ภาวะหลังความตาย

เรื่องราวของภาวะหลังความตายนั้น วงการแพทย์เป็นแหล่งที่มีข้อมูลให้ศึกษาอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะกลุ่มของจิตแพทย์ที่ดูเหมือนจะสนใจในเรื่องนี้เป็นพิเศษ และพยายามหาคำตอบตามกระบวนการวิชาชีพของตนเสมอมา
ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัด คือ จิตแพทย์ท่านหนึ่งชื่อว่า ไบรอัน เอล. ไวส์ จากไมอามี รัฐฟลอริดา เขาได้สนใจเรื่องชีวิตหลังความตาย และจากกระบวนการรักษาคนไข้ด้วยวิธีการสะกดจิต ทำให้เขาได้พบสิ่งมหัศจรรย์อย่างหนึ่ง นั่นคือ คนไข้ที่ถูกสะกดจิตบางราย สามารถย้อนกลับไปในอดีตชาติได้
ดังกรณีของคนไข้รายหนึ่งของเขาที่ชื่อแคทเธอรีน ระหว่างที่ถูกสะกดจิต เธอได้ย้อนระลึกอดีตชาติของตนได้หลายชาติ และมีสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจมากคือ ดร.ไบรอัน สังเกตว่า ชีวิตหลังความตายของเธอ หลังจากที่หลุดจากชาติหนึ่งไปสู่อีกชาติหนึ่งนั้นใช้เวลาน้อยมาก คล้ายกับว่าเธอได้เกิดหมุนเวียนอยู่อย่างนั้นบ่อย ๆ จนแทบไม่เหลือช่องว่างหลังจากที่เธอตาย หรือก่อนที่เธอจะเกิดใหม่เลย นับว่าเป็นประเด็นที่น่าสนใจมาก และอาจลบล้างแนวคิดหรือความเชื่อเดิม ๆ ที่ว่า คนเราต้องไปอยู่ในสถานที่ใด ๆ หลังจากที่ตายแล้ว หรือก่อนที่จะเกิด
ในตอนหนึ่งแคทเธอรีนบรรยายสภาวะหลังจบชีวิตในชาติหนึ่งที่เธอเกิดเป็นหทารหนุ่มวัย 21 ปี ชื่อ โยฮัน ราวปี ค.ศ.1473 ในเนเธอร์แลนด์ เอาไว้ว่า…
“เรากำลังอยู่ระหว่างสอดแนมข้าศึก… รองเท้าของฉันแปลก มีลักษณะคล้ายกระเป๋าผ้า… มีแสงไฟส่องมาจับใบหน้าของฉันจนรู้สึกร้อน พวกเรากำลังต่อสู้กับศัตรู ฉันยังไม่ได้ลงมือ และฉันเองไม่คิดอยากฆ่าใคร ได้แต่ถือดาบคอยจดจ้องอยู่อย่างนั้น…”
ครู่ต่อมาแคทเธอรีนเริ่มแสดงอาการเหมือนเกิดบางอย่างขึ้นกับลำคอของเธอ เธอหายใจเร็วพลุ่งพล่าน ก่อนที่จะบรรยายต่อว่า
“มีทหารข้าศึกนายหนึ่งกำลังบีบคอฉันอยู่ พอได้จังหวะก็เอาดาบเชือดเข้าที่คอของฉัน ก่อนตายฉันจำหน้าของทหารคนนั้นได้อย่างแม่นยำว่าเขาชื่อสจวร์ท…”
“ต่อมาฉันได้พบว่าตัวเองกำลังลอยออกจากร่างที่เสียชีวิตนั้นขึ้นสู่อากาศ ฉันมองเห็นเหตุการณ์สู้รบที่ยังติดพันได้จากร่างนั้น ร่างใหม่ลอยผ่านเมฆไปไกล โดยที่ฉันเองเกิดความสงสัยอยู่ตลอดเวลา ครู่ต่อมา ฉันรู้สึกเหมือนมีพลังอะไรบางอย่างกำลังดูดฉันเข้าไปในสถานที่แห่งใหม่อันว่างเปล่า มันคับแคบและเป็นสุขอย่างบอกไม่ถูก และมารู้ตัวอีกทีว่า ตนเองกำลังอยู่ในครรภ์มารดาที่พร้อมจะคลอดออกสู่โลกภายนอกในเวลาไม่นาน…”
แม้จะเป็นประสบการณ์ที่ผ่านออกมาจากผู้ถูกสะกดจิต แต่ ดร.ไบรอัน ก็เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง ที่ไม่ได้เกิดจากการเสแสร้ง หรือจินตนาการของจิตใต้สำนึกของคนไข้ เพราะเธอไม่มีเหตุผลที่จะต้องทำเช่นนั้นกับแพทย์ผู้ที่เธอยอมให้รักษา และที่สำคัญ ในภาวะที่ถูกสะกดจิต คนไข้ไม่สามาถทำเช่นนั้นได้…
อีกเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องเล่าของพยาบาลที่ใช้นามแฝงว่า เฮเลน ซี. เธอเล่าว่า คืนหนึ่งเวลา 03.00 น. ระหว่างที่เธอเข้าเวรอยู่นั้น มีคนไข้เป็นเด็กผู้หญิงประมาณเจ็ดขวบคนหนึ่งเข้ารับการผ่าตัดและอยู่ระหว่างพักฟื้น คืนนั้นหนูน้อยมีอาการไข้สูง และเข้าขั้นโคม่าอันเกิดจากอาการแทรกซ้อน พยาบาลเฮเลน ซี. เฝ้าดูอาการของเธอด้วยความกระวนกระวาย พร้อมด้วยแพทย์ผู้ทำการรักษา
กระทั่งรุ่งเช้า อาการไข้ของเธอจึงลดลง เธอตื่นขึ้นมาด้วยความอ่อนเพลียและร้องหาน้ำ เฮเลน ซี. นำน้ำมาให้เธอดื่มทางหลอด และหยอกล้อว่า “หนูทำให้ทุกคนเป็นห่วงกันหมดเลย ทีนี้แม่ของหนูจะได้มีเวลาพักบ้างละ…”
หนูน้อยพูดตอบด้วยเสียงน่ารักไปตามประสาว่า “หนูไม่เป็นไรหรอก เมื่อตะกี้หนูยังไปวิ่งเล่นในสวนกับเพื่อน ๆ มาเลย”
คำตอบนั้นสร้างความประหลาดใจให้กับแพทย์และเฮเลนมาก คุณหมอจึงแกล้งถามในเรื่องที่เธอพูดต่อไปว่า “อะไรนะ หนูว่าไปวิ่งเล่นมาหรือ แล้วหนูไม่หนาวบ้างหรือ เพราะตอนนี้เป็นช่วงฤดูหนาว?”
“ไม่เลยค่ะ อากาศดีออก มีแสงแดดอ่อน ๆ หนูรู้สึกสบายจัง” เธอตอบด้วยน้ำเสียงฉะฉานอย่างเป็นสุข ราวกับเพิ่งผ่านเวลานั้นมาเมื่อไม่นาน “ในสวนนั้นมีต้นไม้ดอกไม้สวยงามเต็มไปหมด หนูมีเพื่อนเป็นเด็กชายหญิงหลายคน แต่อลิซบอกว่าหนูต้องกลับมาที่นี่ก่อน…”
เฮเลน ซี. ถามเด็กหญิงด้วยความประหลาดใจว่า “อลิซเป็นใครหรือจ๊ะ?”
“อลิซเป็นเด็กผู้หญิงถักผมเปียผูกริบบิ้นสีเหลืองค่ะ… อลิซยังบอกหนูให้มาบอกคุณว่า เธอคิดถึงแม่ของเธอมาก และบอกอีกว่าพ่อของเธอตอนนี้สบายดี”
พยาบาลเฮเลน ซี. ถึงกับอึ้ง เพราะมันทำให้เธอนึกถึงน้องสาวของเธอที่ชื่ออลิซ ซึ่งเสียชีวิตด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ตอนที่เธออายุเพียงเจ็บขวบ และเธอไว้ผมเปียผูกริบบิ้นสีเหลืองด้วยเช่นกัน ส่วนพ่อของเธอเสียชีวิตลงเมื่อสามเดือนที่ผ่านมา
ไม่ว่าเรื่องที่เด็กหญิงเล่าจะเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ แต่ก็สร้างความประหลาดใจให้แก่เฮเลน ซี. แพทย์ และแม่ของเด็กเป็นอย่างมาก เพราะเด็กหญิงไม่เคยรู้จักกับเฮเลน ซี. มาก่อน และไม่เคยรู้เรื่องส่วนตัวของเฮเลน ซี. มาก่อนเลย
ดังนั้นเรื่องนี้อาจสรุปได้ว่า วิญญาณของหนูน้อยอาจออกจากร่างเดิมไปสู่อีกมิติหนึ่ง อันเป็นโลกของชีวิตหลังความตาย นับเป็นประสบการณ์พิเศษที่มักเกิดขึ้นกับคนที่ตกอยู่ในสภาวะอันเหมาะสม เช่น มีอาการเจ็บป่วย หรือมีเหตุการณ์เฉียดความตาย ส่งผลให้กายละเอียดเคลื่อนย้ายออกจากร่างชั่วขณะ และเจ้าตัวจะรู้สึกเหมือนกับได้ฝันไป…
แอดมิน
คัดย่อบางส่วนมาจาก
Many Lives, Many Masters
The Search and the Spirits of Dhamma

comments

You can leave a response, or trackback from your own site.

ถ้าไม่อยากเปิดเผยตัวตน เม้นท์ตรงนี้ก็ได้จ้า