รสชาติของน้ำ

นับเป็นพันๆปีมาแล้วที่นักปรัชญาเชื่อว่าน้ำนั้น เป็นสิ่งที่ไม่มีรส เปรียบกันว่ารสชาติของน้ำคือความว่างเปล่า เมื่อน้ำสัมผัสกับลิ้น ก็เหมือนความมืดที่สัมผัสสายตา และความเงียบที่สัมผัสโสต

ต่อมานักวิทยาศาสตร์ก็เริ่มคิดว่าน้ำกระตุ้นการ รับรู้รสบางอย่างได้ บางคนบอกว่ามันมีรสขม บางคนบอกว่ามันมีรสชาติจางๆ ของอะไรซักอย่าง ช่วงปี ค.ศ.1920 มีความเชื่อว่าน้ำนั้นเปลี่ยนรสชาติไปตามสิ่งที่คนเรากินก่อนหน้า เช่น ถ้าก่อนหน้าที่จะดื่มน้ำ เราได้กินอะไรที่มีฤทธิ์เป็นกรด น้ำก็จะหวาน ถ้ากินอะไรที่มีรสเค็ม น้ำก็จะขม

ช่วงปี ค.ศ.1960-1970 มีการตีพิมพ์งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ว่า เมื่อเราลิ้มรสของอาหารแล้วดื่มน้ำล้างรสชาตินั้นลงไป เราจะรับรู้รสบางอย่างที่ติดค้าง เหมือนกันการมองเห็นสีบนกระดาษขาว หลังจากจ้องมองภาพสีเป็นเวลานาน หากเราไม่ได้ดื่มกินอะไรทั้งวัน และจิบน้ำจะรู้สึกว่าน้ำนั้นมีรสขม เพราะน้ำลายของเรามีรสออกเค็ม แต่เราไม่รู้สึกอย่างนั้นเพราะลิ้นของเราชินกับมัน น้ำบริสุทธิ์ที่ล้างรสของน้ำลายเป็นตัวบอกว่าน้ำลายของเรานั้นมีรส ดังนั้น ความเชื่อที่เชื่อกันมาเป็นเวลานานกว่า 30 ปี ก็คือรสชาติของน้ำเป็นผลสะท้อนที่เนื่องมาจากรสชาติของสิ่งอื่น

แต่ในปี ค.ศ.2000 เป็นต้นมานักวิทยาศาสตร์เริ่มคิดว่าที่จริงแล้วน้ำน่าจะมีรสชาติในตัวของมัน เองด้วย เพราะงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการเผยให้เห็นว่าสมองส่วนรับรสของคนและหนูตอบ สนองต่อรสของน้ำ มีเหตุผลที่จะเชื่อว่าน้ำกระตุ้นการรับรู้รสนั้นโดยตรง

อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถบอกได้ว่าน้ำมีรสหรือไม่หรือมีรสชาติอย่างไร และยังมีนักวิทยาศาสตร์อีกมากมายที่ยังคงเชื่อมั่นในแนวคิดเดิมว่ารสของน้ำ นั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น ไม่ใช่ตัวของมันเอง ความเชื่อที่ว่าน้ำมีรสเฉพาะในตัวมันนั้นยังไม่เป็นที่ยอมรับ หรือบางทีเราอาจไม่มีเซลล์เฉพาะที่จะรับรู้รสชาติของน้ำ

คำถามที่น่าสนใจคือ ถ้าน้ำนั้นมีรสชาติเฉพาะของมัน และมันเป็นส่วนประกอบสำคัญของร่างกาย เป็นองค์ประกอบส่วนใหญ่ของโลกนี้ แล้วทำไมมนุษย์ถึงไม่มีวิวัฒนาการมากพอที่จะสัมผัสรสชาติของมัน?

ζ-Zeta S.
http://www.popsci.com/article/science/ask-anything-what-does-water-taste
อ่านเพิ่มเติม

comments

You can skip to the end and leave a response. Pinging is currently not allowed.

ถ้าไม่อยากเปิดเผยตัวตน เม้นท์ตรงนี้ก็ได้จ้า