พฤติกรรมที่บ่งบอกถึงการโกหก

ใครกำลังโกหกคุณ?
 
 
ถึงแม้เราทุกคนจะทราบดีอยู่แล้วว่าการโกหกเป็นสิ่งที่ไม่ดี ผิดศีล และไม่ควรกระทำ แต่ก็ไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า “ชีวิตนี้ฉันไม่เคยพูดโกหกเลย” เพราะการใช้ชีวิตในสังคมนั้นมันบังคับให้เราต้อง “โกหก” แทบตลอดเวลา ฟังดูไม่ดีเลยใช่ไหม แต่นั่นเป็นเรื่องจริง…
 
ตื่นเช้ามาไม่ว่าคุณจะอารมณ์ไม่ดีแค่ไหน เมื่อพบปะผู้คนก็ต้องฉีกยิ้มไว้ก่อนล่ะ นั่นก็เหมือนการโกหกอย่างหนึ่ง เวลาที่เพื่อนถามว่า “เป็นไงวันนี้ฉันดูดีไหมเธอ?” คุณกล้าตอบหรือว่า “เธอดูแย่เหมือนทุกวันแหละ” คุณก็ต้องตอบว่า “อุ๊ย! ดูดีจังเลย เธอผอมลงอีกแล้วใช่ไหม…” แม้ว่าเพื่อนคุณจะดูฉุขึ้นอีกสักสิบกิโลเห็น ๆ ก็เถอะ นั่นก็คือการโกหกอีกเหมือนกัน  และสถานการณ์อื่น ๆ อีกมากมายที่เราจำเป็นต้องเอาตัวรอดด้วยคำเท็จ จนบางครั้งไม่มีใครสนใจแล้วด้วยซ้ำว่ามันจะจริงหรือไม่จริง เพราะทุกคนต่างก็ชอบ “Sweet Lie” ทั้งนั้น

 
หากมันเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น การโกหกเพื่อเอาอกเอาใจ โกหกเพื่อเอาตัวรอด หรือโกหกเพื่อหลีกเลี่ยงความบาดหมาง ก็คงไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลมากนัก แต่หากเป็นเรื่องใหญ่ที่ทำให้คุณต้องเสียผลประโยชน์ล่ะ จะทำอย่างไร ? ดังนั้น ในเมื่อเราอยู่ในสังคมหน้ากาก อันเต็มไปด้วยมนุษย์ที่พร้อมจะโกหกได้ตลอดเวลา เราก็ควรต้องรู้จักสังเกตให้เป็นว่า “ใครที่กำลังพูดโกหก”
 
เราสามารถทราบได้ว่าใครกำลังพูดโกหก ด้วยการสังเกตจากภาษากาย ขณะที่ผู้นั้นกำลังพูด เพราะมีงานวิจัยออกมาว่า ผู้ที่กำลังพูดโกหกนั้น จะแสดงอาการบางอย่างออกมาเองโดยไม่รู้ตัว และต่อไปนี้ผู้เขียนจะนำเสนอวิธีการจับโกหกด้วยการสังเกตภาษากาย…
 
 
1. เอามือปิดปากหรือป้องปากขณะพูด : เมื่อคนเราพูดโกหก หรือพยายามเล่าเรื่องเกินจริง จิตใต้สำนึกของผู้พูดจะเกิดความหวาดระแวงว่าผู้ฟังจะต้องไปเชื่อ ทำให้เกิดการป้องกันตัวอย่างหนึ่ง คือ ผู้พูดมักยกมือขึ้นมาปิดปาก ป้องปาก หรือเอานิ้วลูบไปมาที่ใบหน้าหรือริมฝีปากเพื่อปกบิดส่วนใดส่วนหนึ่งของใบหน้าขณะที่พูด
 
2. ยกมือขึ้นมาลูบจมูกหรือถูจมูกขณะพูด : มีงานวิจัยออกมาว่า ขณะที่กำลังพูดโกหก ร่างกายจะหลั่งสารเคมีชนิดหนึ่งออกมา ชื่อว่า  Catecholamines สารชนิดนี้ทำให้เนื้อเยื่อภายในจมูกมีอาการพองขึ้นจนเกิดการระคายเคือง ทำให้ผู้พูดยกมือขึ้นมาลูบหรือถูจมูกตัวเองแบบไม่รู้ตัว อาจเป็นในลักษณะเอามือมาขยี้จมูก จับจมูก หรือปัดจมูกอย่างรวดเร็วก็ได้
 
3. กำมือหรือกอดอกขณะพูด : ในขณะที่คนเราพูดโกหก จะมีสัญชาตญาณในการป้องกันหรือปิดบังตัวเองเสมอ ซึ่งจะแสดงออกมาให้รูปแบบต่าง ๆ เช่น ผู้พูดมักจะกำมือแน่น บ้างเอามือล้วงกระเป๋า หรือบางคนอาจกอดอกขณะพูด เพราะการทำเช่นนั้นจะทำให้ผู้พูดมีความรู้สึกปลอดภัย
 
4. จับที่ต้นคอหรือขยับคอเสื้อบ่อย ๆ : ขณะที่พูดโกหก นอกจากจะทำให้ร่างกายหลั่งสารเคมีที่ทำให้ระคายเคืองจมูกแล้ว ความดันโลหิตจะสูงขึ้นอีกด้วย ทำให้มีเหงื่อออกตามลำคอ เกิดความระคายเคืองที่ต้นคอ ผู้พูดจึงมักขยับหรือจับคอเสื้อบ่อย ๆ ขณะพูด
 
5. ไม่กล้าสบตาคู่สนทนา : ผู้ที่กำลังพูดโกหกจะหลีกเลี่ยงการสบตาอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าผู้นั้นจะเตรียมตัวมาอย่างดีเพียงไรก็ตาม การสบตาก็ยังคงเป็นเรื่องที่ทำได้ยากอยู่ดี ดังนั้น ผู้ที่กำลังโกหกจะมีอาการกระพริบตาถี่ ๆ เหม่อมองไปทางอื่นบ่อย ๆ แววตาไม่นิ่ง อาจมองหน้าบ้างแต่ไม่นานก็หลบตา มักแสดงท่าทางเหมือนกำลังวุ่นอยู่กับอะไรบางอย่างตลอดการสนทนา หรือใช้มือขยี้ตาบ่อย ๆ เป็นต้น
 
6. ยักไหล่หรือห่อไหล่ : การยักไหล่เป็นกิริยาที่แสดงอาการเบื่อหน่ายก็จริง แต่บางครั้งก็แสดงถึงการโกหกได้เหมือนกัน ผู้ที่กำลังพูดโกหกอาจยักไหล่ช้า ๆ แสดงถึงความไม่แน่ใจในสิ่งที่พูด พร้อมกับฝืนยิ้มที่มุมปาก บางรายอาจะนั่งตัวงอหรือห่อไหล่ด้วยความรู้สึกเป็นกังวล
 
7. ใช้น้ำเสียงที่ผิดธรรมชาติ : หากใครที่พูดกับคุณด้วยน้ำเสียงที่ผิดปกติ เช่น เสียงสูงเกินไป เสียงดัง หรือเสียงเบาผิดปกติ ให้สันนิษฐานเอาไว้เลยว่าเขาอาจกำลังพูดโกหกอยู่ก็ได้ เพราะการโกหกจะทำให้ผู้พูดเองรู้สึกไม่เป็นธรรมชาติและแสดงออกมากับน้ำเสียงของเขา
 
8. ย้ำบ่อย ๆ ว่าเรื่องที่พูดคือเรื่องจริง : ผู้ที่พูดโกหก มักจะย้ำต่อท้ายประโยคเสมอว่า “จริง ๆ นะ จริง ๆ เห็นกับตาจริง ๆ สิ่งที่พูดคือความจริง” เพราะการพูดย้ำ ๆ เช่นนั้นจะทำให้ตัวเขาเองรู้สึกมั่นใจว่าเขาพูดได้ดีแล้ว และอยากกระตุ้นให้ผู้ฟังเชื่อเช่นนั้น
 
9. ระแวงว่าผู้ฟังจะไม่เชื่อ : หากคุณสงสัยว่าใครกำลังพูดโกหก ลองเล่นทริกซ์กับเขาโดยการ แสดงท่าทีสงสัย เช่น เลิกคิ้ว หรือแสดงสีหน้าข้องใจ คุณจะพบว่าคนโกหก จะถามคุณทันทีว่า “อะไรหรือ…มีอะไรน่าสงสัยงั้นหรือ?” เพราะเขารู้สึกหวาดระแวงอยู่แล้วว่าคุณอาจจับได้
 
10. จับใบหูของตนเองบ่อย ๆ : การจับใบหู เป็นการแสดงออกตามธรรมชาติของผู้ที่เบื่อจะฟังคุณพูดเต็มทน แต่ไม่กล้าแสดงออก หากใครกำลังคุยกับคุณอยู่อย่างสนอกสนใจ พลางจับ ๆ คลำ ๆ ที่ใบหูของตนเองไปด้วยนั้น ให้คุณรู้ไว้ได้เลยว่าคนผู้นั้นกำลังเล่นละครกับคุณ เพราะอันที่จริงแล้วเขาอยากจะบอกคุณว่า “เลิกพล่ามซะทีเถอะยัยปากมาก…”
 
 
ผู้หญิง ผู้ชาย ใครโกหกได้เก่งกว่ากัน ?
 
ในความรู้สึกของคนทั่วไปอาจคิดว่า “ผู้ชายสิโกหกเก่ง ผู้ชายน่ะกะล่อนจะตาย” แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่มีเพศไหนในโลกนี้จะโกหกได้เนียนไปกว่า “ผู้หญิง” และก็ไม่มีใครจะจับโกหกได้เก่งกว่า “ผู้หญิง” อีกนั่นแหละ เพียงแต่พวกเธอจะบอกคุณหรือเปล่านั่นก็อีกเรื่องนึง
 
ผู้หญิงเป็นเพศที่มีนิสัยพื้นฐานละเอียดอ่อนและไวต่อความผิดปกติ พวกเธอจะสังเกตได้แทบในทันทีหากคุณมีอาการแปลก ๆ และไม่น่าไว้วางใจ ดังนั้นเวลาพูดโกหก เธอจะทำได้แนบเนียนมากเพราะเธอรู้จักวิธีการปิดบังความผิดปกติที่อาจทำให้คุณสังเกตเห็น เพราะฉะนั้นคุณผู้ชายที่มั่นใจในความเจ้าเล่ห์ของตัวเองเสียเหลือเกินควรหยุดคิดซักนิดว่า วันนี้คุณกำลังหลอกเธอ หรือกำลังถูกเธอหลอก…
 
แอดมิน

comments

You can leave a response, or trackback from your own site.

ถ้าไม่อยากเปิดเผยตัวตน เม้นท์ตรงนี้ก็ได้จ้า