ผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าอาจเห็นความจริงได้ชัดเจนกว่าคนปกติ

สมมติฐานนี้เรียกกันว่า “depressive realism” เป็นความคิดที่เชื่อว่า ผู้ที่มีภาวะซึมเศร้า หรือมีความเครียด มีเซ้นส์ที่สามารถรับรู้ความจริงและสิ่งต่างๆรอบตัวได้ละเอียดอ่อนและเที่ยงตรงกว่าคนที่มองโลกในแง่ดี แต่ทั้งนี้ข้อดีของมันจะจำกัดอยู่เฉพาะกับผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าในระดับปานกลางเท่านั้น

จากการศึกษาของนักจิตวิทยา(Alloy and Abramson) ในช่วงปี 1970-1980 ได้ข้อสรุปว่า ผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าและค่อนข้างมีความเครียดในชีวิต สามารถทำความเข้าใจเกี่ยวกับตนเองและผู้อื่นได้ดีกว่า พวกเขาสามารถคาดคะเนความจริงได้อย่างแม่นยำมากกว่า มีจิตวิทยาทางสังคมสูงกว่า ประเมินคนได้เก่งกว่า และมักมีความสามารถทางตรรกะสูงกว่า

เชื่อว่าอาจเป็นเพราะ ในขณะที่คนคิดบวกคิดเข้าข้างตัวเองเสมอ คนคิดลบมักหาเหตุผลมาหักล้างสิ่งดีๆที่เกิดขึ้น เช่น หากทำข้อสอบได้ดี คนที่มีความสุขจะให้เหตุผลว่า “ฉันเป็นอัจฉริยะ” ในขณะที่ผู้ที่ไม่มีความสุข มักคิดทำนองว่า “ข้อสอบมันง่ายเอง”

จากการศึกษาเรื่องการให้คะแนนตนเองในการกระทำต่างๆ พบว่าผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าสามารถประเมินตนเองและความเห็นของคนอื่นได้ใกล้เคียงกับความจริงมากกว่า ส่วนคนที่มีความสุขมักไม่มีหลักเกณฑ์ในการประเมินตนเองเป็นพิเศษ และไม่สามารถเดาใจผู้อื่นได

ซึ่งเราก็ยังสรุปไม่ได้ว่าพวกเขาเป็นโรคซึมเศร้าเพราะมีความสามารถเหล่านี้ หรือความสามารถเหล่านี้เกิดจากภาวะซึมเศร้ากันแน่ แต่ที่แน่ๆการศึกษานี้ยังคงเน้นย้ำว่า การทำตัวให้มีความสุขอยู่เสมอนั้นดีต่อสุขภาพมากกว่าการทำตัวซึมเศร้าเพื่อที่จะเข้าใจสิ่งต่างๆอย่างแน่นอน และผู้ที่มีสุขภาพจิตดี ก็มีเปอร์เซ็นต์ที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตมากกว่าด้ว

ζ-Zeta S.
อ่านเพิ่มเติม

comments

You can skip to the end and leave a response. Pinging is currently not allowed.

ถ้าไม่อยากเปิดเผยตัวตน เม้นท์ตรงนี้ก็ได้จ้า