ยุทธวิธีหนีความจำ(ตอนที่3)

ยุทธวิธีหนีความจำ
ตอน…รักษาด้วยยาโพรพราโนลอล
 
 
 
จากตอนที่ 1 และตอนที่ 2 เราทราบแล้วว่าความทรงจำที่น่าหวาดกลัวนั้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้ โดยวิธีการกระตุ้นดึงเอาความทรงจำนั้นออกมาจากความจำระยะยาว ทำการเปลี่ยนแปลงมันและจัดเก็บลงไปใหม่ในแบบที่ไม่น่ากลัว หลายคนอาจคิดว่าการฝึกฝนเพื่อขจัดความกลัวนี้เป็นเรื่องง่าย ๆ ซึ่งอาจจะใช่อยู่ เพียงแต่ช่วงนาทีทองที่ความทรงจำถูกกระตุ้นขึ้นมานั้น จะเปิดขึ้นมาได้ก็ต่อเมื่อความทรงจำนั้นถูกกระตุ้นพร้อม ๆ กับความรู้สึกทางร่างกาย ซึ่งจะเกิดขึ้นแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น จึงมีเวลาไม่มากให้เราแก้ไขมัน
 
รีคอนโซลิเดชั่นจะเปลี่ยนแปลงความทรงจำได้ในช่วงเวลาเพียง 10 นาที ถึง 4 ชั่วโมง โดยเกิดขึ้นหลังจากถูกกระตุ้นซ้ำไปแล้วเท่านั้น แต่ก็นับว่าเป็นครั้งแรกที่นักวิทยาศาสตร์สามารถจัดการแก้ไขความทรงจำให้กับผู้ตกเป็นเหยื่อโรค PTSD โดยไม่ต้องใช้ยารักษาใด ๆ ได้สำเร็จ
 
 
แต่อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ นักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาอย่าง เมเรล คินท์ แห่งมหาวิทยาลัยอัมสเตอร์ดัม ได้เผยผลการผลการทดลองใหม่ที่เกิดขึ้นจากการให้ยาโพรพราโนลอล(propranolol) เข้ามาช่วยในการบำบัดอาการหวาดกลัวจากความทรงจำที่เลวร้าย และชี้ให้เห็นว่า ผลจากการรักษานั้นไม่ต่างจากการบำบัดด้วยวิธีกระตุ้นและเปลี่ยนแปลงความทรงจำเลย โดยยาดังกล่าวนี้จะทำหน้าที่เสมือนฮอร์โมนเครียดที่ชื่อว่า “นอร์อะดรีนาลิน(noradrenalin)” ซึ่งหลังออกมาขณะที่ประสบเหตุการณ์รุนแรง เพื่อทำให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะเตรียมพร้อมตอบสนองได้อย่างทันท่วงที
 
 
นอร์อะดรีนาลินมีผลต่ออมิกดาลาได้โดยการไปกระตุ้นการรีคอนโซลิเดชั่นความทรงจำเกี่ยวกับความกลัว ส่งผลให้ประสบการณ์และความกลัวถูกเชื่อมโยงกันในส่วนของความทรงจำระยะยาว และเนื่องจากยาโพรพราโนลอลนี้มีลักษณะที่คล้ายคลึงกับนอร์อะดรีนาลิน ทำให้มันสามารถไปแย่งที่จับของนอร์อะดรีนาลินในสมอง ทำให้เกิดการขัดขวางกลไกการสร้างความทรงจำอันไม่พึงประสงค์ใหม่ขึ้น จึงได้ผลลัพธ์ที่คล้ายกับเทคนิคการปรับเปลี่ยนความทรงจำ
 
นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยของประเทศเดนมาร์กอีกชิ้นหนึ่งซึ่งใกล้เคียงกับงานของเฟลพ์สมาก แต่ต่างกันตรงที่ แทนที่จะมีขั้นตอนยุติความกลัว กลับให้ผู้ทดลองกินยาที่มีส่วนประกอบของโพรพราโนลอลดักไว้ ก่อนที่ความทรงจำที่ไม่พึงประสงค์นั้นจะถูกกระตุ้นขึ้นมาใหม่ ซึ่งปรากฏผลไปในทางที่ดีเช่นกัน วันต่อมากลุ่มตัวอย่างที่รักษาด้วยโพรพราโนลอลก็ยังคงไม่ตอบสนองต่อความจำที่ขมขื่นด้วยความกลัว แม้แต่การกระตุ้นให้กลับไปกลัวอีกครั้งก็ยังเป็นเรื่องยาก และมีกลุ่มผู้ถูกทดลองในลักษณะเดียวกัน แต่ให้กินยาหลอก เมื่อถูกกระตุ้นความจำ ยังพบว่ายังคงตอบสนองด้วยความกลัวไม่ต่างจากก่อนการรักษา แสดงให้เห็นว่ายาโพรพราโนลอลใช้ในการรักษาได้ผลจริง ไม่ใช่การอุปทาน
 
 
ที่น่าสนใจคือ ทั้งคินท์และเฟลพ์สได้ทำการทดสอบแล้วว่า วิธีการรักษาของพวกเขาไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงอันไม่พึงประสงค์ต่อความทรงจำ และการบำบัดด้วยยาโพรพราโนลอลก็ไม่มีผลต่อการเรียนรู้ของกลุ่มการทดลองแต่อย่างใด ทั้งสองวิธีจึงเป็นทางเลือกที่ดีในการรักษาภาวะ PTSD (อ่านต่อตอนที่4)
 
—ติดตามการกำจัดความกลัวด้วยวิธีต่อไป—
คลิกที่นี่ เพื่ออ่านทั้งหมด
 
แอดมิน

comments

You can leave a response, or trackback from your own site.

ถ้าไม่อยากเปิดเผยตัวตน เม้นท์ตรงนี้ก็ได้จ้า