ศรัทธาที่พิสูจน์ด้วย"ชีวิต"

บทความนี้ได้รับความกรุณาจากคุณ “ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม”
แอดมินนำเนื้อหามาลงทั้งหมดโดยไม่ได้ดัดแปลงใด ๆ ทั้งสิ้น นอกจากแก้ไขคำผิดเพียงเล็กน้อย
ต้องขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ
——————————————-

เรื่องที่ผมจะเล่านี้เป็นเรื่องไม่สนุกเท่าไรแต่เล่าไว้เป็นอุทาหรณ์ เป็นเรื่องของความเชื่อและอวิชาและการหลอกลวง คือเมื่อเดือนก่อนยายผมเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในตับ ผมเสียใจมากเพราะไม่ค่อยได้รักษายายอย่างถูกต้องเท่าไร เพราะยายเป็นคนโบราณ เชื่อแต่ของโบราณ และไม่ชอบไปพบแพทย์ พูดอะไรก็ไม่เชื่อ เขาคงจะกลัวที่ตรวจเจอโรคแล้วต้องรักษาด้วยการผ่าตัดด้วยนั่นแหละ

ยายผมป่วยมีอาการปวดหลังปวดท้องมาหลายปี แรกๆ เป็นไม่มากเขาก็ไม่ไปหาหมอ หายาหม้อยาต้มมารับประทาน ก็เพื่อนๆ เขากันเองนั่นแหละหามาให้ กินแล้วก็ว่าดีขึ้นไม่ยอมไปหาหมอ พอเป็นมากเข้าค่อยไป ทีแรกหมอตรวจไม่พบอะไร ก็รักษาตามอาการแต่ยายผมก็ยังไม่เลิกกินยาแผนโบราณที่โฆษณาขายในวิทยุ แล้วเชื่อคำโฆษณายาวิเศษรักษาทุกโรค ยาพระพุทธคุณตามรายการวิทยุ เพราะมีเพื่อนมีคนบอกว่าหายก็ซื้อมากินแล้วอุปาทานไปว่าดีขึ้น ไม่ยอมไปรักษากับแพทย์แผนปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง ผมกับที่บ้านก็จนใจเพราะแกดื้อมาก

จนอาการเริ่มหนักผมกับที่บ้านก็บังคับให้แกไปรักษาตัว แกก็ไม่พอใจ แกกลัวตรวจเจอโรคแล้วต้องรักษาแบบเจ็บๆ ช่วงหนังนี้แกเริ่มติดเพื่อนในรายการวิทยุขายยา เชื่องมงายกับเรื่องที่เจ้าของรายการพูด เริ่มเอาเงินไปบริจาคทำบุญสร้างโน่นนี่ โทรศัพท์คุยกันผ่านวิทยุ ผมก็ไม่ว่าอะไรความสุขของแกเพราะแกเป็นคนแก่ในบ้านคนเดียว บางทีแกคงเหงาอยากมีเพื่อนคุยวัยเดียวกันก็ปล่อยแก จนคนๆ นึงบอกว่าแกอาจจะโดนของก็ได้ มีคนโดนของแล้วเป็นแบบนี้พอไปเอาของออกก็หาย แกก็เชื่ออยากลองไปเอาของออกบ้าง

แกจะให้ผมพาแกไปสำนักเจ้าพ่ออะไรที่เพื่อนแกบอกมา ไปเอาของออก สำนักนี่อยู่แถวชายแดนเขมรแน่ะ สมัยนี้แล้วเนี่ยนะ ผมกับที่บ้านบอกว่ามันเหลวไหลแทนที่จะไปรักษาตัวให้เป็นเรื่องเป็นราว แกโกรธมากบอกว่าคนในบ้านอยากให้แกตายไม่อยากให้แกหายเลยไม่พาไปรักษา คนแก่ดื้อนี่หนักกว่าเด็กดื้อ เด็กดื้อยังดุยังตีใช้กำลังบังคับได้ แต่คนแก่ดื้อทำอะไรไม่ได้ แกงอนไม่พูดกับเราหลายวัน จนผมคิดว่าก็พาแกไปเถอะจะได้สบายใจ ไม่เสียหายอะไรนี่ เราก็เลยดั้นด้นพาแกไปหาสำนักอะไรนั่น

คนเยอะมากเลยที่สำนักนั่น เป็นบ้านไม้ยกสูงเก่าที่มีคนทั้งข้างบนข้างล่างเต็มไปหมดบางคนมาจากที่ไกลๆ เอาที่นอนมานอนต่อคิว ผมยังแอบอึ้งและปันใจศรัทธาขึ้นมาเหมือนกัน สงสัยดีจริงคนถึงเยอะขนาดนั้น มีบัตรคิวเลย ยายผมได้คิวที่สองร้อยกว่า ไปถึงตอนตีห้า ได้รักษาตอนทุ่มเศษ

สำนักนี้ผู้ประกอบการหรือเจ้าพ่อเป็นเหมือนพราหมณ์นุ่งขาวห่มขาวหนวดเครารุงรัง ดูไม่ค่อยสะอาดเท่าไรสงสัยไม่มีเวลาอาบน้ำก็ลูกศิษย์ลูกหาเยอะขนาดนั้นจะเอาเวลาที่ไหนดูแลตัวเอง สำนักทำการก็ค่อนข้างโทรมๆ ไม่สะอาดหาที่นั่งแทบไม่ได้เพราะคนแน่นมาก ทั้งคนเจ็บป่วย ญาติคนเจ็บ และคนที่เข้ามาดูเฉยๆ ก็มี เพราะเขารับเอาของออกทั่วราชอาณาจักร ทั้งคนไทยคนเขมรก็ยังดั้นด้นมาหา ก่อนที่ยายผมจะได้รักษา ผมก็เข้าไปสังเกตการณ์

วิธีการรักษาทำให้ผมอึ้ง ทึ่ง ว้าว และเข้าใจเลยว่าทำไมคนถึงเยอะขนาดนี้ ถ้าเจ้าพ่อไม่ได้มีคาถาอาคมจริงก็คงเป็นนักเล่นกลมืออาชีพ วิธีการรักษาคือ ให้คนนอนกับพื้นเอาผ้าขาวบางๆ มาคลุมไว้เหมือนศพ จุดธูปเทียนท่องคาถานานมากประมาณครึ่งชั่วโมง ระหว่างนั้นญาติๆ ของคนเจ็บจะต้องปั้นแป้งให้เป็นก้อนกลมๆ วางไว้บนจาน พอสวดมนต์เสร็จเจ้าพ่อจะเอาแป้งนั้นกลิ้งไปตามตัวคนเจ็บ หรือคนที่บอกว่าโดนของเข้า กลิ้งไปกลิ้งมา จะมีบางอย่างออกมากับแป้ง บางคนเป็นตะปู เป็นตุ๊กตากินเผา เป็นยันต์ เป็นน้ำมัน บางคนก็เป็นเหมือนเลือดกับของเน่ากลิ่นคาวเหม็นคลุ้งจนคนดูต้องปิดจมูก ที่เด็ดคือเขาทำต่อหน้าคนนับร้อยทุกขั้นตอนเลย แป้งที่กลิ้งๆ อยู่บางทีมีของใหญ่ผุดออกมาเห็นๆ ถ้าผมไม่เห็นกับตาผมไม่เชื่อเด็ดขาด และคนที่ถูกรักษาจากทีแรกบ้าคลั่งรึเจ็บป่วย พอเสร็จแล้วก็เป็นปกติทันที มหัศจรรย์อะไรอย่างนี้

พอถึงคิวยายผมมั่งผมสงสารเจ้าพ่อเหมือนกันเพราะแกยังไม่ได้พักเลย คิดว่าถ้าทำให้ยายผมหายได้จริงๆ ผมจะหาวิธีตอบแทนให้เยอะๆ เลย คือตอนนั้นเห็นเรื่องเหลือเชื่อมาทั้งวันจนผมเริ่มปันใจเชื่อถือขึ้นมาตั้งเยอะผมกับแม่ก็เริ่มฝากความหวัง พอยายไปนอนให้เขารักษายายดูมีความสุขสบายใจมากเพราะแกศรัทธา ผมปั้นแป้งกับมือเองมันเป็แค่แป้งกับน้ำธรรมดาๆ พอกลิ้งไปกลิ้งมาบนตัวยายผมกลับมีกระดูกชิ้นหนึ่งพันด้วยลวดโผล่ออกมา ก้อนสองก้อนสามมีน้ำมันกับเลือดคาวๆ พอทำพิธีเสร็จยายผมเดินตัวปลิวขึ้นรถเลยบอกว่าหายแล้ว หายเจ็บหายปวดเป็นปลิดทิ้ง ผมกับแม่เห็นแกดูดีขนาดนั้นก็ดีใจมีอะไรติดตัวไปก็ประเคนให้เจ้าพ่อหมด แม่รักยายมากเพราะอยู่ด้วยกันมาตลอดไม่เคยห่าง ทองหยองแม่ถอดให้เจ้าพ่อหมด มันเหลือเชื่อมาก

กลับมาอยู่บ้านยายดูสบายดีมาก ผมไม่อยากจะเชื่อเลย บอกใครๆ ก็ไม่เชื่อ เพื่อนบางคนบอกผมบ้าไปเชื่อเรื่องเหลวไหล บางคนบอกมันมีจริงนะโว้ยยิ่งแถบเขมรแถบบ้านนอกคนมีวิชายังพอมีหลงเหลือ ผมก็เชื่อบ้างไม่เชื่อบ้างแต่ยายผมหายแล้วอะไรก็ช่างมันเถอะ อยู่ไปหลายเดือนยายผมก็เริ่มมีอาการอีก แถมทรุดหนักด้วย ยายบอกว่าสงสัยของมันยังออกไม่หมดขอให้ผมพาไปอีก ตอนนี้ผมเริ่มไม่เชื่อแล้วความคิดว่ายายดึขึ้นเพราะอุปาทานเริ่มมีมาก ที่บ้านผมเลยบังคับยายไปหาหมอขั้นเด็ดขาด ดุจนยายร้องไห้เลยแต่ก็ยอมไป คราวนี้สั่งหมอให้ตรวจให้ละเอียดทุกซอกทุกมุมเพราะยายคงไม่มาให้ตรวจบ่อยๆ ปรากฏว่าหมอตรวจเจอ มะเร็งในตับ และยังเป็นระยะที่รักษาไม่ได้แล้วด้วย ถึงผ่าตัดก็โอกาสน้อย แต่ผมก็สั่งให้หมอผ่าเลย ยังไงก็ถือว่าได้ลองเสี่ยง ยายกลัวมากตอนนั้นกะว่าถ้ารอดมาได้คงไม่นับญาติกับผมแล้ว

พอรู้ว่าเป็นมะเร็งอาการยายผมก็ทรุดหนักเลย ผ่าตัดก็ไม่ดีขึ้น ยายทรมานมาก รักษาอยู่ในโรงพยาบาลสักระยะหนึ่งยายก็จากไป ผมดีใจที่ยายไม่ต้องทรมานนาน สิ้นเวรสิ้นกรรมเสียที แต่แม่ผมทำใจไม่ได้ จนป่านนี้แม่ก็ยังทำใจไม่ได้ โทษตัวเอง โทษผม โทษทุกคนทั่วเลยเพราะแม่เสียใจ

เรื่องนี้ผมไม่ได้อยากโทษใครคนเราเกิดตายตามธรรมดา ชีวิตย่อมเป็นไปตามกรรม แต่คนเราไม่ใช่อรหันต์ชีวิตของคนที่เรารักเราย่อมเสียดายเป็นธรรมดาอีกนั่นแหละ แต่มีเรื่องนึงที่ผมไม่สู้พอใจ คือความไร้คุณธรรมของผู้คนที่อ้างตัวเป็นหมอยา เป็นผู้รักษาคนจากอาการเจ็บป่วยทั้งที่ไม่ได้เป็น เพื่อหวังผลประโยชน์จากคนที่เขามีความทุกข์อยู่แล้ว แทนที่พวกเขาจะได้รับโอกาสในการรักษาอย่างถูกวิธีกลับเสียโอกาสไปเพราะเชื่อที่ท่านหลอกเขา ยื้อเวลาของเขาไปเรื่อยๆ ชีวิตไม่ใช่ของเล่นในกำมือนะครับ

มีผู้คนมากมายถูกหลอกได้ง่ายเพราะพวกเขาไม่มีความรู้ อย่างว่าแต่คนไม่มีความรู้เลย ผมจบปริญญาโทผมยังเผลอเชื่อเลย คนเราเวลาเป็นทุกข์สิ่งใดชโลมใจย่อมไขว่คว้า ไม่ขึ้นกับว่าโง่ฉลาดอย่างไร เมื่อมีคนตั้งใจหลอกย่อมมีคนถูกหลอก พวกอวิชาแสดงปาฏิหาริย์ต่างๆ ผมไม่นิยมแต่ก็เชื่อว่ามีจริง ใช้ให้ถูกทางเถอะครับ และพวกรายการขายยาสมุนไพรผีบอกตามรายการวิทยุ ผมไม่รู้ว่ายามีสรรพคุณจริงเท็จอย่างไร ดีถึงขนาดบอกคนกินว่าไม่ต้องไปหาหมอเพราะมันอันตรายกว่านี่เกินไปนะ อย่าโฆษณาเกินจริงได้ไหมครับ เอาของสูงมาบนบานศาลกล่าวให้คนทุกข์เชื่อหลงงมงาย หากพวกท่านต้องการช่วยเหลือคนจริงผมว่าทำแบบนั้นไม่ถูก บาปกรรมหนักหนานักครับ เวลา 50-60 ปีของมนุษย์มันสั้นจนนับนาทีได้ สุขสบายชั่วครู่ชั่วยามตกนรกชั่วกัปชั่วกัลป์นะครับ

คงมีอีกหลายครอบครัวที่อาจกำลังพบเหตุการณ์แบบนี้ แนะนำให้ไปพึ่งพาวิทยาศาสตร์ให้เร็วที่สุดก่อนครับ อย่างน้อยมันก็เป็นองค์ความรู้ที่จับต้องได้ หลังจากนั้นอยากจะไปหาพ่อมดหมอผีเพื่อเยียวยาอาการทางใจก็ค่อยว่ากันไปครับ

ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม

comments

You can leave a response, or trackback from your own site.

3 Responses to “ศรัทธาที่พิสูจน์ด้วย"ชีวิต"”

  1. Roy Mustang says:

    เสียใจด้วยนะครับ…ผมเองก็มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเช่นกัน แม้จะไม่เกี่ยวข้อง
    แต่อย่างน้อยๆ ที่มันเหมือนกันก็คือความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ครับ…
    แม่ผมเสียน้องชายของเขาไป เพราะตำรวจนอกเครื่องแบบ เลวๆ 2 คน
    เหตุการณ์นี้ผมยอมรับครับว่า น้าผมอาจจะผิดที่ ขี่รถไปชนโดยไม่ตั้งใจ แต่..
    ทำไม ตำรวจพวกนั้น ถึงได้ลงจากรถ เห็นน้าผมที่บริเวณหัวใจถูกกระแทกจนเต้นผิดจังหวะและหยุดลง มันลงมายืนมองแล้ว ก็อุ้มไปทิ้งไว้หน้า รพ.
    บอกกับ รปภ. ว่าตนเองเป็นพลเมืองดี แล้วก็ทิ้งให้นั่งเสียชีวิต เวลาตอนนั้น
    เหตุเกิด 4 ทุ่มกว่าๆ ครับ แต่พยาบาลมาเจอน้าผมเสียชีวิตตอนตี 2 นั่งเสียชีวิตโดยที่ไม่มีใครเหลียวแล…หลังจากนั้นไปสอบถามกับตำรวจ มันพูดแค่ว่า “ไม่ต้องห่วงนะ เตรียมเงินใส่ซองไว้ให้แล้ว” เลวจริงคำพูดนี้ผมหูร้อนฉ่า เลือดขึ้นหน้ามากๆ ฆ่าได้ก็ทำไปแล้วล่ะ

    พอวันเผาศพ มันมากราบศพและบอก ยายผมว่า “ผมขอโทษครับ ตอนนี้ลูกเมียผมต้องใช้จ่ายเงินเยอะมาก ไหนจะค่าเทมอ ค่ากินอยู่” เหอๆ ผิดกับตอนอยู่กับเจ้านายจริงๆ ทุกวันนี้ผมก็ยังคงเกลียดตำรวจ อยู่ครับ

    จริงๆ ในใจผมมีมากกว่านี้ที่จะพิมพ์อ่ะ เพราะหลังจากน้าผมเสีย ผมฝันว่าเขามาบอกเล่าเหตุการณ์ในตอนนั้นให้ฟัง ซึ่งมันก็ตรงกับร่องรอย บาดแผลและรอยเสียหายของรถมากๆ ผมมั่นใจว่านั้นต้องเป็นวิญญาณน้าผมจริงๆ แต่ใครจะเชื่ออ่ะ 555+ ไม่มีหลักฐาน บวกกับแม่ไปทำบุญแล้วอยู่ดีๆ ก็มีคนลงไปนอนชักกะแด่วๆ จากนั้นก็เรียกชื่อแม่ผม แล้วก็บอกว่า “อยากรู้ว่าน้องชาย ตายยังไงซินะ เข้ามาซิแล้วจะบอกให้” จากเหตุการณ์นั่นก็ตรงกับที่ผมฝันครับ คนไม่เคยรู้จัก เดินผ่านมาก็ล่วงเลย แปลกดีนะ ^^

    แอดมินอยากฟังละเอียดๆ ก็บอกนะครับ ผมยินดีเล่าให้ฟัง

  2. @Roy Mustang : อยากฟังจ้า เล่าให้ฟังหน่อยสิคะ ^^

  3. Anonymous says:

    เหมือนคุณยายบ้านเราเลย เหอ…

ถ้าไม่อยากเปิดเผยตัวตน เม้นท์ตรงนี้ก็ได้จ้า