วัยเด็ก…กับความทรงจำแรกของชีวิต

 
วันนี้วันเด็ก บรรยากาศก็ประมาณว่า มองไปทางไหนก็เห็นผู้ปกครองพาลูกเล็ก ๆ ออกจากบ้านไปเที่ยวกันตามสถานที่จัดงานต่าง ๆ ก็ดูครึกครื้นดี ต้องออกตัวไว้ก่อนเลยว่าแอดมินไม่ใช่คนรักเด็กซักเท่าไหร่ แต่ก็ให้ความสำคัญกับเด็กในฐานะอนาคตของชาติ ก็อยากให้พวกเค้าเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่เก่งและดีล่ะนะ

วันนี้แอดมินก็เลยจัดบทความเกี่ยวกับอะไรเด็ก ๆ หน่อยก็แล้วกันนะ เป็นเรื่องที่แอดมินให้ความสนใจมานานพอสมควรแล้ว นั่นคือเรื่องของ “ความทรงจำในวัยเด็ก” อันนี้ถือว่าเรามาแชร์กันดีกว่า

มีบันทึกชุดหนึ่งของแอดมิน ว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างความทรงจำแรกของชีวิต กับความสามารถพิเศษของคนเรา เพราะคนส่วนมากมักจะพูดว่า “โอ๊ย…ตอนนั้นยังเด็กมาก ยังจำความไม่ได้เลย” ซึ่งแอดมินก็สงสัยว่าช่วงที่คนเราจำความไม่ได้นั้นมันช่วงไหน เพราะเป็นคนที่จำความได้ตั้งแต่ยังเด็กมาก และไม่ใช่การจำเป็นฉาก แต่จำได้จริง ๆ ลำดับเรื่องราวได้ด้วย ทำให้แอดมินมีความรู้สึกติดตัวอยู่อย่างนึงคือ ไม่ค่อยเชื่อ(ถึงขั้นไม่เชื่อเลย)ว่าเด็กจะไม่เข้าใจที่เราพูดจริง ๆ

ความทรงจำที่เก่าแก่มาก ๆ ของแอดมิน น่าจะประมาณ 1-2 ขวบ ตอนนั้นนั่งอยู่บนตักพ่อ ที่หน้าตลาด รอแม่ ในมือมีของเล่นชิ้นเล็ก ๆ ที่พ่อเพิ่งซื้อให้จากข้างทาง มันเป็นเต่าพลาสติกสีเขียว มีล้อ ตรงกลางมีกล่องใส่ขนมน้ำตาลสี ๆ แอดมินก็กัดหัวมันเล่นตามประสาเด็ก สักพักก็ถามพ่อว่า “ม่ะม้าอยู่ไหน?” พ่อที่พูดติดตลกมาตั้งแต่เกิด ก็ตอบว่า “ถูกจับไปขายแล้วมั้งลูก” แล้วแอดมินก็เริ่มร้องไห้เพราะไม่เข้าใจว่าพ่อล้อเล่น (คือการถูกจับไปหมายถึงหายไปไม่กลับมาแล้ว) ส่วนพ่อก็ไม่เข้าใจว่าลูกร้องทำไม นึกว่างอแงตามปกติ และหลังจากช่วงนั้นก็จะจำได้ว่าชีวิตตัวเองเป็นยังไง คิดอะไร ทำอะไร เกิดอะไรขึ้นบ้าง ฯลฯ ยิ่งช่วงหลัง 3 ขวบคือจำได้หมดทุกอย่างแล้ว

[ใครเคยเห็นของเล่นคล้าย ๆ แบบนี้บ้าง?]

ตอนมัธยม 5 มีการเล่าเรื่องสมัยเด็ก ๆ และเพื่อนส่วนมากมักจะเริ่มต้นเล่าตอนที่เข้าโรงเรียนอนุบาลครั้งแรก ส่วนความทรงจำเก่ากว่านั้นหลายคนจำไม่ได้เลย หลายคนไม่แน่ใจ ทำให้แอดมินเริ่มตั้งสมมติฐานเข้าข้างตัวเองว่า ตัวเองนั้นจำความได้เร็วกว่าคนอื่น และคนที่จำความได้เร็วน่าจะเรียนรู้ได้เร็วกว่าด้วย (เข้าข้างตัวเองสุด ๆ ไปเลย)

จากนั้นก็เริ่มทำการสำรวจ ไล่ถามเพื่อนและคนรู้จักถึงฉากแรกของชีวิตที่พวกเขาพอจะจำได้ เริ่มที่ไอ่คนที่เก่งที่สุดในห้องก่อนเลย ก็ได้รับคำตอบประมาณว่า “ไม่รู้สิ มันเลือนลาง จำได้จริง ๆ ตอนขึ้นชั้นประถมแล้วมั้ง” อ่าว…สมมติฐานพังทลายในทันที หรือจะเป็นในทางตรงข้ามซะล่ะมั้ง?

จากนั้นก็ถามไปเรื่อย ๆ หลายคน (แต่ไม่เยอะมาก ไม่เกิน 40 คน) เลือกเอาเฉพาะคนที่เรารู้จักเขาค่อนข้างดี เพื่อประกอบการวิเคราะห์ได้สะดวก ไม่ต้องหาข้อมูลเพิ่มมากนัก ได้ผลสรุปออกมาว่า

1. คนส่วนมากจำความได้จริงจังหลังจากเข้าเรียนครั้งแรก ไม่ว่าพวกเขาจะเข้าเรียนตอนกี่ขวบก็ตาม ฉากแรกของชีวิตมักเริ่มจาก “ร้องไห้ตอนไปเรียนวันแรก”

2. คนส่วนมากไม่มั่นใจว่าความจำฉากแรกนั้นเป็นความจริงหรือเป็นความฝัน (ยกเว้นตอนเข้าเรียน)

3. มีคนจำนวนน้อย ที่จำได้ก่อนหน้านั้น และพวกเขาไม่มีอะไรเป็นพิเศษ (เท่าที่รู้น่ะนะ)

4. เป็นเรื่องน่าแปลกเหมือนกัน คนที่มีผลการเรียนโดดเด่น จำฉากแรกได้ตอนหลัง 5 ขวบ ด้วยซ้ำไป

5. ความเหมือนเพียงอย่างเดียวของคนที่จำความได้เร็ว คือ มักรู้สึกว่าเพื่อนร่วมชั้นเป็นรุ่นน้อง

(ปล. การสำรวจนี้ทำเล่นขำ ๆ มีกลุ่มทดลองที่เล็กมาก และมีวิธีเก็บข้อมูลที่ไม่อาจรับรองผล ไม่สามารถนำไปอ้างอิงเป็นข้อเท็จจริงได้)

พูดถึงความจำสมัยเด็ก ๆ เนี่ย ไม่รู้คนอื่นจะเป็นเหมือนกันหรือเปล่า แต่สำหรับแอดมิน ความจำในวัยเด็กจะมีลักษณะเฉพาะ 2-3 อย่างคือ

1. ไม่รู้ทำไม เวลานึกถึงตอนเด็กมักจะนึกถึงช่วงฤดูหนาว หรือไม่ก็บรรยากาศครึ้ม ๆ สบาย ๆ อยู่ในที่โล่ง (เพราะอย่างนี้รึเปล่าที่คนเราชอบแทนความทรงจำด้วยภาพขาวดำ)

2. อะไรที่เราอยากได้มาก ๆ ตอนเด็ก ถึงตอนนี้เราก็มักจะอยากซื้อมันอยู่ ทั้งที่มีอยู่เยอะแยะแล้ว บางครั้งเราก็กินอะไรที่เราไม่ได้ชอบ แต่กินเพียงเพราะตอนเด็ก ๆ เคยกิน

3. จะยังไงอดีตก็เป็นเรื่องที่เราคิดถึง และโหยหา แม้แต่ช่วงที่แย่ที่สุด พอคิดกลับไปมันก็เหมือนเป็นอะไรที่ดีจัง

ว้า…ไม่มีอะไรจะเขียนแล้ว เอาเป็นว่า เพื่อน ๆ คนไหนได้แวะมาอ่านบทความนี้ก็มาแชร์กันดีกว่า ว่าความทรงจำแรกในวัยเด็กเป็นยังไงบ้าง (เผื่อเอาไว้เป็นข้อมูลเพิ่มเติมไง) และลักษณะความจำสมัยเด็ก ๆ เป็นยังไงกันบ้าง ถือว่าย้อนอดีต เล่าสู่กันฟังซักวันนะ ^^

แอดมิน

comments

You can leave a response, or trackback from your own site.

12 Responses to “วัยเด็ก…กับความทรงจำแรกของชีวิต”

  1. Anonymous says:

    ความจำนึงซึ่งแปลกประหลาดมาก จำได้ว่าตอนตัวเองซัก5-6ขวบ(คิดเอาเอง ไม่รุว่ากี่ขวบกันแน่) จำได้ว่าอยู่ที่บ้านปู่ที่กรุงเทพ จะมีห้องๆหนึ่ง ประมาณไว้เก็บของด้วย ในห้องนั้นมีเปียโนตัวใหญ่อยู่ เป็นเปียโนแบบแกรนด์เปียโน 88 คีย์ ผมนั่งกดเล่นสนุกมาก รู้สึกว่ามันยาวมาก กว่าจะกดครบ88คีย์ พออายุซัก12 ขวบ มีโอกาสได้ไปบ้านปู่อีก ปรากฏว่าไม่มีห้องห้องนั้น และก็ไม่มีเปียโน จึงถามพ่อกับแม่ว่าเปียโนไปไหน ถามไปถามมาปรากฏว่าบ้านปู่ไม่เคยมีเปียโน ถามว่าตอนเด็กๆเค้าเคยจับเปียโนที่ไหนไหม ก็ไม่เคย แต่ทำไมมีความทรงจำนี้ ซึ่งมันจำได้แม่นมาก แม่กระทั่งความรู้สึกที่ได้จำ ได้ไล่กดทีละคีย์กว่าจะสุด โตมากี่ยังเคยถามแม่อีกหลายรอบแม่ก็ย้ำนักย้ำหนาว่าไม่เคย แต่ความจำนี้ไม่เคยเลือนลางไปเลย เมื่อตัวเองมีน้องเป็นของตัวเอง(ลูกนั่นแหล่ะ อิอิ) หลายตำราบอกให้ฟังเพลงคลาสสิค จึงหามาเปิดให้ลูกฟัง ปรากฏว่าเป็นพ่อมันนั่นแหล่ะที่ชอบ จากนั้นมาเพลงตลาดก็ไม่ค่อยฟัง ทุกวันนี้ฟังแต่เพลงคลาสสิค รักเพลงคลาสสิคมาก ทั้งๆที่คนในครอบครัว พ่อแม่พี่น้อง ถ้าเปิดแล้วจะโดนด่าให้ปิดทันทีเพราะพวกเค้าฟังไม่ได้ ลำคาญ ปวดหู จึงแปลกใจกับความทรงจำวัยเด็กของตัวเอง หรือว่านี่เป็นความทรงจำในชาติที่แล้ว

  2. annmaku says:

    อาจจะเป็นประตูทะลุมิติ เปิดไปแล้วเจออีกด้านคู่ขนาน แบบเป็นบ้านปู่คุณเหมือนกันแต่เหมือนเป็นอีกด้านของกระจก…งึมๆ งำๆ…55 แบบดูหนังเยอะ จินตนาแยะ

  3. Cola Choco says:

    แอดมินเชื่อว่า เรื่องความจำชาติที่แล้วอะไรเงี้ยะ มีอยู่ฉากนึงที่เก่ามาก ๆ เหมือนกัน และเป็นความจำแบบติดตา แต่ไม่ได้พูดถึงอันนั้นเพราะตามเหตุผลแล้วคิดว่ามันไม่ได้เกิดขึ้นจริง ๆ คือ ตอนอายุราว ๆ 3-4 ขวบน่าจะได้ เหมือนเคยเดินเข้าไปในป่าที่รกมาก ๆ แล้วก็มีเถาอะไรเยอะเลย แต่คนที่ไปด้วยเป็นผู้ชายแปลกหน้าตัวใหญ่มากที่เราไม่รู้จัก จนตอนนี้ก็นึกไม่ออกว่าเป็นใคร เค้าหย่อนตัวแอดมินลงไปในโพรงหรือหลุม (ที่ตอนนั้นจำได้ว่ามันชื้น มีตะใคร่ และมีแมลงขายาวเกาะอยู่เต็มเลย) จากนั้นก็เหมือนรอเค้ามารับ นอกนั้นก็จำไม่ได้แล้ว… แต่พอโตขึ้นพิจารณาว่า น่าจะฝันมากกว่า เพราะไม่เคยเข้าไปในป่าแบบนั้นแน่ ๆ คือมันเป็นไปไม่ได้ แต่มันอาจจะเป็นความจำที่เก่าแก่ก่อนที่จะเกิดอีกก็ได้ = =

  4. ไชเท้า says:

    ความทรงจำในตอนเด็ก อย่างแรกที่นึกออก
    วันหนึ่ง ได้ไปเที่ยวสวนผลไม้ของปู่ และได้นอนค้างที่กระท่อมเฝ้าสวน โดยที่กระท่อมนั้น เป็นแค่พื้นไม้ไผ่ที่ยกสูงขึ้น หลังคาทำด้วยใบจาก แน่นอนกระท่อมไม่มีผนังทั้ง4ด้าน

    บริเวณหน้ากระท่อมมีบ่อน้ำเล็กๆ ขนาดประมาณ20ตารางเมตร

    กลางดึงคืนนั้นเอง จู่ๆข้าพเจ้าได้ตื่นมาโดยไม่มีสาเหตุ หันไปมองรอบตัว ปู่ ย่า น้อง นอนหลับสนิดอยู่ข้างๆ (ข้าพเจ้านอนในมุ้ง ตรงกลาง)

    แสงจากหลอดไฟส่องสว่างบริเวณหน้ากระท่อม ยาวไปถึงบ่อน้ำ

    ทันใดนั้นเอง!!

    ข้าพเจ้าได้มองเห็น ร่างของมนุษย์กำลังแหวกว่ายอยู่ในบ่อน้ำ ว่ายไป ว่ายมา วิดน้ำมาล้างหน้า ล้างแขน ซักพักคนที่ว่ายน้ำก็หันมามองที่มุ้งที่ข้าพเจ้านั่งอยู่ พร้อมกวักมือเรียกให้ไปหาอย่างช้าๆ

    ข้าพเจ้าหันกลับมาดูในมุ้ง เพื่อให้แต่ใจว่าไม่ใช่ปู่ของข้าพเจ้าที่อาจจะขี้ร้อนกลางดึก แต่ก็รู้ทันที่โดยไม่ต้องนับจำนวนคนในมุ้ง

    สิ่งที่เห็นนั้นไม่ใช่ญาติข้าพเจ้าแน่นอน

    ข้าพเจ้านั่งดูบุคคลลึกลับเล่นน้ำเป็นเวลานาน แต่ข้าพเจ้าไม่ลงไปหาเพราะไม่รู้ว่าคือใคร ร่างที่อยู่ในน้ำก็ยังคงว่ายน้ำเล่นต่อไป และกวักมือเรียกเกือบตลอดเวลา

    น่าจะเป็นเวลาเกือบ30นาที ร่างนั้นก็ว่ายมาที่กลางบ่อพร้อมกับมุดลงไปในน้ำ ขาชี้ฟ้า ร่างนั้นค่อยๆจมน้ำอย่างช้าๆ

    ร่างนั้นก็ไม่ขึ้นมาบนผิวน้ำอีกเลย

    เจ้านั่งรอดูเป็นเวลานานจนง่วงหลับไป

    ผีคืออะไร ตอนเด็กยังไม่รู้จัก

    = =

  5. NeungTheKop says:

    จำได้ว่านอนแม่หรือพ่อนี่ละแล้วกินนมขวด ตาก็จ้องไปที่ทีวี เปิดช่อง 8 ที่คั่นด้วยฉากหลังเป็นรูปกระท่อมกลางทุ่งนาน่ะครับ
    ไม่รู้ว่าอายุเท่าไหร่ แต่คงเด็กมากๆ และภาพที่จำได้ เป็นภาพขาวดำน่ะครับ

  6. Alz says:

    ไม่แน่ว่า… มันอาจเป็น ระบบการป้องกันตัวเอง (หรืออะไรซักอย่างนี่แหละ)
    โดยการสร้างความทรงจำขึ้นมาใหม่ เพื่อหนีจากความจำบางอย่าง
    …ก็เป็นได้ (มั้ง ?)

  7. น่าสนใจมากๆ เลยเรื่องความจำ

    ตอนนี้ผมจำไม่ได้ว่าผมเป็นใคร..

  8. มีความทรงจำว่าเคยอยู่บ้านหลังนึงกับแม่ เป็นบ้านไม้ห้องโล่งๆ ห้องเดียว นั่งเล่นตัวหนังสือ(ที่เป็นพยัญชนะพลาสติกสีๆ) กับแม่ แล้วก็หัดเขียนตามตัวหนังสือเหล่านั้น เราเขียนกลับหัวได้ด้วยและแม่แปลกใจใหญ่ที่เห็นเราทำได้ ก็เลยเอาตัวโน้นตัวนี้มาให้ลองเขียนใหญ่เลย ที่แปลกคือมีแต่ความทรงจำตอน”กลางคืน” กับบ้านหลังนี้ จำได้ว่านอนตรงไหน จำได้ว่านั่งเล่นกับแม่ตรงไหน แต่จำไม่ได้เลยว่าเดินออกจากบ้านแล้วเป็นยังไง หรือตอนเดินเข้าบ้านเป็นยังไง มีแต่ความทรงจำตอนอยู่ในบ้านเท่านั้น

    มีวันนึงแปลกมาก ตื่นมาตอนกลางคืนแล้วเห็นบ้านแปลกไป ทั้งบ้านมืดๆ แล้วมีแสงสีส้มๆ เรียงรายอยู่ตามกำแพง (เหมือนโคมไฟติดผนัง)งงมากเพราะไม่เคยมีไฟแบบนี้ในบ้าน แถมบรรยากาศก็แปลกๆ ไม่เหมือนปกติ เรียกแม่ให้ตื่นมาดู แม่ก็ไม่เห็นอย่างที่เราเห็น แม่บอกว่าไม่เห็นมีอะไรเลย แต่เราจำได้แม่นมากว่าตื่นมาเห็นแบบนั้นจริงๆ

    พอโตมา ถามแม่ แม่ยืนยันว่าเราไม่เคยอยู่บ้านแบบนั้นมาก่อน แต่แม่เคยคุยให้คนอื่นฟังว่าเราตอนเด็กๆ เขียนตัวหนังสือกลับหัวได้ด้วย… เราฟังแล้วก็งง ก็เราเขียนตัวหนังสือกลับหัวที่บ้านหลังนั้น แม่ยืนยันว่าเราไม่เคยอยู่บ้านแบบนั้น แต่แม่จำได้เรื่องตัวหนังสือหัวกลับ….

    สงสัยกลับบ้านเมื่อไหร่ต้องถามแม่ให้หายสงสัยดูซักที

  9. Cola Choco says:

    บางทีคนที่อยู่ในบ้านจะเห็นบ้านเป็นไม่เหมือนกันนะ มันเป็นเรื่องแปลกก็จริงแต่แอดมินก็ไม่คิดว่ามันเหลือเชื่อเดินไป ที่บ้านของแอดมินที่อยู่ปัจจุบันเลย เมื่อก่อนเคยเป็นคล้าย ๆ เมืองหน้าด่านของพระยาตาก และเคยมีทหารมารบกัน ครั้งนึงมีญาติที่ป่วยมานอน 1 คืน เขาไม่ยอมนอนเลยเขาบอกว่ามีแต่คนไล่ฆ่ากัน ตายเต็มไปหมด แถมมีศพอยู่ใต้เตียง ฯลฯ แล้วก็มีคนเห็นอะไรประมาณนี้ที่บ้านของแอดมินหลายคนมาก จนไม่ค่อยมีใครกล้าแวะตอนกลางคืนเลย ส่วนเพื่อนสนิทของแอดมินเจอผีนักรบแบบกลางวันแสก ๆ เลย (แต่คนในบ้านกลับไม่เคยเห็นอะไรเลย) ก็เลยค่อนข้างเชื่อว่าตามสถานที่ต่าง ๆ อาจจะมีบางสิ่งที่อยู่ต่างเวลาซ้อนทับกันอยู่จริง ๆ

  10. Cola Choco says:

    ประสบการณ์น่ากลัวมากง่า… = =

    จำได้ว่าตอนเด็ก ๆ ย่าเคยเล่าให้ฟังเรื่องผีพราย กับผีไม้กวาด ตอนเด็ก ๆ กลัวมาก แต่พอโตแล้วคิดว่าเค้าน่าจะหลอกไม่ให้ไปเล่นซน

    ผีไม้กวาด คือ เค้าเล่าว่าถ้าเรานั่งทับไม้กวาดจะมีผีไม้กวาดเดินตาม เวลาเดินไปไหนก็จะได้ยินเสียง แกรก ๆ ๆ ๆ เหมือนมีคนกวาดใบไม้ตามหลัง

    ส่วนผีพราย คือ ผีเด็กที่อยู่ในนั้น มันจะนั่งอยู่ริมน้ำ แล้วเวลาใครที่ผ่านไปมา ก็จะบอกว่า “น้า ๆ พาหนูข้ามฝั่งที” ถ้าคน ๆ นั้นใจดี อุ้มผีพรายข้ามน้ำ พอถึงกลาง ๆ น้ำ เด็กนั่นก็จะดิ้น ๆ พอขาโดนน้ำ มันก็จะมีแรงมาก แล้วกดคนจมน้ำตาย จนมีผู้ชายคนนึง(ประมาณว่าเป็นพระเอกของเรื่อง)ได้ยินเรื่องนี้ ก็เลยคิดจะไปปราบผีพราย พอไปถึงก็ถูกให้พาข้ามน้ำ ชายคนนั้นก็เอาเด็กขี่คอ(ไม่อุ้มเหมือนคนอื่น) พอถึงกลางน้ำเด็กก็ดิ้น ๆ แต่ชายคนนั้นก็จับตัว จับขาเอาไว้แน่นไม่ให้โดนน้ำ จนกระทั่งข้ามไปถึงฝั่งตรงข้าม แล้วเรื่องต่อจากนั้นแอดมินจำไม่ได้ว่าจบยังไง ไม่แน่ใจว่าผีหายไป หรือว่าอับอายจนไม่กล้ามาหลอกคนอีก ^^”

  11. Anonymous says:

    เคยมีเรื่องแปลกเรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้นกับตัวและยังหาคำตอบไม่ได้ค่ะ

    ตอนป.4 นั่งเรียนคอมพิวเตอร์ติดกันสองชั่วโมง ปกติครูจะสอนแค่ชั่วโมงเดียว อีกชั่วโมงที่เหลือให้ทำงาน หรือเล่นเกม เกมที่คนในห้องชอบเล่นคือ เกมแมวกระโดดตระครุบหนูตามหน้าต่าง พอแมวเข้าไปในหน้าต่างบานไหนก็จะเข้าไปเล่นเกมย่อยที่แตกต่างกัน

    ที่นี้…แผ่นเกมมีอยู่ไม่กี่แผ่น ใครอยากเล่นเกมไหนต้องต่อคิวเพื่อรอเอาแผ่นมาใส่เครื่อง ดิฉันเลยไปต่อคิวเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่ง…

    ระหว่างที่คุยกันเพื่อนเพื่อรอแผ่นเกม ภาพข้างหน้าก็ค่อย ๆ วูบกลายเป็นสีดำ รู้สึกว่าแค่แป๊บเดียวเหมือนตัวเองกระพริบตาแล้วลืมขึ้นมา… ความทรงจำตอนที่โลกกลายเป็นความมืดนั้น ดิฉันนึกว่าเวลาผ่านไปแป๊บเดียว แต่ความจริงคงไม่แป๊บหรอกค่ะ คงจะนานประมาณหนึ่ง…

    ดิฉันลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเพราะได้ยินเสียงเพื่อนสนิทกำลังพูดออกรสในการชี้นำให้ฉันบังคับเกมอย่างนู้นอย่างนี้ ดิฉันลืมตาขึ้นมาแล้วงงมากค่ะว่าตัวเองนั่งเล่นเกมอยู่ได้อย่างไร? เพราะความทรงจำสุดท้ายคือตัวเองกำลังคุยกับเพื่อนคนหนึ่งอยู่ ยืนคุยกันตรงประตูด้วย ไม่ได้ยืนคุยกันอยู่ที่โต๊ะ? แล้วดิฉันเดินกลับมาที่โต๊ะได้อย่างไร? บังคับเกมอยู่ได้อย่างไรโดยไม่รู้สึกตัว?

    ดิฉัน…ไม่ได้หลับ ไม่ได้ละเมอเดินเพราะไม่ง่วงนอน แต่…เหมือนตัวเองกระพริบตาแล้วสติหลับลึกอยู่ภายในร่างกาย ถ้าเช่นนั้นระหว่างที่สติของดิฉันหลบอยู่หลังม่านตา ดิฉันบังคับร่างกาย คุยกับเพื่อน และนั่งเล่นเกมได้อย่างไร? ดิฉันไม่ได้เป็นลมอย่างแน่นอน เพราะคนเป็นลมจะนั่งเล่นเกมได้อย่างไร? ความทรงจำของดิฉันหายไปไหน? ถ้าเป็นความทรงจำขาดหายจริง ๆ เพราะระบบสมองกระตุกชั่วขณะ ทำไมดิฉันถึงรู้สึกตัวว่าเวลาในโลกมืดนั้นผ่านไปแค่แป๊บเดียว? ทำไมดิฉันถึงรู้สึกว่าตัวเองค่อย ๆ ลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงเพื่อนเรียก? และเมื่อลืมตาขึ้น ความมืดตรงหน้าก็สลายหายไปอย่างช้า ๆ? แต่ดิฉันกลับจำเรื่องที่ทำก่อนจะมานั่งเล่นเกมไม่ได้เลย?

    ถ้าความทรงจำดิฉันหายไปชั่วขณะจริง ๆ ดิฉันคงจำความรู้สึกตอนโลกมืดขณะหลับตาไม่ได้เลย?

    เป็นปริศนาที่คาอยู่ในใจตลอด และเป็นแค่ครั้งเดียวตอนเด็ก ไม่เคยเป็นอีกเลยค่ะ (ไม่อยากเป็นด้วย ฮ่าๆๆ)

  12. Cola Choco says:

    อืมมม… เป็นประสบการณ์ที่แปลกและน่าสนใจมากเลยค่ะ

    นึกถึงเพื่อนคนนึงตอนมัธยมต้น เป็นเด็กผู้หญิงเหมือนกัน เค้ามีโรคประจำตัวอะไรสักอย่าง เหมือนโรควูบ(ต้องฉีดยาและกินยาควบคุมตลอดนะ)เค้าเล่าว่าเวลาที่จะเป็นจะรู้ตัวด้วย เช่น เวลายืนอยู่กลางแจ้งจะรู้สึกว่าโลกค่อย ๆ มืดลงแล้วคนอื่น ๆ ก็หายไปหมด แล้วเค้าก็จะไม่รู้สึกตัวชั่วขณะ แต่ไม่ได้เป็นลม ส่วนเพื่อนคนอื่นก็จะรู้ว่าเค้าวูบไปแล้วเพราะเค้าจะมีอาการแบบว่าผิดปกติไปจากเดิม ส่วนมากก็จะถูกพาไปพักที่ห้องพยาบาล แต่เค้าจะเป็นบ่อยนะ เทอมนึงอาจเห็นสัก 2-3 ครั้ง แต่นอกนั้นชีวิตเค้าก็ปกติดีหมด แถมเรียนเก่งมากด้วย

    แล้วตอนมหาลัยก็รู้จักคน ๆ นึง เป็นคนปกติดีทุกอย่างเหมือนกัน และเรียนได้ค่อนข้างดีด้วย แต่เค้าต้องกินยาระงับประสาทตลอด จนบางทีเค้าก็ดูจะ งง ๆ ซึม ๆ และจะคอยสั่งเพื่อน ๆ ว่า “ถ้าวันไหนเรียกแล้วไม่หัน อย่าโกรธนะ” คนนี้เค้าเล่าว่าเค้าเป็นโรคจิตหลอน(เค้ารู้ตัวด้วยแสดงว่าไม่ได้บ้า) คือเค้าจะเห็นภาพซ้อน เช่น บางครั้งก็เห็นสถานที่อื่นซ้อนทับสถานที่ ๆ กำลังอยู่ปัจจุบัน บางครั้งเค้าก็เดินชนผนัง เค้าบอกว่าเค้าเห็นประตู

    อันนี้เล่าให้ฟังเฉย ๆ ไม่ได้บอกว่าคุณเจ้าของคอมเม้นท์อาจจะเป็นน้า แต่เห็นว่ามันแปลกดีเลยเล่าให้ฟังจ้า ^^

ถ้าไม่อยากเปิดเผยตัวตน เม้นท์ตรงนี้ก็ได้จ้า