บันทึกลับสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา(ตอนที่3)

สาบสูญที่เบอร์มิวดา
 
 
สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา เป็นอาณาบริเวณส่วนหนึ่งในมหาสมุทรแอตแลนติกตะวันตก เริ่มจากตอนเหนือของเบอร์มิวดา ไปถึงตอนใต้ของฟลอลิดา และจากฟลอลิดาทำมุม 45 องศา กับเส้นรุ้งไปทางตะวันตก ผ่านบาฮามัสและเปอร์โตริโก และเฉียงกลับสู่ทางใต้ตอนเหนือของเบอร์มิวดา ทำให้เป็นรูปสามเหลี่ยม
 
ตรงบริเวณนั้นเองเป็นแหล่งกำเนิดเรื่องราวลี้ลับมหัศจรรย์ขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเหตุการณ์เหลือเชื่อเหล่านั้นเริ่มขึ้นตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง (ค.ศ.1945) จนถึงปัจจุบัน มีเครื่องบินจำนวนมากกว่า 100 ลำ และเรือเดินสมุทรอีกนับไม่ถ้วนหายไปอย่างไร้ร่องรอยในบริเวณนั้น รวมทั้งชีวิตนับพันที่หายไปพร้อมกับพาหนะ ไม่มีซากศพ ไม่มีชิ้นส่วนใด ๆ ให้ค้นหาแม้แต่รายเดียว และเหตุการณ์เช่นนี้ก็ยังคงเกิดขึ้นเรื่อยมา แม้ว่าชาติต่าง ๆ ที่ได้รับการสูญเสียจะพยายามดำเนินการค้นหาสาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงไรก็ไร้ผล ไม่มีใครสามารถระบุสาเหตุได้อย่างชัดเจน และไม่มีใครสามารถป้องกันภัยที่จะเกิดขึ้นจากสิ่งนี้ได้เลย
 
 
เครื่องบินที่หายไปเหนือพื้นทะเลแห่งนี้ ส่วนมากก่อนที่จะหายสาบสูญ ยังสามารถติดต่อกับสถานีปลายทางได้ปกติ รายงานว่าสภาพอากาศและทัศนวิสัยสดใสดี ไม่มีพายุใด ๆ แล้วอยู่ ๆ ก็หายไปอย่างฉับพลัน ขาดการติดต่อ และไร้ร่องรอย แต่มีนักบินบางรายมีโอกาสพอที่จะรายงานสิ่งผิดปกติก่อนที่จะหายไป ซึ่งทุกรายต่างแจ้งตรงกันว่า ไม่สามารถควบคุมกลไกต่าง ๆ ได้ เข็มทิศหมุนปั่นจนบอกทิศทางไม่ได้ ท้องฟ้ากลายเป็นสีเหลือง มีหมอกหนาทึบ ทั้งที่อากาศแจ่มใส ท้องทะเลกลับปั่นป่วนขึ้นกะทันหันอย่างไม่ทราบสาเหตุ
 
 
กองทัพเรือสหรัฐมีการบันทึกไว้ว่า วันที 5 ธันมาคม 1945 เครื่องบิน TBM อเว็งเยอร์ 5 ลำ ที่ออกบินจากฟอร์ด ลอเดอร์เดล ขณะที่กำลังลาดตระเวณอยู่เหนือบริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา การติดต่อกับฐานบินได้ขาดหายไป กองทัพเรือจึงส่งเครื่องบินยักษ์สำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล ชื่อ มาร์ติน มารีนเนอร์ ไปค้นหา แต่มาร์ติน มารีนเนอร์ กลับหายไปอย่างไร้ร่องรอยเช่นเดียวกัน ทำให้กองทัพต้องระดมพลค้นหาเครื่องบินที่หายไปทั้งฝูงพร้อมเครื่องบินยักษ์อย่างละเอียดทุกตารางนิ้ว แต่ไม่พบเศษซากใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องชูชีพหรือชิ้นส่วนเครื่องบิน ถือเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมาก
 
 
หลังจากนั้นทั้งเครื่องบินทหารและเครื่องบินพาณิชย์จำนวนมาก ต่างก็ทยอยกันหายไปอย่างลึกลับเหนือพื้นที่สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา ไม่เหลือร่องรอยของความหวังใด ๆ ให้ค้นหา คล้ายกับพวกมันได้หายไปในห้วงเหวของท้องฟ้าอย่างลึกลับ นอกจากเครื่องบินยังมีเรือทั้งเล็กใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเรือสงคราม เรือพาณิชย์ ก็หายไปตรงบริเวณนี้นับไม่ถ้วนพร้อมทั้งชีวิตของลูกเรือและกะลาสีทั้งหมด ไม่เหลือซากเรืออัปปางไว้ให้เห็น ราวกับทุกสิ่งทุกอย่างถูกเปลี่ยนจากมิติหนึ่งไปสู่อีกมิติหนึ่งอย่างทันทีทันใด
 
 
ในจำนวนนั้น เรือมารีน ซัลเฟอร์ ควีน ซึ่งเป็นเรือบรรทุกสินค้าและเรือโดยสารขนาดใหญ่ ยาวถึง 425 ฟุต และเรือ U.S.S ไซคล็อปส์ ที่มีระวางขับน้ำ 19,000 ตัน พร้อมด้วยลูกเรือโดยสาร 309 คน ก็ได้ถูกกลืนหายไปเช่นกัน ไม่มีร่องรอยซากเรือหรือสิ่งมีชีวิตใด ๆ เป็นหลักฐานให้ตามหาได้เลย แม้แต่นกแก้วซึ่งพูดภาษาคนได้ ที่ถูกลูกเรือเลี้ยงไว้แล้วปล่อยให้อยู่ที่ดาดฟ้าเรืออย่างอิสระก็หายไปด้วย หากเป็นเหตุการณ์ปกติ มันควรจะบินหนีเอาตัวรอดได้อย่างง่ายดาย…
 
 
-โปรดติดตามตอนต่อไป-
 
 
แอดมิน
อ้างอิงจาก : The Bermuda Triangle, ภิรมย์ พุทธรัตน์

comments

You can leave a response, or trackback from your own site.

ถ้าไม่อยากเปิดเผยตัวตน เม้นท์ตรงนี้ก็ได้จ้า