีแก้ว
เธอพยายามขับกล่อมเจ้าเงา ซึ่งขณะนี้เดินมานั่งที่เชิงดินข้าง ๆ เธอ
ด้วยร่างที่สั่นไหว มืดมน เป็นเพียงวิญญาณ เขาไม่สามารถแตะต้องเธอได้

และนี่คือเพลงของนางฟ้า —

สายฝนที่โปรยปรายลงสู่ทุ่งหญ้าช่างอ่อนโยนอะไรเช่นนี้
เหล่านกน้อยบนยอดไม้ ขับกล่อมปุยเมฆด้วยท่วงทำนองเพลงอันไพเพราะ
เมื่อมองไปเหนือหุบเขา สายรุ้งสีสดใสกำลังทอประกาย
มนต์สะกดจากเบื้องบน บันดาลให้ทุกสิ่งสวยงาม เหมาะสำหรับเป็นวันแห่งความรัก —

ด้วยเหตุผลบางอย่าง เจ้าเงานั่งอยู่ตรงนั้น จ้องมองนางฟ้าจนใกล้สาง
ฟังบทเพลงแสนหวานของเธอ
บทเพลงที่ไพเราะเหลือเกิน แต่เขาไม่อาจสัมผัสหรือเข้าถึงมันได้
เขาอยากมีความรู้สึกนึกรัก และผูกพันกับเธอ แต่เขาทำไม่ได้
เขาค่อย ๆ ยอมรับความจริงนั้น และเดินกลับเข้าไปในถ้ำตามเดิม

ในถ้ำอันเงียบสงัด แสงวับแวมแห่งอัญมณีดูจะเลือนลาง
เมื่อเทียบกับแสงเงินแสงทองสดใสของนางฟ้า
เขานั่งอยู่ตามลำพัง พลางฮัมเพลงเบา ๆ —
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาฮัมเพลง
“ฉันกำลังฮัมเพลง ?” เจ้าเงาแปลกใจ
เขาฮัมเพลงด้วยท่วงทำนองของนางฟ้า ขับกล่อมตนเองจนหลับไป —

***///////////////////////////////////////////////***

ครั้นเมื่อสะดุ้งตื่นขึ้นอีกครา แสงทองก็ลับขอบฟ้า ดวงจัทราออกมาอีกครั้งแล้ว
เขาหลับไปนานทีเดียว
“แปลกจริงเชียว ฉันฮัมเพลงก่อนนอน ฉันฮัมเพลงได้ด้วยหรือ?” เจ้าเงาคิดทบทวน
เขาลุกขึ้น ไม่เห็นตนเองบนผนังถ้ำ
จริงสิ เขาไม่ใช่เงาแล้ว เขามีวิญญาณ—
เขาก้มมองตนเอง บัดนี้เขาไม่ได้เป็นเพียงร่างที่มืดมัวและสั่นเทาอีกแล้ว
สีสันซีด ๆ ปรากฏอยู่ทั่วทั้งตัว
อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังดูเลือนลางเหลือเกิน

เขาเดินออกมาดูท้องฟ้ายามค่ำคืน

นางฟ้ายังคงอยู่ที่เดิม ตรงที่เงาเฝ้ามอง—
เธอกำลังเต้นรำอยู่เพียงผู้เดียว
โยกย้ายอย่างนุ่มนวลตามท่วงทำนองอันไพเราะที่เหล่านกน้อยร่วมขับขาน
วันนี้นางฟ้าไม่มีแสงเงินแสงทองระยิบระยับขณะเคลื่อนไหวอีกแล้ว
มีเพียงแสงจันทร์นวล ๆ ที่อาบไล้ผิวขาวละมุน

สายตาของเธอเหม่อมองไปแสนไกล —
เงาเดินไปหานางฟ้าอย่างลังเล
นางฟ้าสัมผัสมือของเขาอย่างแผ่วเบา
เธอสอนเจ้าเงาเต้นรำ
เป็นครั้งแรกที่ร่างของเงาได้สัมผัสกับนางฟ้า
มันช่างวิเศษอะไรเช่นนี้หนอ
ถ้าเพียงแต่เจ้าเงามีหัวใจ เขาคงมีความสุขที่สุดในโลก

ด้วยเหตุผลบางอย่าง เจ้าเงาอยู่กับนางฟ้าจนใกล้สาง
เต้นรำกับเธอด้วยท่วงทำนองอันแสนหวาน ที่เขาไม่มีวันเข้าใจ
เขาอยากมีความรู้สึกนึกรัก และผูกพันกับเธอ แต่เขาทำไม่ได้
เขาค่อย ๆ ยอมรับความจริงนั้น และเดินกลับเข้าไปในถ้ำตามเดิม

ในถ้ำอันเงียบสงัด แสงวับแวมแห่งอัญมณีดูจะเลือนลาง
เมื่อเทียบกับนัยน์ตาที่ส่องประกายของนางฟ้า
เขาสับสน ลังเล ว้าวุ่น และนี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกเช่นนั้น
แม้เขาจะไร้หัวใจ แต่เขาก็รับรู้ได้ว่านางฟ้าช่างแสนดีกับเขา
เขาควรจะมีอะไรสักอย่างตอบแทนเธอ
เขาอยากเล่าเรื่องราวสวยงามให้เธอฟัง
อยากร้องเพลงให้เธอฟัง
แต่เขาจะทำได้อย่างไรเล่า ? ชีวิตของเขาเคยเห็นแต่ถ้ำและอัญมณีเหล่านี้ —
“จริงสิ! พรุ่งนี้ฉันจะเอาอัญมณีสวยงามเหล่านี้ไปให้นางฟ้า”
คิดได้ดังนั้นเจ้าเงาก็เผลอหลับไป —

***///////////////////////////////////////////////***

ครั้นเมื่อสะดุ้งตื่นขึ้นอีกครา แสงทองก็ลับขอบฟ้า ดวงจัทราออกมาอีกครั้งแล้ว
เขาหลับไปนานทีเดียว
วันนี้เขาจะเอาอัญมณีสวยงามเหล่านี้ไปให้นางฟ้า
เขาบรรจงเลือกเพชรพลอยและไข่มุกที่สวยที่สุด
เขาถือมันอย่างระมัดระวังและหวงแหน
เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่ามันมีค่าและสวยงามยิ่งนัก

เขาเดินออกมา แต่คืนนี้หาได้ต้องการดูท้องฟ้ายามค่ำคืน
เขาตั้งใจมาหานางฟ้า
เป็นครั้งแรกที่เขาอยากพบใครสักคนหนึ่ง
เขาอยากพบนางฟ้า —

นางฟ้ายังคงอยู่ที่เดิม ตรงที่เงาเฝ้ามอง—
บัดนี้เธอดูหม่นหมองลงไป
เธอไม่มีปีกใส ๆ ไม่มีประกายระยิบระยับ
แม้แต่แสงจันทร์นวล ๆ ที่อาบไล้ผิวกายก็หายไป
แต่เธอก็ยังเปล่งประกายด้วยนัยน์ตาสีควอซ์ไทน์คู่นั้น

สายตาของเธอมิได้เหม่อมองไปแสนไกลอีกแล้ว —
เธอมองมายังเงา ที่ยืนอยู่ตรงหน้า
เงาผู้ถืออัญมณีสวยงามอยู่จนล้นมือ

เจ้าเงาซึ่งบัดนี้ไม่ได้เป็นเงา ไม่ได้เป็นร่างมืดดำ และไม่ได้มีสีซีด ๆ เลือน ๆ อีกแล้ว
หากแต่เป็นชายหนุ่มรูปงามที่ดูน่าหลงใหลที่สุดคนหนึ่ง
เขาค่อย ๆ เดินไปหานางฟ้า และมอบอัญมณีสวยงามให้กับเธอ

“เจ้ามีหน้าที่เฝ้ารักษามันเอาไว้มิใช่หรือ?” นางฟ้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ใช่ แต่ข้าไม่เคยรู้มาก่อนว่าข้าจะเก็บรักษามันไว้เพื่อใคร ข้าไม่เคยรู้จักเจ้าของ ๆ มันเลย แต่บัดนี้รู้แล้ว—“

นางฟ้าส่งยิ้มหวานแทนการขอบคุณ
นั่นเป็นคำขอบคุณที่เลอค่าเหลือเกินสำหรับเจ้าเงา
จากนั้นเธอก็เริ่มขับขานเพลงไพเราะ
เหล่านกน้อยร่วมกันร้องรับเสียงสดใส
แสงจันทร์ส่องลงมาราวกับแสงไฟ
ดวงดาวน้อยใหญ่เต้นระยิบราวกับได้ยินลำนำของนางฟ้า
แม้แต่เงาของต้นไม้ใบหญ้ายังคล้ายจะร่าเริง

เจ้าเงาและนางฟ้าเต้นรำกัน
บัดนี้นางฟ้าหยุดร้องเพลงแล้ว
เธอปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพงไพร และเหล่าสกุณาขับขานต่อไป
เธอสนใจเพียงใบหน้าของเจ้าเงาเท่านั้น และเขาก็เช่นเดียวกัน —

คืนนี้ ท้องฟ้าช่างเต็มไปด้วยดวงดาว สวยงามกว่าคืนไหน ๆ
คืนนี้ เสียงเพลงแห่งพงไพรสะท้อนก้องทุกโสตสัมผัส
คืนนี้ ลมแผ่ว ๆ พัดผ่านมาทักทายด้วยยินดี
คืนนี้ นางฟ้าช่างงามเหลือเกิน และเธออยู่ในอ้อมกอดของเงา
คืนนี้ พิเศษกว่าคืนไหน ๆ เพราะว่า — “เจ้าเงามีหัวใจเป็นของตนเองแล้ว”

เขาได้ลิ้มรสและสัมผัสทุกสิ่งทุกอย่างด้วย “หัวใจ”
เขาเสพความสุขอย่างหิวกระหาย ดุจผู้ที่จวนเจียนจะขาดอากาศหายใจกระนั้น
มันช่างวิเศษนัก การมีหัวใจมันช่างวิเศษอะไรเช่นนี้หนอ ?

เงาและนางฟ้าเต้นรำต่อไป
เจ้าเงาซึมซับเอาความสุขและความร่าเริงจากนางฟ้า
ตัวตนของเขาค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น เป็นรูปธรรมมากขึ้น มากขึ้น ทีละน้อย
เขารู้สึกแข็งแรง มั่นคง และอบอุ่น
รู้สึกถึงลมหายใจ และได้ยินเสียงหัวใจเต้นอยู่ในอกข้างซ้ายของตนเอง
ในขณะที่นางฟ้าน้อย ๆ ดูหม่นหมองและอ่อนแรงลงทุกขณะ

“นางฟ้าน้อย ๆ ของข้า ท่านเหนื่อยหรืออย่างไร?” เจ้าเงาถามนางฟ้าของเขา
นางฟ้าเงยหน้ามองเจ้าเงา และส่งรอยยิ้มที่หวานกินใจให้เขาอีกครั้ง
หากแต่รอยยิ้มนั้นดูเศร้าเหลือเกิน และนัยน์ตาก็หม่นหมองลง แต่ก็ยังคงดูมีเสน่ห์ล้ำลึก

เจ้าเงาจ้องดูนางฟ้า —
ใบหน้างดงามปราศจากการแต่งเติมใด ๆ และริมฝีปากบอบบางของเธอ
ทำให้เขารู้สึกอะไรบางอย่าง
เขาบรรจงจุมพิตนางฟ้าน้อย
มันเป็นจุมพิตแรกของเขา มันช่างนุ่มนวลและหวานหอม —

เจ้าเงาล่องลอยไปในภวังค์
เขาฝันถึงชีวิตทุก ๆ วันต่อจากนี้ที่มีนางฟ้าอยู่เคียงข้าง
ฝันถึงครอบครัวอบอุ่นที่เขาจะสร้างขึ้นกับเธอ
ฝันถึงเรื่องราวมากมายที่เขาทั้งสองจะผ่านมันไปด้วยกัน
ฝันถึงชีวิตที่ไม่ต้องโดดเดียวเดียวดายอีกต่อไป —

รัตติกาลสิ้นสุดลงแล้ว
เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้น มองนางฟ้าน้อยตรงหน้า
แต่แล้วก็พบว่านางฟ้าของเขาหายไป —

เงาตกใจมาก เขารู้สึกเหมือนเพิ่งตื่นจากฝัน
เบื้องหน้าของเขามีแต่ความว่างเปล่า
กับแสงทองอ่อน ๆ ของวันใหม่
นางฟ้าน้อย ๆ หายไปไหนกันนะ ?

เขายืนนิ่งด้วยความงุนงง
ดวงอาทิตย์ขยับสูงขึ้นจากขอบฟ้า
แสงสาดส่องมายังตัวเขา
เขาเห็นเงาของตัวเองทอดยาวบนพื้นดิน
มันเป็นเงาที่มีเจ้าของเป็นชายหนุ่มรูปงามแสนสมบูรณ์แบบ
เขาหลุดพ้นจากคำสาปโดยสิ้นเชิงแล้ว
หมายความว่านางฟ้าหมดหน้าที่ของเธอแล้วอย่างนั้นหรือ ?

ความโศกเศร้าถาโถมเข้ามายังจิตใจดวงใหม่เอี่ยมของเจ้าเงาในทันใด
เป็นครั้งแรกที่เจ้าเงารู้สึกถึงความทุกข์
นี่หรือความรู้สึกของผู้ที่มีหัวใจ ?
การได้สัมผัสความสุขจากความรัก เป็นสิ่งวิเศษเกินกว่าสิ่งใดจะเปรียบได้
การได้สัมผัสความทุกข์จากการสูญเสียก็แสนทรมานจนสุดพรรณา
ต่อจากนี้เขาจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร ?

เขาค่อย ๆ นั่งลงอย่างอ่อนแรงที่เชิงดินตรงที่นางฟ้าเคยนั่ง
เฝ้าคอยรัตติกาลให้เวียนมาถึง ด้วยความหวังเล็ก ๆ ของเขา
เขาอาจพบนางฟ้าอีกครั้งเมื่อดวงจันทร์ทอแสง
แต่ในใจลึก ๆ กลับรู้ดีว่า ภารกิจของนางฟ้าได้สิ้นสุดลงแล้ว—

แต่ละวินาทีที่ผ่านไปมันช่างยาวนานเหลือเกิน
ทำไมเวลามันช่างเชื่องช้าอย่างนี้หนอ ?
เขาไม่เคยรู้สึกอย่างนี้มาก่อนเลย เพราะเขาไม่เคยเฝ้ารอ—

ในที่สุด แสงสุดท้ายก็ลับขอบฟ้าลง
เป็นเวลาของดวงจันทร์อีกครา

หัวใจของเจ้าเงาเต้นไม่เป็นระส่ำ
เขาเฝ้ารอจนใกล้สาง
ได้เวลาที่เขาจะต้องยอมรับความจริงแล้วว่า นางฟ้าจะไม่มาอีกแล้ว
หยาดน้ำตาหลั่งรินออกมาจากดวงตาของเงาเป็นครั้งแรก
เขาไม่อาจต้านทานหรือหยุดยั้งมันได้
เขาร้องไห้ ?
นี่หรือสิ่งที่ผู้มีหัวใจต้องพบเจอ ?

การมีหัวใจ มีความรู้สึก ไม่ใช่พรวิเศษที่เขาต้องการอีกแล้ว
มันเป็นคำสาปชั่วร้าย เจ็บปวดและทุกข์ทรมาน

เมื่อดาวดวงสุดท้ายพุ่งลงตรงขอบฟ้า
เขาก็เริ่มภาวนาอีกครั้ง
“ได้โปรดเถิด เอาหัวใจของฉันคืนไปเถิด โปรดปลดปล่อยฉันจากคำสาปชั่วร้ายนี้ด้วยเถิด”

ไม่มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นอีกแล้ว
คงไม่มีผู้ใดอยากสนใจคำขอของเงาผู้เรื่องมาก และโง่เขลาอีกต่อไป —

***///////////////////////////////////////////////***

เขาเดินเข้าไปในถ้ำ
นั่งลงตรงกองสมบัติและเพชรนิลจินดามหาศาลอย่างที่เขาเคยทำตลอดมา

แต่สิ่งที่แตกต่างออกไปคือ—
เขาไม่ใช่เงาที่อยู่ไปวัน ๆ อย่างไร้ความรู้สึกอีกแล้ว
ทุก ๆ วันเขารู้สึกเหงาจับใจ จนต้องร้องไห้ให้กับความเหงานั้น
ทุก ๆ คืนเขาได้ยินเสียงเพลงแห่งพงไพร
เพลงที่เคยฟังดูไพเราะ บัดนี้กลายเป็นเพลงแห่งความทรงจำที่ทำให้เจ็บปวด
ตลอดเวลาเฝ้าคิดถึงแต่นางฟ้าองค์น้อย ๆ
ครั้นเผลอหลับไปเมื่อไร ก็ฝันเห็นเพียงดินแดนบนสายรุ้ง
ฝันเห็นนางฟ้า—

และยังคงเป็นอยู่อย่างนั้นชั่วนิรันดร์


เนื่องจากบทความนี้ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่เฉพาะที่
ห้ามคัดลอกเด็ดขาด

comments

You can leave a response, or trackback from your own site.

2 Responses to “นิทาน : นางฟ้ากับเงา”

  1. Hi.Tree.Ka says:

    เศร้าจัง

  2. Knight says:

    เศร้ามากครับ

ถ้าไม่อยากเปิดเผยตัวตน เม้นท์ตรงนี้ก็ได้จ้า