สังฆทานกับสิ่งที่ผมได้รับ

วันนี้ผมมีหน้าที่อัพบล็อกอีกแล้ว ไม่รู้จะเขียนอะไรดี ช่วงนี้เป็นช่วงดวงตกหรือไงก็ไม่ทราบ เพราะรู้สึกว่าผมจะมีปัญหาชีวิตร้อยแปด อ๊ะ อย่าเพิ่งคิดว่าผมจะมาเยอะในบล็อกคุณภาพของแอดมิน (กลัวโดนแบนครับ) แต่วันนี้ผมจะมาเล่าเรื่อง การทำบุญถวายสังฆทานครับ

เมื่ออาทิตย์ที่แล้วผมรู้สึกใกล้บ้า เสาร์อาทิตย์ก็เลยกลับบ้าน แล้วก็มีโอกาสได้ไปถวายสังฆทานที่วัดแถวบ้านแอดมิน เป็นวัดเล็กไม่ใหญ่ ที่แอดมินโฆษณาว่าที่นั่นมี “ของดี” เราก็เลยไปซื้อสังฆทานแล้วก็ไปวัดกัน สายแล้วที่วัดก็เลยไม่มีใคร มีพระสงฆ์อยู่รูปเดียว บรรยากาศก็เลยเงียบมาก ผมเคยมาที่นี่ แต่ไม่เคยสังเกตว่ามันวังเวงขนาดนี้ สงสัยจะมาตอนเค้าทำบุญกัน

พอจุดธูปเทียนไหว้พระเสร็จ ก็มีพระสงฆ์มีอายุรูปหนึ่งมานั่ง อาจจะเป็นเพราะบรรยากาศหรือเปล่าไม่รู้นะ แต่ผมรู้สึกว่าท่านสำรวมน่าเกรงขามมาก และเวลาพูดเสียงก็เรียบๆ แต่กังวาลเหมือนดังเข้าไปในสมองเลย ท่านก็นำกล่าวคำถวายยาวมาก ยาวกว่าที่ผมเคยถวาย พอสวดบาลีเสร็จก็แปลเป็นภาษาไทย แล้วก็พากล่าวคำอุทิศ ตอนกล่าวคำอุทิศอยู่ดีๆ ผมก็น้ำตาไหลไม่มีเหตุผล รู้สึกว่าพระรูปนี้ไม่ได้แค่มารับสังฆทานเฉยๆ แต่ท่านตั้งใจมาโปรดสัตว์จริงๆ

พอกรวดน้ำเสร็จ พระท่านก็ไม่ได้นั่งเฉยๆ หรือบอกลาโยม หรือว่าปลีกตัวออกไปอย่างที่ผมเคยเจอบ่อยๆ แต่ยังชวนผมสนทนาธรรมด้วย ผมเพิ่งรู้ว่าการถวายสังฆทาน หรือถวายของแด่พระสงฆ์โดยไม่เจาะจงนี้เป็นบุญใหญ่มาก และมีอานิสงส์ที่ส่งผลไม่สิ้นสุด แม้แต่พระพุทธเจ้าก็ไม่อาจมองเห็นที่สุดในอานิสงส์ของสังฆทานได้ แม้แต่เจ้าของสังฆทานได้นิพพานไปแล้วบุญนั้นก็ยังส่งผลอยู่ ใครก็ตามที่เคยถวายสังฆทานแค่ครั้งเดียวก็ส่งผลให้คนผู้นั้นไม่มีทางได้ไปเกิดในที่อดอยากขาดแคลน ได้เกิดในที่ใดก็จะไม่มีคำว่าทุกข์ร้อนยากจน

ถึงตรงนี้ท่านเหมือนจะรู้ว่าผมมีทุกข์ ท่านยังพูดถึงความน่าจะเป็นที่น้อยยิ่งกว่าน้อย ที่เราจะมีโอกาสเกิดมาเป็นคนได้ เกิดมาเป็นคนแล้วก็มีโอกาศน้อยยิ่งกว่าน้อยที่จะได้เกิดมาเป็นพุทธศาสนิกชน และมีโอกาสทำบุญ ให้ทาน ฟังเทศน์ ฯลฯ แล้วยังได้เกิดเป็นมนุษย์ผู้ชายที่สามารถบวชได้อีกด้วย ซึ่งคนต้องมีบุญมากจึงจะได้เกิดเป็นผู้ชาย เพราะการประพฤติผิดในกามเพียงเล็กน้อยก็จะทำให้เกิดเป็นผู้หญิงแล้ว เป็นกรรมอย่างหนึ่ง (เพิ่งรู้นะเนี่ย งั้นชาติที่แล้วแอดมินก็ประพฤติผิดในกามล่ะสิ) เรื่องนี้จริงไม่จริงผมก็สุดจะรู้ได้เหมือนกันครับ ผมไม่ใช่คนเคร่งศาสนา แต่ฟังแล้วรู้สึกดีครับ

ผมนั่งคุยกับท่านอยู่นานเลย ท่านเทศหลายเรื่อง แล้วผมก็เล่าเรื่องกลุ้มใจของผมด้วย คนเราเวลาที่เล่าเรื่องอะไรให้คนอื่นฟังจะมีผลตอบรับคือ ไม่สนใจ หรือเห็นด้วยช่วยกันใส่อารมณ์ และออกความเห็นมากมาย แต่ถ้าเล่าให้พระฟัง จะได้ออกมาเป็น “ความธรรมดาซึ่งมันเป็นอย่างนั้นเอง” ทำให้เราสงบลงได้ เพราะรู้ว่ามันก็เป็นอย่างนั้นเอง เราต่างหากที่ทำเป็นเรื่องใหญ่โต และทางแก้มันก็อยู่กับเราทั้งนั้น

ไม่ได้คุยเรื่องเศร้าโศกอะไร แต่ผมน้ำตาคลอตลอดเลยครับ ตอนสมัยเด็กๆ ผมเรียนวิชาพุทธศาสนา เวลาพระพุทธเจ้าไปแสดงเทศนา ก็จะมีคนบรรลุธรรมเยอะแยะ ผมยังคิดว่าเวอร์มั้ง อะไรมันจะบรรลุกันง่ายดายปานนั้น แต่ได้ฟังพระรูปนี้ผมว่าอาจจะเป็นเรื่องจริงก็ได้ ที่พระบางรูปมีบารมีมากจนทำให้เรารู้สึกได้ถึงความแตกต่าง แม้แต่การพูดไม่กี่คำก็ซึมเข้าหัวทึบๆ ของผมได้

เดินออกจากวัดผมโล่งเลยนะ…เอ้อ เฮ้ย จะทุกข์อะไรกันนักกันหนา ที่จริงเราโชคดีนี่หว่า

ผมไปทำบุญกับแม่บ่อยๆ แต่ไม่มีครั้งไหนที่ผมรู้สึกว่าเข้าใจในการทำบุญมากเท่ากับครั้งนี้ และไม่มีครั้งไหนที่ผมรู้สึกว่าได้บุญมากเท่ากับครั้งนี้เลยครับ ถ้านี่เป็นของดีที่แอดมินพูดถึง ผมก็ต้องบอกว่าของเค้าดีจริง เป็นไปได้รึเปล่าว่า เวลาที่เรากำลังมีทุกข์ เป็นเวลาที่เรายอมรับฟังธรรมะมากที่สุด หรือพูดอีกอย่างคือ มันเป็นเวลาที่เรามองเห็น “ความจริง” ซึ่งก็คือ “ทุกข์” มากที่สุด พระท่านว่ามนุษย์เรามีทุกข์เป็นความธรรมดา บางอย่างที่มองว่าสุขแท้จริงก็ยังเป็นทุกข์ เราหลงอยู่ในความทุกข์ เพราะคิดว่ามันคือความสุข แล้วก็พยายามหาทุกข์เพิ่มเข้ามาเรื่อยๆ ในที่สุดก็วนเวียนอยู่กับมันไปไม่จบสิ้น เจ้าชายสิทธัตถะคงเห็นความจริงในข้อนี้ก่อนใครจึงหนีออกผนวช ทิ้งความสุขลวงตาเอาไว้เบื้องหลัง

ยาวแล้วครับ ก็ไม่ได้มาเผยแพร่ศาสนา แค่ผมดีใจที่ได้สนทนากับพระรูปหนึ่งเท่านั้น และผมก็รู้สึกดีขึ้นจริงๆ นะ อะไรที่มองว่ามันหนักหนายากเย็น ก็เหมือนง่ายขึ้นเลย เข้าใจเลยที่เขาว่า ศาสนาคือที่พึ่งทางใจ ไม่ใช่ไสยศาสตร์นะ แต่เป็นที่พึ่งทางความคิดและมุมมองน่ะครับ

หลังจากฟังเทศน์ฟังธรรมเสร็จผมก็ปลุกแอดมินกลับบ้าน เพราะแอดมินซึ้งในรสพระธรรมมาก จนพิงเสาแน่นิ่งไปชั่วขณะ เหอะๆ คงเหนื่อยที่มีเพื่อนแบบผมนะ ผมอยากขอบคุณที่ชวนผมเข้าวัดซะบ้าง และต้องขอโทษจริงๆ ที่ช่วงนี้เอาแต่กวนให้ไม่สบายใจอยู่เรื่อย ขอโทษที่ผมเอาแต่ดื้อดึงขยันหาเรื่องใส่ตัว ทำให้ต้องเดือดเนื้อร้อนใจไปกับผมอยู่เรื่อย ผมจะทำตัวให้ดีกว่านี้ครับ


ฉันดีใจที่มีเธอ แม้จะไม่เหลือใครๆ
ฉันก็รู้และฉันอุ่นใจ ว่าฉันนั้นจะมีเธออยู่กับฉัน

โลฟครับ

comments

You can leave a response, or trackback from your own site.

2 Responses to “สังฆทานกับสิ่งที่ผมได้รับ”

  1. เพราะฉะนั้น…
    เราไปบวชกันเถอะลูก…เย้

  2. Hi.Tree.Ka says:

    ล่าสุดไปถวายสังฆทานตอนวันเกิดช่วงสงกรานต์ กลับรู้สึกแตกต่างกับบทความนี้ ไปวัดที่เคยไปแต่ว่าพระที่จำวัดไม่ใช่องค์เดิม เปลี่ยนไปทุกครั้งที่ไป จะเป็นพระต่างถิ่น สภาพวัดขาดการบำรุงดูแล ไม่สะอาดสะอ้าน ทั้ง ๆ ที่มีพระหลายองค์ และมีเค้าเรียกอะไรน้อ? ไม่ใช่เด็กวัด แต่เหมือนชาวบ้าน ที่ขายดอกบัว ธูป เทียน อยู่กันเป็นครอบครัว หลายคน เลยรู้สึกไม่สงบ เป็นครั้งแรกที่ถวายสังฆทาน แล้วรู้สึกไม่อิ่มบุญ

ถ้าไม่อยากเปิดเผยตัวตน เม้นท์ตรงนี้ก็ได้จ้า