ผมกับหมอฟัน

ประสบการณ์ครั้งแรกของผม…กับ…หมอฟัน

วันนี้ผมได้รับหน้าที่เขียนบทความ(อีกละ)แต่ไม่รู้จะเขียนเรื่องอะไรดี ตัวผมนั้นแสนจะธรรมดาใช้ชีวิตเป็นพนักงานเงินเดือนไปวันๆ ไม่มีอะไรตื่นเต้นหวือหวาหนังสือหนังหาก็ไม่ค่อยได้อ่าน เรื่องจะเขียนเลยไม่ค่อยจะมีกับเขาครับ งั้นเขียนเรื่องประสบการณ์ของตัวเองแล้วกันนะวันนี้ เป็นประสบการณ์ที่เพิ่งผ่านมาสดๆ ร้อนๆ เมื่อวันเสาร์นี้เลยด้วย เป็นเรื่องของผมกับ”หมอฟัน”ครับ โอ…พระเจ้า ผมไม่คิดเลยว่าเธอจะโหดร้ายกับผมได้ถึงเพียงนี้
ผมยอมรับเลยว่าผมไม่ชอบไปหาหมอฟัน ผมว่าไม่มีใครชอบหรอก ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะประสบการณ์วัยเด็ก แต่เรื่องจริงคือไม่มีใครอยากจะไปนอนอ้าปากให้คนอื่นเอาอะไรๆ แหย่เข้ามาตามใจชอบใช่มั้ยล่ะครับ ผมก็เหมือนกัน ผมเลยไม่เคยไปหาหมอฟันเลยตั้งแต่โตมา ทำให้มีปัญหาฟันผุเรื้อรังมานานละ จนอาทิตย์ที่แล้วผมก็เริ่มปวดฟันครับ ก็เลยคิดว่าจะต้องจัดการซะที หยุดงานวันเสาร์ผมเลยตระเวนหาคลีนิคหมอฟันในเมืองระยอง ก็มีที่นึงน่าเช้าดีเพราะดูไม่น่ากลัวเท่าไหร่ ที่กระจกหน้าร้านมีภาพประมาณว่า คุณหมอคนสวยยืนยิ้มอยู่ข้างเตียงคนไข้ที่ชูสองนิ้วอย่างร่าเริง โอ้ สร้างภาพลักษณ์และบรรยากาศที่ดีครับ โอเค เอาร้านนี้ละกัน ผมก็เดินเข้าไป
พอเปิดประตูปั๊บ มีอิเด็กผู้ชายคนนึงแหกปากลั่นแล้ววิ่งสวนผมออกมาทันที มีแม่มันวิ่งตามไล่จับไปติดๆ โอ…ทำให้ผมใจชื้นมากครับ ในใจก็ปลอบใจตัวเองว่า มันก็แค่เด็ก มันจะกลัวก็เป็นเรื่องธรรมด๊าา แล้วกลั้นใจเดินเข้าไป
บรรยากาศในร้านสะอาดสะอ้านดูทันสมัยดี แต่ลืมภาพโปสเตอร์คุณหมอฟันยิ้มแฉ่งที่หน้าร้านไปเหอะ เพราะสิ่งที่ผมเจอคือพนักงานต้อนรับผู้ชายหน้าตาบอกบุญไม่รับยืนอยู่ที่เคาท์เตอร์ต้อนรับ ท่าทางเขาอารมณ์ไม่ดีมากเลยที่เห็นหน้าผม คือนะ ผมไม่รู้ว่าผมทำอะไรให้ไม่พอใจ หรือจะเป็นเพราะผมใส่เสื้อลายขวางๆ เลยขวางหูขวางตาพี่รึเปล่าวะครับ รึยังไง ก็บอกได้นะทีหลังผมจะได้ใส่ตัวอื่นมา
เสร็จแล้วพอซักถามประวัติเสร็จก็ไล่ผมเข้าไปในห้องตรวจทันที ในนั้นมีคุณหมอผู้หญิงวัยประมาณเกือบกลางคนแต่ก็หน้าตาน่ารักมาก ผมกำลังจะพูดว่าสวัสดีครับ เธอก็เงยหน้ามองผมทันที ไอ๋หย๋า… หน้าบึ้งพอๆ กับไอ้คุณคนข้างนอกเลย เป็นอะไรกันครับ ผมมาหาหมอฟันหมายความว่าพรุ่งนี้โลกจะแตกรึไงวะครับ จะยิ้มแย้มให้กำลังใจกันหน่อยได้มั้ย คนยิ่งกลัวๆ อยู่ด้วย
ผมขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้แล้วคุณหมอก็ถาม “เป็นไรมาคะ ปวดซี่ไหน ต้องดูก่อนว่าจะต้องถอนหรืออุด”
ผมก็ “เอ่อ ฟันกรามซี่ในน่ะครับ ข้างซ้าย” ผมก็พยายามชี้จากข้างนอก ก็แบบว่าผมไม่อยากเอามือล้วงเข้าไปในปากเพราะมันดูไม่สุภาพ
“แล้วมันซี่ไหนล่ะคะฟันกรามคุณมันมีหลายซี่ไม่ใช่เหรอ”
ก็นะ ผมไม่เคยตั้งชื่อให้ฟันของผมซะด้วยอ่ะครับ ผมจะเรียกถูกมั้ยว่าซี่ไหน ชื่ออะไร หน้าตาเป็นยังไง จะให้บอกเหรอว่า ฟันกราม B1 ที่ 9 นาฬิกา ผมเรียกไม่ถูกหรอก “เอางี้ หมอดูเองแล้วกันนะ” ผมก็นอนอ้าปากแล้วก็พยายามชี้ให้ดู อ่ะ หมอก็ส่องดูเอาซี่ไหนมันผุก็นั่นแหละครับ จัดไป
“นี่คุณถอดแว่นสิคะ หมอไม่ชอบทำตอนที่คนไข้ใส่แว่นนะ” อ้าว ผมมาถอนฟันไม่ได้มารักษาโรคตา ผมไม่รู้นี่หน่าว่าถอนฟันต้องถอดแว่นด้วย แต่ผมก็ “ครับๆ” ผมต้องทำตัวให้น่ารักที่สุดเพราะตอนนี้ชีวิตผมอยู่ในกำมือของเธอแล้ว ถ้าเกิดเธอไม่พอใจขึ้นมาผมคงลำบากแย่
คุณหมอคนสวยก็ส่องๆ บ่นพึมพำว่าปากผมสกปรก แปรงฟันไม่เกลี้ยง มีหินปูนเยอะ แล้วก็เจอเจ้าฟันผุของผมจนได้ และลงความเห็นว่าเอาไว้ก็รกปาก ถอนไปเหอะสภาพมันย่ำแย่มากละ ผมก็ ครับๆ ถอนโลด
เธอก็ลงมือเลย เอาอะไรมาค้ำปากผมไว้ไม่รู้แล้วก็ฉีดยาชาทันที มันเจ็บตรงฉีดยาเนี่ยแหละ แล้วซักพักตรงบริเวณนั้นมันก็ชาหมดเลย รู้สึกเหมือนปากกว้างขึ้น โอ่โถงขึ้น และไม่ค่อยรู้สึกอะไรมากมายละ คุณหมอก็ลงมือถอนฟันผมทันที
ท่าทางมันจะถอนยากเหมือนกันนะฟันเนี่ย เพราะดูคุณหมอจะต้องใช้ความพยายามอย่างแรงเลย รู้สึกได้ว่าเธอกำลังพยายามใช้อะไรขุดและดึง มีผู้ช่วยอีกคนเอาสำลีซับเลือดออกมาก้อนแล้วก้อนเล่าฟันก็ยังไม่หลุดออกมาอีก ผมเริ่มหวาดเสียวเล็กน้อย
สักพักคุณพนักงานต้อนรับที่เคาท์เตอร์เดินเข้ามาบอกว่า “นี่คุณ ลูกโทรมาบอกว่าคืนนี้ลูกจะพาเพื่อนมาค้างที่บ้าน” (ผมนึกในใจ อ๋อ สองคนนี้เป็นสามีภรรยากันหรอกเหรอเนี่ย)
คุณหมอตอบว่า “อ้าว ก็คุยกันไปแล้วไงว่าไม่ให้มา”
คุณพนักงานต้อนรับก็ว่า “คุณคุยกับลูกยังไงล่ะ ผมจะไปรู้ด้วยเหรอ แล้วตกลงจะให้บอกลูกยังไง”
คุณหมอเริ่มมีอารมณ์ ปากก็บ่น มือก็ยังสาละวนอยู่กับการถอนฟันผมเนี่ย ผมเริ่มรู้สึกว่าเธอจะดึงแรงขึ้นอย่างไม่ประนีประนอม “นั่นก็ลูกคุณเหมือนกัน ใส่ใจบ้างสิ…”
ผมเริ่มจะทนไม่ไหวละ จะมามีปัญหาครอบครัวอะไรกับตอนถอนฟันผมวะครับ เหงือกผมพังแล้วมั้งเนี่ย ถึงมันจะชาแต่มันก็รู้ถึงแรงสึกสั่นสะเทือนได้นะเฟ้ย ผมพยายามพูด “เอ่อ อ๋อโอ้ดอั๊บ…อืออ้า…”
“หมอไม่ได้ว่าคุณ ไม่ต้องขอโทษหรอก”
โธ่ แม่คู้ณ ใครจะไปขอโทษคุณครับ คือผมแค่อยากจะบอกว่าไปเถียงกันให้เสร็จก่อนแล้วค่อยมาถอนฟันผมได้มั้ยวะครับ ผมนึกถึงโปสเตอร์หน้าร้าน มันคือกับดักนรกชัดๆ ผมจะไม่ไว้ใจหมอฟันอีกแล้ว ต่อให้ติดภาพแบบหมอฟันมีปีกแล้วมีวงแหวนเทวดาไว้บนหัวผมก็จะไม่เชื่อเด็ดขาด
ในที่สุดฟันกรามเจ้ากรรมผมก็หยุดออกมาจนได้ครับ ด้วยความโล่งใจผมจะได้หุบปากซะที ผมรอดตายแล้ว หลังจากทำแผล บ้วนปากเสร็จอะไรเสร็จ นั่นยังไม่จบครับ คุณหมอสร้างความอับอายให้ผมด้วยการสอนผมแปรงฟันให้ถูกวิธีด้วย เอาแปรงสีฟันมาให้ผมถือให้ทำท่าให้ดูว่าต้องแปรงขึ้นแปรงลง โอ้คงจะน่าประทับใจมากๆ ถ้าผมไม่ได้อายุเฉียดสามสิบน่ะนะ ปากผมมันสกปรกขนาดนั้นเลยเรอะเนี่ย หรือนี่คือปกติของหมอฟันก็ไม่รู้
ผมดีใจมากที่ภารกิจถอนฟันนี้เสร็จสิ้นลงได้ซะที พอเดินออกมาเพิ่งรู้ว่าเค้ามีโปรโมชั่นด้วยนะ ถอนฟันวันนี้ แถมฟรี พวงกุญแจฟันปลอม โฮ ผมจะเอาไปให้มันสะเทือนใจทำไมวะครับเนี่ย เอ่อ ไม่มีอย่างอื่นจะแถมแล้วเหรอครับ เค้ามีให้เลือกด้วย จะเอาพวกกุญแจฟันปลอมรึจะเอาไอ้ตุ๊กตุ่นที่บีบแล้วมีเสียง ปี๊บๆ โฮ เอาไว้ให้เด็กเหอะครับ ผมขอสละสิทธิ์แล้วกัน
ในที่สุดผมก็ได้กลับห้อง อย่างน้อยผมก็หายปวดฟันเป็นปลิดทิ้งเลย เอาน่ะ ถึงจะโหดไปหน่อยแต่ผลการรักษาก็ถือว่าโอเค ใช้ได้ครับ ชาตินี้คงไม่ไปเจออีกแล้ว
ครึ่งวันต่อมาครับ ปากเริ่มหายชาสิ เริ่มปวดอีก ทีแรกก็นึกว่าเจ็บที่ถอนล่ะมั้ง ก็ถอนฟันนิ แต่เอาลิ้นแตะๆ ดู เฮ้ย…เฮ้ย…เฮ้ยยยยยยยยยยยย………ฟันซี่นั้นมันยังอยู่ หมอถอนผิดซี่ อ้าาาาาาาาาาาาาาาากซ์ แสดงว่าฟันผมมันผุสองซี่เลยใช่มั้ย
เสาร์หน้าผมคงต้องโผล่หัวไปอีก…
โลฟครับ T_T

comments

You can leave a response, or trackback from your own site.

2 Responses to “ผมกับหมอฟัน”

  1. RoyMustang says:

    น่าสงสาร…ผมผุจนแตกเหลือแต่ ตอละ
    ไม่ว่าจะปวดมากแค่ไหนก็ต้องทน เพราะตอนเด็กไปมาแล้วฝังใจ…

  2. annmaku says:

    โอยยย อ่านไปขำไป จะสงสารดีไหมนี่ ไอ้ประสบการณ์ถอนผิดซี่ก็เคยเหมือนกันนะ ฟันกรามมันผุใกล้ๆ กัน เราก็กะถอนอันที่ปวด ส่วนอีกอันกะเก็บไว้ 2-3 ปี รอมันกำเริบ ที่ไหนได้หมอมันดันงัดซี่ไม่ปวดไป โฮฮออ

ถ้าไม่อยากเปิดเผยตัวตน เม้นท์ตรงนี้ก็ได้จ้า