ยุทธพิชัยสามก๊ก(ตอนที่1)

ผู้ได้เปรียบ ไม่ใช่ผู้ชนะเสมอไป

สามก๊กเป็นวรรณกรรมจีนอิงประวัติศาสตร์ อันเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่องยาวนานที่สุดเรื่องหนึ่ง ถือได้เป็นมรดกทางปัญญา ที่ได้รับการแปลเป็นหลากหลายภาษา และตีพิมพ์เผยแพร่ไปทั่วโลก
เรื่องราวของสามก๊กนั้น มีแง่คิดและมุมมองอันชาญฉลาดสอดแทรกเอาไว้อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกลยุทธ์ในการรบทัพจับศึก ชิงรักหักเหลี่ยม การบริหาร การปกครองผู้คน การทำความเข้าใจกับจิตใจมนุษย์ที่ซับซ้อนยากที่จะหยั่งถึง รวมทั้งการวางแผนซ้อนกลและเล่ห์เหลี่ยมทางจิตวิทยาต่าง ๆ ทำให้สามก๊กกลายเป็นวรรณกรรมอมตะอันเฉียบคม
บทความชุด “ยุทธพิชัยสามก๊ก” นี้ เป็นการคัดย่อเอาเรื่องราวบางตอนจากวรรณกรรมเรื่องสามก๊กมาเล่าสู่กันฟัง และสรุปข้อคิดที่แฝงอยู่ในเนื้อเรื่อง ซึ่งก็สนุกสนานดี ตอนแรกนี้จะเล่าถึงศึกระหว่างโจโฉกับอ้วนเสี้ยวก่อนเลยแล้วกัน…
ยุทธการกัวเต๋อ เป็นศึกรบที่ถูกกล่าวขานมากที่สุดครั้งหนึ่งในสามก๊ก ถือเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดของแผ่นดินสามก๊ก เพราะเป็นการต่อสู้กันระหว่างโจโฉกับอ้วนเสี้ยว ที่ใคร ๆ ต่างก็มองว่าโจโฉเป็นฝ่ายเสียเปรียบตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มรบ
หากนับจากจำนวนทหารแล้ว ฝ่ายโจโฉด้อยกำลังกว่าอ้วนเสี้ยวถึงสิบเท่า เสบียงกรังหรือก็ร่อยหรอลงทุกที แต่กระนั้น ฝ่ายโจโฉก็ยังยันทัพอ้วนเสี้ยวไว้ได้เป็นเวลาถึงเดือนเศษ
ระหว่างที่โจโฉกำลังคิดที่จะถอยทัพนั่นเอง เหล่าเสนาธิการที่ตั้งข้อสังเกตการศึก ได้ช่วยกันเตือนสติว่า “กองทัพของอ้วนเสี้ยวนั้น ถึงจะมีไพร่พลมากถึงเจ็ดสิบหมื่น หากแต่เป็นไพร่พลชั้นเลว อ่อนด้อยประสบการณ์ทั้งนั้น ไม่อาจรับมือกลยุทธ์ของท่านได้ หากทัพฝ่ายเรายึดที่ค้ำคอมันไว้ ไม่ให้มันคืบหน้าได้ สถานการณ์ย่อมเปลี่ยนแปลง และเราย่อมต้องมีโอกาสทองอย่างแน่แท้”
โจโฉได้ฟังดังนั้นจึงตั้งสติได้ และมีกำลังใจวางแผนการศึกเสียใหม่ ให้ทหารมือดีออกไปดักชิงเสบียงจากฝ่ายอ้วนเสี้ยว และใช้กลวิธีปลุกใจทหารด้วยการบำรุงขวัญและกำลังใจต่าง ๆ นานา ใช้เวลาต้านทัพใหญ่ไว้ไม่นานเท่าใดนัก ก็ปรากฏว่าสามารถดับรัศมีอันรุ่งโรจน์โชติช่วงของอ้วนเสี้ยวลงได้จนหมดสิ้น
ฝ่ายอ้วนเสี้ยวที่มีกำลังพลถึงเจ็ดสิบหมื่น กลับต้องมาฝ่ายแพ้ให้โจโฉอย่างย่อยยับ จนทำให้ผู้นำทัพอย่างอ้วนเสี้ยวถึงกับป่วยและตรอมใจตายในเวลาต่อมา
กุยแก หนึ่งในเสนาธิการคนสำคัญของโจโฉ ได้วิเคราะห์ข้อผิดพลาดของอ้วนเสี้ยว ซึ่งน่าจะหยิบยกมาเป็นอุทาหรณ์สอนใจได้ในทุกยุคทุกเหตุการณ์ ไว้ว่า…
“ความประมาทของทัพอ้วนเสี้ยวที่คิดเหิมเกริมว่าฝ่ายตนมีกำลังไพร่พลมากกว่า พอตั้งทัพล้อมเมืองนานวันเข้า ทหารชั้นเลวผู้ขาดประสบการณ์ก็เริ่มมีวินัยที่หย่อนยาน อันจำนวนไพร่พลที่มาก กลับยิ่งทำให้การปกครองไม่ทั่วถึง…
ตัวอ้วนเสี้ยวเองก็บริหารงานผิดพลาดบ่อยครั้ง เนื่องด้วยความที่เป็นคนใจคอโลเล ตัดสินใจไม่เด็ดขาด จะบุกก็ไม่ทุ่มกำลัง ครั้นจะล้อมก็ไม่วางแผนการให้รอบคอบ ใช้คนไม่ตรงความสามารถ ชอบใจใครก็ให้รางวัล ใครขัดใจก็สั่งลงโทษทั้งที่มิได้กระทำความผิด…”
การที่ฝ่ายโจโฉสามารถเผาค่ายปล้นเสบียง ทำให้ทัพอ้วนเสี้ยววุ่นวายเสียขวัญ และประสบความพ่ายแพ้ได้ทั้งที่มีกำลังทหารมากกว่าถึงสิบเท่านั้น ไม่ใช่เพราะความโชคดี หากแต่เป็นการได้ชัยชนะ เพราะรู้จักการอดทนรอโอกาสที่เหมาะสม รู้จักวิเคราะห์สถานการณ์ และรู้จักเก็บเกี่ยวเอาความได้เปรียบของตนมาขยายผลในการต่อสู้
เรื่องการรบของโจโฉและอ้วนเสี้ยว ให้ข้อคิดดังนี้

1. ผู้ได้เปรียบไม่ได้หมายความถึงผู้ชนะและผู้เสียเปรียบก็ไม่ได้หมายถึงผู้แพ้เสมอไป ดังนั้น ความได้เปรียบเสียเปรียบ ไม่ใช่ข้อตัดสินในการแข่งขัน
2. การต่อสู้ชิงชัย หากขาดสติปัญญาและความพินิจพิเคราะห์เข้าควบคู่ด้วยแล้ว กำลังแรงหรือกำลังพลเท่าใดก็ไม่เพียงพอ
3. ความประมาทและเหิมเกริมก่อให้เกิดจุดอ่อนอันก่อให้เกิดความเพลี่ยงพล้ำ
4. ขวัญและกำลังใจเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนทุกสิ่งทุกอย่างไปสู่ความสำเร็จ
5. ผู้ที่มีความอดทน รู้จักรอโอกาสและจังหวะที่เหมาะสม รู้จักประเมินสถานการณ์ ย่อมเป็นผู้ได้เปรียบอย่างแท้จริง
แอดมิน
อ้างอิง : สามก๊ก / อึ้งมงคล

comments

You can leave a response, or trackback from your own site.

One Response to “ยุทธพิชัยสามก๊ก(ตอนที่1)”

  1. ขอบคุณครับที่รำเรื่องดี ๆ มาแบ่งปัน

ถ้าไม่อยากเปิดเผยตัวตน เม้นท์ตรงนี้ก็ได้จ้า