วิ่งมาราธอนครั้งแรก…วิ่งแล้วตายเลย

ปัจจุบันในการแข่งขันวิ่งมาราธอน ผู้เข้าแข่งขันจะต้องฝึกซ้อมอย่างหนักเป็นเวลาหลายเดือนเพื่อฟิตร่างกาย และต้องรับประทานอาหารพิเศษที่ให้พลังงานสูงเพื่อเตรียมพร้อมร่างกายก่อนการลงแข่งขันหลายวัน เพื่อให้มั่นใจว่าร่างกายจะสามารถทนได้กับการแข่งขันอันหนักหน่วง 

การแข่งขันวิ่งมาราธอนเริ่มต้นครั้งแรกโดยชาวกรีก เมื่อ ค.ศ. 1896 โดยกำหนดให้มีการวิ่งทนจากเมืองมาราธอน มายังสนามกีฬาโอลิมปิกในเมืองเอเธนส์ (ผู้ชนะคือชายชาวกรีก ชื่อสปิริดอน หลุยส์ ให้เวลาเพียง 20 ชั่วโมง 58 นาที 50 วินาที)
การวิ่งมาราธอนในปัจจุบัน นักวิ่งต้องวิ่งให้ได้ระยะทาง 42,195 กิโลเมตร มีการปรับระยะทางในปี ค.ศ. 1908 เพื่อให้การแข่งขันครอบคลุมระยะทางการวิ่งจากปราสาทวินด์เซอร์ ไปยังสนามกีฬาไวท์ซิตีในเมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ เพิ่มระยะทางเข้าไปอีก 2 กิโลเมตร เพื่อให้สิ้นสุดการวิ่งที่หน้าพระที่นั่งของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7
อย่างไรก็ตาม การแข่งขันสุดทรหดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากความคิดสร้างสรรค์แบบเลื่อนลอยของชาวกรีก หากแต่เกิดขึ้นโดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากตำนานของกองทัพเอเธนส์ ซึ่งตำนานดังกล่าวนั้นเล่าไว้ว่า…
ในช่วง 490 ปีก่อนคริสตกาล กองทัพเอเธนส์ได้รับชัยชนะเหนือชาวเปอร์เซียในการสู้รบที่เมืองมาราธอน ชาวเอเธนส์ต่างก็ตื่นเต้นดีใจกันเป็นอย่างมาก และต้องการส่งสารเรื่องชัยชนะนี้กลับมายังเมืองเอเธนส์เร็ว ๆ ทหารนายหนึ่งจึงได้รับมอบหมายให้ออกเดินทางกลับไปยังกรุงเอเธนส์เพื่อแจ้งข่าวดี แม้จะสู้รบมาแล้วอย่างเหน็ดเหนื่อยตลอดหลายวัน แต่ด้วยความตื่นเต้นดีใจ ทหารนายนั้นก็รีบออกเดินทางทันที 
เขาออกเดินทางเป็นระยะทาง 40 กิโลเมตร โดยใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมงเท่านั้น แต่หลังจากที่เดินทางถึงเมืองเอเธนส์ และนำเรื่องราวของชัยชนะไปบอกแก่ชาวเมืองแล้ว เขาก็เสียชีวิตลงทันทีเพราะความเหนื่อยล้า และนั่นเป็นการวิ่งส่งสารครั้งสุดท้าย แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการแข่งขัน “วิ่งมาราธอน” นั่นเอง
แอดมิน

comments

You can leave a response, or trackback from your own site.

2 Responses to “วิ่งมาราธอนครั้งแรก…วิ่งแล้วตายเลย”

  1. VeryHistory says:

    ชอบอ่านเวปนี้ที่สุดค่ะ

  2. Roy Mustang says:

    สุดยอดเลยครับ ทำไปได้ไง 40 กิโลเมตร ภายในเวลา 3 ชม.
    ผมแค่วิ่ง 10 รอบ ก็ลิ้นห้อยเหมือนเพื่อนตูบแล้วล่ะครับ

ถ้าไม่อยากเปิดเผยตัวตน เม้นท์ตรงนี้ก็ได้จ้า