มาเรีย มาร์เตน กับโรงนาสีแดง

มีเรื่องชวนพิศวงอันโด่งดังเรื่องหนึ่งเกิดขึ้นที่หมู่บ้านโพลสเตด(Polstead) ประเทศอังกฤษ เรื่องเริ่มจากมีหญิงสาวชาวบ้านคนหนึ่งชื่อ มาเรีย มาร์เตน (Maria Marten) วัย 24 ปี เธอเป็นลูกสาวของชาวบ้านธรรมดาที่มีอาชีพจับตุ่น ชื่อนายโธมัส มาร์เตน (Thomas Marten) พวกเขามีฐานะค่อนข้างยากจน มาเรียเป็นหญิงสาวที่มีหน้าตาธรรมดา ไม่ได้มีความสะสวยโดดเด่นอะไร แต่เธอเป็นคนหัวสูง ความยากลำบากทำให้เธอหวังที่จะได้แต่งงานกับคนรวย

ต่อมา มาเรียได้พบกับ วิลเลียม คอร์เดอร์ บุตรชายคนที่ 3 ของครอบครัวเกษตรกรที่มีฐานะร่ำรวยในหมู่บ้าน เขาเป็นชายหนุ่มดูดีมีหญิงสาวมาติดพันมากมาย มาเรียจึงรีบเสนอตัวให้วิลเลียมโดยไม่สนใจชื่อเสียงด้านลบของเขา 
ใคร ๆ ก็ตั้งฉายาให้วิลเลียมว่า “หมาจิ้งจอก” เพราะเขามีนิสัยกลับกลอก เจ้าเล่ห์ และขี้โกง เขามีประวัติปลอมแปลงเอกสารและโกงผลผลิตของชาวบ้านด้วย แม้แต่พ่อของตนเองเขาก็โกงมาแล้ว พ่อต้องส่งเขาไปอยู่ลอนดอนเพราะอับอายชาวบ้าน  แต่ไม่นานพี่ชายคนหนึ่งของเขาก็จมน้ำตาย ต่อมาพ่อและพี่ชายอีกของเขาก็ตายลงอย่างมีเงื่อนงำอีก ทำให้มรดกและที่ดินทั้งหมดตกเป็นของวิลเลียมแต่เพียงผู้เดียว

มาเรียและวิลเลียมมักเข้าไปพลอดรักกันในยุ้งฉางขนาดใหญ่บนเนินเขาบาร์นฟิลด์ (Barn field Hill) ยุ้งนั้นก่อสร้างด้วยไม้ มุงด้วยกระเบื้องสีแดง เมื่อพระอาทิตย์ยาวเย็นสาดแสงเข้ามา จะมองดูเหมือนโรงนานั้นอาบไปด้วยสีแดง จนชาวบ้านเรียกมันว่า “โรงนาสีแดง”
เมื่อมาเรียตั้งท้อง เธอพยายามกดดันให้วิลเลียมแต่งงานด้วย แต่เขาก็ทำเป็นนิ่งเฉย จนทารกคลอดออกมาและเสียชีวิตอย่างไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งมาเรียกล่าวโทษว่าวิลเลียมทำให้ลูกของเธอตาย (ภายหลังมีการพิสูจน์ว่าทารกนั้นถูกฆ่าตายจริง) แต่มาเรียก็ยังคงอยากแต่งงานกับวิลเลียม 
ที่จริงแล้ววิลเลียมไม่เคยคิดจะแต่งงานกับเธอเลย เพราะฐานะต่างกันเกินไป เขาเป็นเจ้าของที่ดินและมีเงินทองมากมาย ส่วนมาเรียเป็นสาวชาวบ้านยากจน ไม่อาจเข้าสังคมของเขาได้ เมื่อถูกบีบคั้นมากเข้า เขาจึงคิดที่จะตัดปัญหายุ่งยากทั้งปวงโดยการ “ฆ่า” เธอทิ้งซะ…
วันที่ 18 พฤษภาคม ค.ศ.1827 วิลเลียมวางแผนหลอกมาเรียมาฆ่า โดยนัดพบมาเรียที่โรงนาสีแดง เขาหลอกเธอว่าจะพาหนีไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกัน และให้เธอออกจากบ้านมาโดยอย่าให้ใครสังเกตเห็น เมื่อถึงเวลานัดมาเรียจึงแต่งตัวเป็นชาย แล้วรีบรุดเดินมายังโรงนา บังเอิญพ่อของเธอเห็นเข้าระหว่างทาง แต่ไม่ได้ใส่ใจนัก เพราะไม่รู้ว่านั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้เห็นลูกสาวของตน

วิลเลียมดำเนินแผนการสังหารของเขาอย่างเรียบง่าย โดยใช้ปืนยิงสาวคนรัก แล้วลากศพของเธอไปฝังในโรงนาสีแดง จากนั้นก็หนีไปอยู่ที่ลอนดอน
หลายเดือนต่อมาเมื่อครอบครัวของมาเรียไม่ได้ข่าวคราวของเธอนานเกินไป ก็นึกกังวลใจว่าอาจเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับเธอ จึงติดต่อไปยังวิลเลียมเพื่อสอบถาม พร้อมขู่ว่าหากไม่ชี้แจงเหตุผล หรือไม่ได้รับการตอบกลับจากมาเรีย จะทำการแจ้งตำรวจ
ด้วยแรงกดดันนั้น ทำให้วิลเลียมคิดแผนปลอมจดหมายขึ้น โดยเขียนจดหมายถึงพ่อของมาเรีย แสร้งทำเป็นว่ามาเรียเป็นผู้เขียน มีเนื้อหาในจดหมายว่า พวกเขาทั้งคู่ใช้ชีวิตคู่กันอย่างมีความสุขที่เกาะไวท์ และขอโทษพ่อที่ไม่ได้ส่งจดหมายหรือแจ้งข่าวให้ทราบ พร้อมกับสอดเงินไปในจดหมายอีกปึกหนึ่ง ทันทีที่ได้รับจดหมาย นายโธมัสก็เชื่ออย่างสนิทใจ และไม่สงสัยในตัววิลเลียมอีกเลย 
จนกระทั่งเวลาผ่านไปราวหนึ่งปี กลางดึกคืนหนึ่งของเดือนเมษายน 1828 เรื่องราวเหนือธรรมชาติได้เกิดขึ้น เมื่อแม่เลี้ยงของมาเรีย ชื่อนางมัวร์ ตื่นขึ้นมากลางดึกพลางปลุกสามีแล้วเล่าว่า เธอฝันว่ากำลังยืนอยู่ในโรงนาสีแดง และเห็นมาเรียในร่างโชกเลือด มาบอกว่าถูกวิลเลียมฆ่าฝังเอาไว้ในมุมหนึ่งของโรงนา ต้องการให้นางมัวร์ ซึ่งเป็นแม่เลี้ยงเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่เธอ

โธมัสไม่เชื่อเรื่องนั้น และบอกว่ามันเป็นเรื่องเหลวไหลเป็นเพียงฝันที่ไร้สาระ แต่เมื่อนางมัวร์ยืนยันว่าเธอฝันซ้ำ ๆ กันแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว เขาจึงยอมทำการพิสูจน์โดยการรวบรวมชาวบ้านไปขุดพื้นที่โรงนาตรงบริเวณที่นางมัวร์บอก

หลังจากที่พวกเขาขุดลงไปได้เพียง 50 เซนติเมตร เท่านั้น ก็ได้พบศพของผู้หญิงถูกยัดใส่กระสอบ หลังจากตรวจสอบก็ยืนยันได้ว่าศพนั้นเป็นมาเรียลูกสาวของเขาแน่นอน และหลังจากนั้นวิลเลียมก็ถูกจับกุมอย่างรวดเร็ว เพราะหลักฐานต่าง ๆ ล้วนเชื่อมโยงไปที่เขา เขาถูกแจ้งข้อหาฆาตกรรม

ศาลถูกจัดตั้งขึ้นที่โรงแรมในโพลสเตด มีผู้คนสนใจเข้าฟังการสอบสวนแน่นขนัดจนต้องแจกตั๋วเข้าชม เพราะผู้คนต่างก็สงสัยใคร่รู้ในเรื่องลึกลับเหนือธรรมชาติกันทั้งสิ้น

วิลเลียม พยายามปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าสาเหตุการตายของมาเรียนั้นไม่แน่ชัด เพราะร่างของเธอก็เน่าเปื่อยไปหมดแล้วไม่อาจระบุได้ แต่ในที่สุดเขาก็ต้องจำนนด้วยพยานและหลักฐานที่ถูกนำออกมาทีละอัน ไม่ว่าจะเป็นคำยืนยันจากแพทย์ จดหมายปลอม รอยนิ้วมือที่เขาจับเสาค้ำโรงนา และมีผู้เห็นเขาถือปืนเดินออกจากโรงนา

เขาไม่ยอมแพ้ พยายามแก้ตัวว่ามาเรียนั้นฆ่าตัวตาย และเขาจำเป็นต้องฝังเธอเพราะกลัวความผิด ต่อมาเขาก็ให้การว่า เขาและมาเรียทะเลาะกัน เธอพยายามแย่งปืนจากเขาจนลั่นใส่ตัวเอง มันเป็นอุบัติเหตุที่เขาไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่ถึงแม่วิลเลียมจะให้การแก้ตัวอย่างไร คณะลูกขุนก็ใช้เวลาเพียง 35 นาที ตัดสินว่าวิลเลียมมีความผิดจริง และพิพากษาให้ประหารชีวิตด้วยการแขวนคอต่อหน้าสาธารณชน

วันที่ 11 สิงหาคม วิลเลียมถูกนำไปยังตะแลงแกงในเรือนจำเบอรี่ เซนท์ เอดมันส์ แม้จะเป็นเวลาใกล้เที่ยงและอากาศร้อนมาก แต่ก็ยังมีคนเข้าดูการประหารของเขาถึง 20,000 คน และประโยคสุดท้ายที่วิลเลียมกล่าวก่อนที่เพชฌฆาตจะสวมหมวกคลุมหัวเขา คือ “ผมมีความผิด ที่คือการตัดสินที่ยุติธรรม ผมสมควรได้รับโชคชะตานี้ และขอให้พระเจ้าเมตตาต่อวิญญาณของผมด้วย…”

หลังจากการตายของวิลเลียมหลายคนต่างตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับความฝันของนางมัวร์ผู้เป็นแม่เลี้ยงว่ามีพิรุธอยู่หลายจุด เช่น นางมัวร์แม้จะเป็นแม่เลี้ยง แต่มีอายุใกล้เคียงกับมาเรีย และทั้งคู่ต่างก็ไม่ถูกกัน ทำไมมาเรียต้องมาเข้าฝันขอความช่วยเหลือจากนางมัวร์แทนที่จะเป็นพ่อของตนเอง และทำไมมาเรียจึงปล่อยเวลาเลยไปเป็นปีกว่าจะเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตัวเอง และทำไมจดหมายปลอมของมาเรียจะต้องแนบเงินมาด้วยก้อนโต

มีผู้สันนิษฐานกันไปต่าง ๆ นานา บ้างก็ว่า เรื่องความฝันทวงแค้นนั้นน่าจะเป็นเรื่องโกหกที่นางมัวร์แต่งขึ้น  อันที่จริงนางมัวร์อาจรู้เห็นเรื่องการตายของมาเรียตั้งแต่ต้น และอาจรู้เห็นเป็นใจให้วิลเลียมฆ่าเธอ และใช้เรื่องนี้ในการแบล็คเมล์วิลเลียมเพื่อเรียกเงินค่าปิดปาก แต่เมื่อเวลาผ่านไปวิลเลียมมั่นใจว่าตนพ้นผิดแล้วจึงไม่จ่ายเงินตามสัญญา ทำให้นางมัวร์เกิดความไม่พอใจและพยายามเปิดโปงเรื่องทั้งหมดก็เป็นได้…

แอดมิน

comments

You can leave a response, or trackback from your own site.

One Response to “มาเรีย มาร์เตน กับโรงนาสีแดง”

  1. Roy Mustang says:

    ใช่ครับ…เรื่องนี้ถ้าผมจำไม่ผิด เคยอ่านผ่านๆ อยู่พักหนึ่งตามเว็บ
    ใน Google นางมัวร์ นี่แหละครับ คือคนร้ายตัวจริง ด้วยความที่นางมัวร์
    มีอายุใกล้เคียงกับมาเรีย และต่างก็มีความต้องการใช้ตัวของวินเลียม
    คือ…ทั้งคู่แอบไปหากันที่โรงนา จนนางมัวร์ทนไม่ไหวที่มาเรียตั้งท้องกับ
    วินเลียมก็เลยวางแผนฆ่า พร้อมกับวินเลียมก็ไม่ยอมรับผิดชอบเด็กด้วย
    เงินก้อนนั้นคือค่าปิดปากของ นางมัวร์ครับ ประมาณนี้แหละที่ผมพอจะจำได้

    แอดมิน เขียนอีกนะเยอะๆ เลย ที่บ้านผมติดเน็ตล่ะ ติดตามได้ตลอดเลยล่ะ
    งานนี้ ฮ่าๆ

ถ้าไม่อยากเปิดเผยตัวตน เม้นท์ตรงนี้ก็ได้จ้า