ประสบการณ์ออกจากร่างคือมายาลวงแห่งจิต

เผยความลับประสบการณ์วิญญาณออกจากร่าง

 

ปกติแล้วเราจะสามารถแยกแยะตัวตนของเราออกจากคนรอบข้างและสภาพแวดล้อมทั้งหมดได้ โดยเราจะรู้ขอบเขตที่แน่ชัดของตนเองและรู้สึกว่าเป็นหนึ่งเดียวกับร่างกายของเราทุกส่วน เพราะมันเป็นศูนย์กลางของความคิดและความรู้สึกทั้งมวล

 

นักวิทยาศาสตร์พยายามหาคำตอบกันมานานแล้วว่า เราสามารถรักษาความรู้สึกสำนึกรู้ตัวตนของเราเอาไว้ได้อย่างไร ไม่ให้สับสนกับสิ่งอื่น ๆ ใกล้ตัว แต่ก็เป็นการยากมากที่จะชี้วัดเนื่องจากความรู้สึกเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้

 

มีคนจำนวนไม่น้อยที่อ้างว่าตนเองนั้นมีประสบการณ์วิญญาณออกจากร่าง โดยรู้สึกว่าความรู้สึกนึกคิดของตนนั้นไม่ได้ติดอยู่กับร่างกายทั้งยังสามารถเดินทางไปไหนต่อไหนได้โดยอิสระ ทำให้ศาสตร์ต่าง ๆ เกิดการแยกส่วนของมนุษย์ออกเป็นสองส่วนคร่าว ๆ คือ กายเนื้อ และวิญญาณ เกิดข้อสงสัยไม่สิ้นสุดว่า วิญญาณจะออกจากร่างได้อย่างไร และเมื่อใด และทำไมบางคนมีประสบการณ์นี้ แต่บางคนไม่เคยมี บ้างว่าเกิดจากการฝึกฝน บ้างว่าเป็นความสามารถพิเศษ บ้างว่าเป็นบุญบารมีและปาฏิหาริย์ ซึ่งก็อาจจะมีส่วนจริง แต่เมื่อไม่นานมานี้มีการค้นพบทางการแพทย์เรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก และอาจสามารถใช้เป็นคำอธิบายประสบการณ์วิญญาณออกจากร่างได้ในหลายกรณี

 

ในการศึกษาร่วมกับการรักษาโรคลมชัก ของนายแพทย์โอลาฟ แบลงค์ โรงพยาบาลคณะแพทย์เจนีวา ขณะที่คณะแพทย์ทำการทดสอบปล่อยกระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ ผ่านไปยังขั้วไฟฟ้าที่ติดอยู่บนบริเวณจำเพาะต่าง ๆ ในสมองของคนไข้ เพื่อตรวจดูว่าอาการลมชักนั้นมีจุดกำเนิดที่บริเวณใด พวกเขาก็ได้ค้นพบสิ่งมหัศจรรย์อย่างหนึ่งโดยบังเอิญ นั่นคือ “ประสบการณ์ออกนอกร่าง (out of body experience)” ของคนไข้ เมื่อถูกกระตุ้นสมองด้วยไฟฟ้าตามจุดต่าง ๆ บางจุด

 

 

การค้นพบนี้ช่วยให้เราเข้าใจว่า ความรู้สึก “วิญญาณออกจากร่าง” คืออะไร…

 

แท้จริงแล้วระบบประสาทการทรงตัว (sense of balance) นั่นเอง ที่ทำให้เรารู้สึกอยู่เสมอว่าตัวเรายังคง “อยู่ติดกับพื้นดิน” พร้อมกับร่างกายของเรา และไม่รู้สึกว่าเป็นวิญญาณที่หลุดลอยไปไหนต่อไหนได้ การสูญเสียสภาวะสมดุลอันเกิดขึ้นเมื่อประสาทส่วนนี้ผิดปกติ ทำให้เราสูญเสียความสามารถในการ “สำนึกรู้ตัวตน” ของตนเองไป คือ เราจะไม่รู้สึกว่าร่างกายหรืออวัยวะคือส่วนหนึ่งของตัวเรา การรับรู้ตำแหน่งของเราก็จะบิดเบือน ทำให้รู้สึกว่าร่างกายกลายเป็นสิ่งแปลกปลอมสำหรับเราไปได้

 

การค้นพบนี้สามารถนำมาอธิบายได้ว่าทำไมคนไข้ที่สูญเสียอวัยวะ เช่น มือ แขน ขา จึงมักปฏิเสธอวัยวะใหม่ที่นำมาปลูกถ่ายให้ และไม่สามารถใช้งานอวัยวะส่วนนั้นได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากพวกเขารู้สึกว่าเขาไม่สามารถระบุตำแหน่งของมันได้ เพราะการประสานงานของประสาทที่ไม่คุ้นเคยกัน และมันก็ยังคงเป็นสิ่งแปลกปลอมสำหรับเขาอยู่ดี

 

นอกจากนี้ยังสามารถนำมาอธิบายอาการของผู้ป่วยทางจิตบางประเภทได้ เช่น ในกรณีของผู้ที่มีความรู้สึกแปลกแยกกับตัวเอง เสมือนว่ามีร่างอีกร่างหนึ่งคอยติดตามอยู่ใกล้ ๆ ตลอดเวลา ทำให้เกิดความระแวงหวาดกลัว เป็นต้น อาการเหล่านี้ล้วนเกิดจากความผิดปกติของระบบประสาทซึ่งทำหน้าที่ระบุตำแหน่งของตัวเราเองทั้งสิ้น

 

ต่อไปนี้คือตัวอย่างการทดลองบางส่วน…

 

1.อาการร่างเงา

 

บริเวณสมองที่ถูกกระตุ้นด้วยไฟฟ้า : ตำแหน่งเชื่อมระหว่างกลีบสมองข้างที่เรียกว่าจุดเชื่อม “เท็มโพโรพารัยเอทอล” ซึ่งจุดนี้เป็นจุดที่ช่วยให้เราสำนึกรู้ตัวตน ทำให้เราสามารถแยกแยะตัวเองออกจากผู้อื่นได้ และยังช่วยประมวลความรู้สึกจากประสาทสัมผัสทั่วร่างกายด้วย

 

อาการเมื่อถูกกระตุ้นด้วยไฟฟ้า : รู้สึกเหมือนมีร่างอีกร่างคอยวนเวียนอยู่ใกล้ ๆ คล้ายกับเป็นเงาของคนแปลกหน้า เงานั้นไม่พูดอะไร เพียงแต่ปรากฏขึ้นมาทันที เหมือนเงาลึกลับของใครบางคนที่ไม่อาจสัมผัสได้ เมื่อขยับร่าง เงานั้นก็จะขยับตามด้วยอิริยาบถเดียวกับ และเมื่อนั่งชันเข่า โดยเอาแขนมาโอบรอบเข่าตัวเอง ก็รู้สึกว่าถูกเงานั้นโอบกอดอยู่ด้วย ให้ความรู้สึกที่น่าอึดอัดมาก

 

ผลการวินิจฉัย : เมื่อความสามารถของสมองในการระบุตำแหน่งของร่างกายเกิดผิดเพี้ยนไป ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกไปว่ามีอีกร่างหนึ่งคอยติดตามอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่ร่างนั้นก็คือตัวของผู้ป่วยเอง

 

2. อาการวิญญาณออกจากร่าง

 

บริเวณสมองที่ถูกกระตุ้นด้วยไฟฟ้า : ตำแหน่งกลีบสมองที่ชื่อว่า “แองกูล่า ไจรัส” อยู่บริเวณด้านหลังของสมองส่วนท้ายทอย ทำหน้าที่จำแนกกระแสประสาทจากประสาทสัมผัสต่าง ๆ รวมถึงการรับรู้ตำแหน่งแขนขาของร่างกาย ทำให้เรารู้ว่าตำแหน่งของร่างกายเราขณะนั้นเป็นอย่างไร โดยที่ไม่ต้องมองดู

 

อาการเมื่อถูกกระตุ้นด้วยไฟฟ้า : ผู้ถูกกระตุ้นด้วยไฟฟ้าที่สมองส่วนนี้ ผู้ป่วยรายงานว่าร่างกายของตนเองกำลังจมลึกลงไปในเตียง บางครั้งก็รู้สึกว่ากำลังร่วงหล่นลงจากที่สูง เมื่อเพิ่มกระแสไฟฟ้าเข้าไปอีก ผู้ป่วยก็รู้สึกว่าตนเองนั้นเบาขึ้นและกำลังลอยขึ้นไปยังเพดานห้อง มองลงมายังร่างของตนเองที่นอนอยู่บนเตียง เห็นว่าร่างนั้นไร้ศีรษะ และส่วนแขนขาก็ดูสั้นกว่าที่ควรจะเป็น

 

ผลการวินิจฉัย : เมื่อความสามารถของสมองส่วนที่รับรู้เกี่ยวกับร่างกายได้เสียหายไป จะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเหมือนตนเองหลุดออกจากร่างกาย และเห็นร่างของตนเองจากตำแหน่งอื่น ๆ ในลักษณะที่ไม่ถูกต้องนัก

 

 

3. อาการร่างถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน

 

บริเวณสมองที่ถูกกระตุ้นด้วยไฟฟ้า : บริเวณรอยหยักโพสทีเรียอินทราพารัยเอทอล อยู่ทางด้านซ้ายสุดของสมองส่วนพารัยเอทอลข้างขวา มีส่วนในการประสานการทำงานระหว่างการมองเห็น และการเคลื่อนไหวของร่างกาย ทำให้เรากะระยะในการหยิบของในตำแหน่งที่ถูกต้องได้ และทำให้เรารับรู้ร่างกายในฝั่งตรงข้ามของสมองได้

 

อาการเมื่อถูกกระตุ้นด้วยไฟฟ้า : ผู้ป่วยรู้สึกเหมือนมีคนแปลกหน้าได้เข้ามาครอบครองร่างกายซึกซ้ายทั้งหมดเอาไว้ ตั้งแต่ศีรษะจรดถึงแขนและขาซ้าย โดยตัวเขาเองรู้สึกเฉพาะฉีกขวาเท่านั้น แต่ไม่พบอาการจิตหลอนอื่น ๆ เว้นแต่ว่าร่างกายซีกหนึ่งเหมือนเป็นร่างของคนแปลกหน้า

 

ผลการวินิจฉัย : เมื่อความสามารถในการระบุและกะระยะตำแหน่งของร่างกายสูญเสียไป ผู้ป่วยจะรู้สึกว่าร่างกายที่ถูกควบคุมและรู้สึกโดยสมองส่วนนั้นกลายเป็นของผู้อื่น ไม่ใช่ตัวเขาเองอีกต่อไป

 

จากการค้นพบโดยบังเอิญทั้งหมดนี้ นอกจากจะสามารถนำมาอธิบายเรื่องประสบการณ์ออกจากร่าง อาการทางจิตต่าง ๆ แล้ว บางทีหากศึกษากันจริง ๆ สำหรับประเทศไทยอาจสามารถนำมาอธิบายอาการ “ผีเข้า” ได้อีกด้วย…

 

แอดมิน 

comments

You can leave a response, or trackback from your own site.

3 Responses to “ประสบการณ์ออกจากร่างคือมายาลวงแห่งจิต”

  1. tri ratana says:

    ขอบคุณสำหรับความรู้น่ะครับ และลองเข้าไปดูนี่ซิ http://www.thairath.co.th/content/edu/235700
    นักวิทยาศาสตร์เพิ่งจะรู้ว่า ตำราแพทย์ซึ่งสอนบอก ตำแหน่งของศูนย์ประสานการพูดของสมองนั้นผิด เป็นเวลานานแล้ว ถึงกับจะต้องพิมพ์ตำราขึ้นใหม่เพราะเราเชื่อฝรั่งมากมั้ง โลกเลยป่วยถึงขนาดนี่ อีกซัก 2 ปีก็คงมีการค้นพบใหม่อีก ทำไม ไอสไตน์ ถึงบอกว่าจินตนาการสำคัญกว่าความรู้
    แวะมาดูข้อมูลผมบ้างน่ะครับ kingkong771@gmail.com Goo+

  2. อยากไปติดตามข้อมูลค่ะ
    แต่ค้นหาไม่เจอเลย
    จะแวะเข้าไปดูที่ไหนได้บ้างเอ่ย ^^

  3. You really make it seem so easy together with your presentation but I find this matter to be really something which I think
    I’d never understand. It sort of feels too complicated
    and extremely large for me. I’m having a look
    ahead on your subsequent publish, I’ll attempt to get the dangle of it!

ถ้าไม่อยากเปิดเผยตัวตน เม้นท์ตรงนี้ก็ได้จ้า