มนุษย์ไม่ได้เกิดมาเพื่อยอมรับ “ความต่าง”

ปัญหาต่าง ๆ มากมายที่เกิดขึ้นในสังคมมนุษย์ ส่วนมากมักเกิดจากความ “แบ่งเขา แบ่งเรา” และความ “แตกต่าง” ในมุมมองของมนุษย์ด้วยกันเอง

เราเคยเชื่อว่าความรู้สึกอคติต่อสิ่งที่แตกต่างออกไปเกิดจากประสบการณ์และสิ่งแวดล้อมส่วนบุคคล เช่น ผู้ที่เกิดมาในสังคมที่แก่งแย่งเห็นแก่ตัว ย่อมเกิดความหวาดระแวงต่อผู้อื่น และมีความเห็นแก่ตัวเพื่อความอยู่รอด ผู้ที่เกิดมาในสังคมที่มีแต่ความชิงชังแบ่งแยก ก็ย่อมมีความรู้สึกเช่นนั้นด้วย ในขณะที่ผู้ซึ่งเกิดในสังคมอันเจริญกว่าจะไม่มีนิสัยดังกล่าว

แต่ความจริงที่สะท้อนออกมาไม่ได้ตอบสนองความเชื่ออันเป็นอุดมคตินั้นเสียทีเดียว เพราะเราต่างต้องยอมรับว่า มนุษย์ทุกคนมีนิสัย “แบ่งแยก” , “เหยียดพวก” และ “ไม่ชอบสิ่งที่แตกต่าง” ติดตัวมาตั้งแต่เกิด ทุกสังคมมีปัญหาเดียวกัน เพียงแต่มีการแสดงออกที่แตกต่างกันเท่านั้น


นอกจากนี้มนุษย์ยังมีนิสัยชอบจำแนกสิ่งที่ “แตกต่าง” และสิ่งที่ “ไม่คุ้นเคย” เอาไว้ในกลุ่มของสิ่งที่ “ไม่ดี” โดยอัตโนมัติอีกด้วย ทั้งที่บางครั้งสิ่งพวกนั้นไม่ได้มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันเลย

มันยากมากเหลือเกินที่เราจะลบอคติข้อนี้ออกไปได้ จนเป็นที่น่าสงสัยว่าแท้จริงแล้วมันเกิดมาจากอะไรกันแน่?

และเมื่อไม่นานมานี้ (ปี ค.ศ.2011) ปัญหาคาใจข้อนี้ก็คลี่คลายลง เมื่อกลุ่มนักจิตวิทยาด้านพฤติกรรม จากมหาวิทยาลัยเยล รัฐคอนเน็ตทิคัต สหรัฐอเมริกา ได้ทำการวิจัยและสรุปออกมาว่า “การมีอคติกับสิ่งที่แตกต่างไปจากเรา ไม่ใช่คุณสมบัติเฉพาะบุคคลของมนุษย์ แต่เป็นรากเหง้าของมนุษย์ทุกคน และเป็นพฤติกรรมที่สืบทอดมาตั้งแต่ต้นวิวัฒนาการของมนุษย์ในยุคดึกดำบรรพ์”

การทดลองดังกล่าวจัดขึ้นบนเกาะคาโย ซันติอาโก (อยู่ไม่ไกลจากเปอร์โตริโก) บนเกาะนี้เป็นที่อาศัยของลิงรีซัสนับพันตัว ซึ่งลิงรีซัส เป็นลิงที่แยกตัวออกจากเส้นทางวิวัฒนาการของมนุษย์เมื่อ 25 ล้านปีก่อน

ลิงเหล่านี้มีสังคมที่คล้ายมนุษย์มาก คือแบ่งเป็นพวกเป็นเหล่า โดยแต่ละฝูงจะมีหัวหน้าของมัน นักวิทยาศาสตร์ ซึ่งนำโดยเนฮา มหาจัน ได้ศึกษาสังเกตลิงแต่ละตัวจนรู้ชัดว่าตัวไหนอยู่สังกัดฝูงไหน จากนั้นจึงนำลิงกลุ่มหนึ่งมาทำการทดลอง

พวกเขานำฉากที่มีแผ่นภาพสองภาพมาให้ลิงดู โดยภาพหนึ่งเป็นลิงในฝูงเดียวกับมัน ส่วนอีกภาพเป็นลิงต่างฝูง เมื่อเปิดแผ่นภาพออกพร้อมกัน สังเกตเห็นว่าลิงนั้นสามารถจดจำ และจำแนกเพื่อนในฝูง กับลิงต่างฝูงได้ทันที และแสดงออกโดยการ ไม่ใส่ใจภาพของเพื่อนมากนัก แต่กลับจ้องมองภาพของลิงต่างฝูงด้วยความหวาดระแวงและระมัดระวังอยู่เป็นนาน

นั่นอาจจะเป็นเพราะมันต้องการใช้เวลาสังเกตสิ่งที่ไม่คุ้นเคยก็ได้ ดังนั้นนักจิตวิทยาจึงทดลองซ้ำโดยการถ่ายภาพเพื่อนของมันให้ดูแตกต่างและไม่คุ้นเคย ให้มันดูพร้อมกับภาพลิงต่างฝูง ผลปรากฏออกมาเช่นเดิมคือ มันจำเพื่อนของมันได้ และยังคงจ้องมองลิงต่างฝูงอย่างไม่ไว้ใจ ทำให้มั่นใจได้ว่า ลิงเองก็มีสัญชาตญาณในการแบ่งแยกและหวาดระแวงเช่นเดียวกับมนุษย์

มีหลายครั้งเหมือนกันที่ลิงในสังกัดหนึ่ง ย้ายฝูงไปอยู่กับอีกสังกัดหนึ่ง นักจิตวิทยาต้องการทราบว่า ที่ลิงมีความระแวงต่อลิงฝูงอื่น เกิดจากความไม่คุ้นเคยเท่านั้นหรือไม่ จึงทดสอบโดยการนำภาพลิงที่เพิ่งย้ายสังกัดมาอยู่ในฝูงเดียวกับมันมาให้มันดู ปรากฏว่า มันไม่ได้ใส่ใจมากนัก ในขณะที่ลิงที่ย้ายสังกัดแล้วกลับถูกลิงที่อยู่ฝูงเดียวกันมาเป็นเวลานานเกลียดชังและไม่ต้อนรับ แสดงให้เห็นว่า ไม่ใช่ความไม่คุ้นเคยหรือความรู้สึกอันตรายเท่านั้น ที่ทำให้ลิง “แบ่งเขา แบ่งเรา” แต่เป็นความ “แตกต่าง” ทางความคิดและพฤติกรรมบางอย่างต่างหาก ที่ทำให้มันยอมรับกันไม่ได้…

จากนั้นพวกเขาได้ทำการทดลองความรู้สึกเชื่อมโยง โดยการจับคู่ภาพสิ่งที่ลิงชอบเข้ากับภาพเพื่อนในฝูง แล้วนำมาให้ลิงดู ปรากฏว่ามันไม่แสดงความสนใจหรือแปลกใจแต่อย่างใด เช่นเดียวกับการให้ดูภาพสิ่งที่ลิงเกลียดคู่กับภาพลิงต่างฝูง มันก็ไม่แสดงความแปลกใจเช่นกัน แต่พวกมันกลับให้ความสนใจเป็นพิเศษกับภาพลิงต่างฝูง ที่มาพร้อมกับภาพผลไม้สุดโปรด นั่นอาจเป็นเพราะมันรู้สึกว่าทั้งสองสิ่งนี้ไม่เข้าพวกกัน และภาพเพื่อนในฝูงกับภาพแมงมุมที่มันเกลียด ก็ช่างไม่เข้าพวกกันเสียเลยในความรู้สึกของมัน

แสดงให้เห็นว่าลิงรีซัสซึ่งเป็นบรรพบุรุษของมนุษย์ ก็มีสัญชาตญาณในการแบ่งแยก ไม่ยอมรับความต่าง และจำแนกความแตกต่างไว้ในกลุ่มเดียวกับสิ่งที่ไม่ดี เช่นเดียวกับมนุษย์ปัจจุบัน เรามีนิสัยแบบนั้นมาตั้งหลายล้านปีแล้ว และเหตุผล ศีลธรรม ความเจริญ ไม่อาจลบล้างมันออกไปจากตัวเราได้อย่างแท้จริง…

แอดมิน

comments

You can leave a response, or trackback from your own site.

2 Responses to “มนุษย์ไม่ได้เกิดมาเพื่อยอมรับ “ความต่าง””

  1. เชื่อว่า มนุษย์ เป็นสัตว์ที่ชอบแบ่งกลุ่ม เพื่อแข่งขัน แล้วมา หำ้หั่นกันครับ ส่วนหนึ่ง เพื่อให้คนที่แกร่งกว่า อยู่รอดสืบพันธุ์ กลุ่มอ่อนแอสูญพันธ์ุไป และ อีกส่วนหนึ่ง เมื่อคนกลุ่มใด มีเทคโนโลยี เหนือกว่า ที่เอื้อประโยชน์แก่การอยู่รอดมากกว่า สุดท้ายจะมีการ กบฏจากคนกลุ่มเล็กๆ แล้ว ครอบครองสังคมทั้งหมด ดังเช่น ยุคหินมาสู่ยุคสำริด ยุคสำริดมาสู่ยุคเหล็ก พอรวมอำนาจเบ็ดเสร็จ ผู้แพ้จะยมชั่วคราวโดยสะสมกำลังเงียบๆ แล้วแบ่งฝ่ายแล้วรบกันอีก หรือ ถ้ากลุ่มใดพบเทคโนโลยีใหม่ๆ ก็รบกันอีก

    ดังนั้นในทุกสังคมจึงมีการแบ่งแยกทั้งแบบส่วนตัวๆ แบบกลุ่ม แบบเผ่าพันธ์ แบบชั้นวรรณะ แบบแยกตามความเชื่อฯลฯ

  2. pichi says:

    จะว่าไปแล้วก่อนหน้าที่จะเหลือมนุษย์สปีชีย์เดียว ก็เกิดจากสปีชีย์ Homo sapein ไปไล่ล่าสปีชีย์อื่นที่เห็นว่าด้อยกว่าจนสูญพันธุ์หมดนี่นะ

ถ้าไม่อยากเปิดเผยตัวตน เม้นท์ตรงนี้ก็ได้จ้า