มนุษย์นกฮูก

ว่ากันด้วยเรื่องมนุษย์นก(ฮูก)
 
มีสัตว์ประหลาดบางตัวที่หลายคนไม่ค่อยเคยได้ยินกันเท่าไหร่ เพราะมันไม่ค่อยดัง เนื่องจากมีหลักฐานและการศึกษาเกี่ยวกับพวกมันน้อยมาก แต่ผมว่าเรื่องแบบนี้ฟังแล้วไม่เอือมดีครับ วันนี้ผมเลยเอาเรื่องของเจ้าสัตว์ประหลาด(ที่ไม่ดัง)ตัวหนึ่งมานำเสนอ นั่นคือ “มนุษย์นกฮูก” ครับ
 
 
มนุษย์นกฮูก หรือที่เรียกกันว่า Owlman เป็นสิ่งมีชีวิตจำพวกสัตว์ประหลาด ซึ่งมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งที่สัตว์ประหลาดพึงมี นั่นคือ “มีผู้พบเห็น แต่ไม่มีหลักฐานว่ามีตัวตนอยู่จริง”
 
มนุษย์นกฮูกนี้มีผู้อ้างว่าพบเห็นในประเทศอังกฤษ ช่วงทศวรรษที่ 70 ผู้ที่พบเห็นกล่าวว่า มันมีรูปร่างคล้ายนกฮูกหรือนกเค้าแมวขนาดใหญ่ มีขนแบบปีกนกปกคลุมไปทั่ว แต่ที่สำคัญคือลำตัวของมันเป็นลักษณะของมนุษย์ จึงเรียกกันว่า มนุษย์นกฮูก (มีชื่ออื่น ๆ ด้วย เช่น มนุษย์นกฮูก คอร์นิช หรือ มนุษย์นกฮูกแห่งมิวนาน)

 
สัตว์ประหลาดชนิดนี้ถูกพบเห็นครั้งแรกที่มิวนาน สมิธ ในวันที่ 17 เดือนเมษายน ค.ศ.1976 โดยเด็กหญิงสองพี่น้องจากแลงคาสเตอร์ ชื่อ จูน และ วิคกี้ เมลลิ่ง (อายุ 12 และ 9 ปี ตามลำดับ)
 
ครอบครัวเมลลิ่งได้เดินทางไปท่องเที่ยวในวันหยุดที่มิวนาน สมิธ ทางชายฝั่งทะเลตอนใต้ของมณฑลคอร์นวอลล์ ขณะที่เดินผ่านป่าใกล้โบสถ์มิวนาน สองพี่น้องเห็นสัตว์ปีกขนาดใหญ่ รูปร่างน่ากลัวมากโฉบอยู่เหนืออาคารโบสถ์ ทำให้พวกเธอตกใจกลัว รีบวิ่งไปหาพ่อและเล่าเรื่องให้ผู้เป็นพ่อฟัง
 
 
ดอน เมลลิ่ง ผู้เป็นพ่อ เมื่อได้ฟังเรื่องที่เด็ก ๆ เล่า เขาไม่ได้นำเรื่องนี้ไปบอกแก่สื่อมวลชน แต่ได้นำความไปบอกแก่นักสืบสวนเรื่องลึกลับเหนือธรรมชาติ ที่ไม่ค่อยน่าเชื่อถือเท่าไหร่ ชื่อ แอนโทนี ‘ด็อก’ ชิลด์ ซึ่งชิลด์ได้นำเรื่องทั้งหมดไปเขียนบันทึกและนำไปสู่การตามล่าหาสัตว์ประหลาด หลังจากนั้น จูนได้สเก็ตภาพของสัตว์ประหลาดที่ตนเองเห็นและมอบให้แก่ชิลด์ในวันที่ 12 มิถุนายน
 
สองเดือนหลังจากการพบเห็นครั้งแรก ในวันที่ 3 กรกฎาคม ค.ศ.1976 เชลลี่ แชปแมน เด็กหญิงอายุ 14 ซึ่งได้ไปเข้าค่ายในป่าใกล้โบสถ์มิวนาน กับเพื่อนของเธอชื่อ บาบารา เพอร์รี่ ได้อ้างว่า ขณะที่เธอยืนอยู่นอกเต็นท์ เธอได้ยินเสียงบางอย่างร้องดังมาก เมื่อหันไปดูพบนกฮูกขนาดใหญ่ แต่รูปร่างเหมือนคน หูแหลม ๆ มีตาสีแดงวาว ก่อนที่มันจะบินขึ้นไปบนท้องฟ้า เธอได้วาดภาพและบันทึกเรื่องราวทั้งหมดส่งให้แก่แอนโทนี ชิลด์ เช่นกัน ที่จริงเธอสเก็ตภาพก่อนจูนเสียอีก แต่ก็เป็นไปได้ว่า เธออาจถูกโน้มน้าวจากชิลด์ให้เชื่อว่าสิ่งที่ตนเห็นเป็นมนุษย์นกฮูก ทั้งที่แท้จริงเธออาจเห็นอย่างอื่นก็ได้
 
 
หลังจากนั้นมีผู้อ้างว่าพบเห็นสิ่งที่คล้าย ๆ กันนี้อีกสองครั้ง คือในเดือนมิถุนายนและสิงหาคม ค.ศ.1978 และสถานที่ ๆ พวกเขาเห็น เป็นที่เดียวกันหมด คือที่โบสถ์มิวนาน
 
นอกจากนี้ ในปี ค.ศ.1989 ชายหนุ่มคนหนึ่งและแฟนสาวได้อ้างว่าพบเห็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่ระบุประเภทไม่ได้ มันเป็นสัตว์ประหลาดสูงใหญ่มาก มีความสูงประมาณ 5 ฟุต มีเท้าสีดำขนาดใหญ่มาก และมีหัวแม้เท้าขนาดใหญ่ทั้งสองข้าง นัยน์ตาของมันเป็นสีน้ำตาลและสีเทา ปี ค.ศ.1995 นักศึกษาหญิงคนหนึ่งจากชิคาโก อ้างว่าพบเห็นมนุษย์นก (Man-Bird) ที่มีใบหน้าน่าเกลียดน่ากลัว ปากกว้างมาก หูแหลม มีปีกแหลมคม มีกรงเล็บยาว ซึ่งเธอได้ส่งรายงานนี้ให้แก่หนังสือพิมพ์เมืองทรูโร
 
 
เรื่องราวของมนุษย์นกฮูกทั้งหมดนี้ มีผู้ออกมาวิเคราะห์และให้ความเห็นมากมาย มีการตั้งข้อสังเกตและข้อสงสัยบางประการ เช่น
 
– ทำไม ดอน เมลลิ่ง พ่อของเด็กหญิงทั้งสองที่พบเห็นสัตว์ประหลาดนี้ ไม่ยอมเผยเรื่องนี้แก่สื่อมวลชน ทั้งยังไม่อนุญาตให้เด็ก ๆ ให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้
 
– จุดที่จูนและวิคกี้เห็นสัตว์ประหลาดนั้นค่อนข้างมีคนเดินผ่านไปมาเยอะ มีคนเดินเล่นอยู่เป็นประจำ แต่ไม่มีใครเคยเห็นสิ่งนี้เลย
 
– แอนโทนี เป็นนักหลอกลวงตัวยง เขาอาจต้องการสร้างเรื่องมนุษย์นกฮูกขึ้นมาเองก็ได้
 
– ไม่มีหลักฐานและข้อมูลเพิ่มเติมใด ๆ ในเรื่องนี้
 
เจเน็ท และ โคลิน บอร์ด นักสืบสวนเรื่องเหนือธรรมชาติชาวอังกฤษ กล่าวว่า โบสถ์มิวนานถูกสร้างขึ้นมานานแล้ว มนุษย์นกฮูกอาจเป็นการสร้างเรื่องของใครสักคน เพื่อแสดงอิทธิฤทธิ์เหนือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนา แต่ในปี ค.ศ.1989 พวกเขาได้ส่งรายงานลงหนังสือ Modern Myteries of the World โดยระบุว่า มนุษย์นกฮูกที่มีพยานพบเห็นหลายคนนั้นน่าจะเป็นนกขนาดใหญ่ที่หลุดออกมาจากกรงเลี้ยง
 
คาร์ล ชูเกอร์ นักสัตว์ประหลาดวิทยาชื่อดังของอังกฤษ สนับสนุนแนวคิดที่เชื่อว่า มันอาจเป็นนกฮูกในสกุลนกเค้าเหยี่ยว(Bubo spp.) ที่เป็นนกฮูกขนาดใหญ่มาก เมื่อโตเต็มที่จะสูงเกิน 2 ฟุต กางปีกได้กว้างถึง 6 ฟุต อาศัยอยู่ในยอร์คเชียร์เหนือ สามารถบินข้ามช่องแคบอังกฤษได้ด้วย จึงไม่น่าแปลกถ้ามันจะโผล่แถวโบสถ์มิวนาน…
 
โลฟครับ

comments

You can leave a response, or trackback from your own site.

ถ้าไม่อยากเปิดเผยตัวตน เม้นท์ตรงนี้ก็ได้จ้า