สัตว์ประหลาดมอธแมน

มนุษย์ผีเสื้อกลางคืน
 

 

คราวที่แล้วรู้สึกว่าผมจะเขียนเรื่องมนุษย์นกฮูก เมื่อวันก่อนผมได้ดูหนังเก่าเมื่อปี 2009 เรื่องลางหลอน มรณะๆ อะไรซักอย่างนี่แหละครับ มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับสัตว์ประหลาดลึกลับมีปีกอย่างนึงที่เรียกกันว่ามอธแมน มันออกจะคล้ายๆ มนุษย์นกฮูกนะ ผมลองเซิร์จดูปรากฏว่ามันมีจริงด้วย ไม่ใช่นกฮูกแต่เป็นมนุษย์ผีเสื้อ ก็เลยเอามาเล่าให้ฟังกันครับ

 

ช่วงวันที่ 12 พฤศจิกายน ค.ศ.1996 ถึง 16 ธันวาคม ค.ศ.1967 มีสิ่งมีชีวิตลึกลับอย่างหนึ่งปรากฏตัวขึ้นและมีพยานพบเห็นมากมาย สัตว์ประหลาดตัวนี้เขาเรียกกันว่า “มอธแมน (Mothman)” ที่แปลว่า มนุษย์ผีเสื้อกลางคืน เพราะลักษณะของมันตามรายงานของผู้พบเห็นคือ รูปร่างคล้ายมนุษย์ที่มีความสูงประมาณ 6 ฟุต มีตาสีแดงจ้าในความมืด มีปีกขนาดใหญ่ 2 ปีกติดด้านหลัง คอสั้นมาก ศีรษะใหญ่ บินโฉบไปมาในสถานที่ต่างๆ ได้

 

 

มอธแมนถูกพบเห็นครั้งแรกที่ พอยต์ เพลสเซนต์ เมืองชาร์ลตัน รัฐเวสต์เวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา (ผมสังเกตว่าสัตว์ประหลาดที่ดูดีมีสไตล์ทำไมส่วนมากมักอยู่ในอเมริกา ส่วนที่ไทยจะมีประมาณวุ้นศักดิ์สิทธิ์ สัตว์หลายขา ต้นไม้ไม่สมประกอบ คลื่นผิวน้ำที่มองยังไงก็ไม่เหมือนพญานาค ฯลฯ) ผู้ที่อ้างว่าพบเห็นนั้นมีเป็นร้อยคน และทุกคนให้การตรงกันหมดว่าพบมันบินโฉบอย่างน่ากลัว โดยการพบเห็นส่วนมากอยู่บริเวณโรงงานผลิตระเบิดทีเอ็นทีสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง

 

มีสมมติฐานเกี่ยวกับมอธแมนมากมาย มีการตั้งทฤษฎีว่ามันอาจเกี่ยวข้องกับจานบินและมนุษย์ต่างดาว หรืออาจจะเป็นมนุษย์ต่างดาวก็ได้ เพราะในช่วงเวลาดังกล่าวนั้นที่ พอยต์ เพลสเซนต์ มีรายงานการพบจานบินลึกลับอยู่บ่อยครั้ง นอกจากนี้ก็ยังมีผู้เชื่อว่าการปรากฏตัวของมอธแมนอาจเป็นการเตือนเกี่ยวกับภัยพิบัติที่กำลังจะมาถึง เนื่องจากในวันที่ 16 ธันวาคม ค.ศ.1967 มีผู้คนจำนวนมากพบเห็นมอธแมนเกาะห้อยตัวอยู่ที่สะพานซิลเวอร์บริดจ์ ซึ่งเป็นสะพานเหล็กยาว 700 ฟุต ที่เชื่อมการจราจรระหว่าง พอยต์ เพลสเซนต์ กับ รัฐโอไฮโอ หลังจากนั้นสะพานขนาดใหญ่ก็พังถล่มลงในขณะที่กำลังแบกรับการจราจรอันคับคั่งเอาไว้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 46 คน และรถจำนวนมากก็ตกลงไปในน้ำ แต่บ้างก็บอกว่ามอธแมนอาจจะไม่ได้มาเตือนแต่มันเป็นตัวนำหายนะเสียเองมากกว่า เพราะตั้งแต่เหตุการณ์ครั้งนั้นก็ไม่มีใครได้เป็นมอธแมนอีกเลย

 

 

ลักษณะของมอธแมน

 

1. ตัวสูงใหญ่กว่ามนุษย์ปกติ บางคนบอกว่ามันไม่มีหัว บางคนบอกว่ามีแต่คอสั้นมาก ทำให้ดูเหมือนมีตาอยู่ที่หน้าอก

 

2. ปีกสีเทากว้างใหญ่มาก กางออกแล้วกว้างประมาณ 10 ฟุต บินได้ไกล และมีความเร็วประมาณ 100 ไมล์/ชั่วโมง

 

3. ตามผิวหนังมีเกร็ดด้วย

 

4. ตาสีแดงสว่างน่ากลัว บ้างก็ว่ามันเปล่งแสงได้

 

5. มีเสียงกรีดร้องเหมือนสุนัข บางครั้งเสียงแหลมเหมือนสัตว์ฟันแทะ สามารถก่อกวนคลื่นวิทยุ โทรทัศน์ได้

 

6. สะกดจิตได้ด้วย มีความสามารถหยั่งรู้อนาคต (เคยมีคนคุยกับมันแล้วรึไงหว่า)

 

7. มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าในช่วงที่มอธแมนปรากฏตัว จะมีชายแปลกหน้าสวมชุดดำหรือน้ำตาลอยู่บริเวณใกล้เคียงเสมอ

 

สรุปก็ยังไม่มีใครทราบว่ามันคือตัวอะไรกันแน่ครับ การพบเห็นเกือบทั้งหมดอยู่ในเวสต์เวอร์จิเนีย ภายในระยะ 2-3 วัน ก็มีผู้อ้างว่าพบสัตว์ประหลาดรูปร่างคล้ายคลึงกันเป็นร้อยๆ ราย ดังรายงานต่อไปนี้

 

 

15 พฤศจิกายน 1966

 

David กับLinda Scarberry และ Steve กับ Mary Mallette กำลังเดินทางตอนกลางคืนผ่านโรงงานและสถานีสัตว์ป่า เขาเห็นดวงไฟสีแดงในเงามืด จึงหยุดรถดู และพบว่ามันคือสัตว์ประหลาดรูปร่างเหมือนผู้ชายสูงหกฟุต มีปีกใหญ่น่ากลัวมากจึงขับรถหนี และมันยังพยายามไล่ตามโดยการบินด้วยความเร็วมากกว่า 100 ไมล์ต่อชั่วโมง แต่พอได้สักระยะมันจึงหมดแรงแล้วหายไปในความมืด

 

25 พฤศจิกายน 1966

 

ตอนเช้าวันนั้น Thomus Ury ขับรถมาถึงเส้นทาง 62 ตอนเหนือของเวสต์เวอร์จิเนีย เขาเห็นสิ่งมีชีวิตประหลาดเหมือนผู้ชายมีปีกบินอยู่ข้างรถ และไล่กวดรถเขาอย่างน่ากลัว

 

26 พฤศจิกายน 1966

 

นาย Ruth Foster Charleston ที่เวสต์เวอร์จิเนีย เห็นชายมีปีกแต่ไม่มีหัวยืนอยู่ที่สนามหญ้าหน้าบ้านของเขา

 

27 พฤศจิกายน 1966

 

ตอนเช้าของวันนั้นมีหนุ่มสาวคู่หนึ่งพบชายมีปีกใกล้ตึกที่กำลังก่อสร้าง และมีรายงานอย่างเดียวกันอีกครั้งในตอนกลางคืนของวันเดียวกันโดยเด็กสองคนเป็นผู้พบเห็น

 

 

แต่รายงานที่น่าฮือฮาที่สุดเกิดที่สะพานซิลเวอร์ ก่อนที่มันจะถล่มลงมาเพียงไม่กี่เดือน เพราะตรงบริเวณนั้นนอกจากจะพบมอธแมนแล้ว ยังมีรายงานการพบเห็น UFO มากมาย และยังมีรายงานการถูกก่อกวนด้วยมนุษย์ประหลาดตัวสีเขียวด้วย จนมีคนเชื่อว่ามีบางอย่างกำลังพยายามเตือนภัยแก่พวกเขา

 

สะพานซิลเวอร์เป็นสะพานเก่าที่สร้างมาเกือบ 40 ปี ก็ผุพังไปตามเวลา แต่ก็ยังไม่ได้ซ่อมบำรุงเสียที่เพราะทุกๆ วันมันต้องทำหน้าที่รองรับการจราจรที่คับคั่ง และช่วงนั้นก็ใกล้คริสต์มาสไม่สามารถปิดซ่อมแซมได้ จนกระทั่งตกเย็นวันที่ 15 ธันวาคม 1967 มันก็ถึงคราวถล่มลงมาสร้างหายนะไม่น้อยทีเดียว

 

มีผู้โชคดีรอดชีวิตคนหนึ่งเล่าว่า ขณะที่เธออยู่บนสะพาน เธอรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติและมั่นใจว่ากำลังจะมีอะไรเกิดขึ้น เธอจึงตัดสินใจกลับรถและขับออกจากสะพาน แล้ววินาทีต่อมาเธอก็พบว่าสะพานขนาดใหญ่เมื่อครู่พังลงไปต่อหน้าต่อตา เธอกล่าวว่า ถึงแม้บางคนจะยืนยันว่าสะพานพังเพราะเหล็กที่หักลงกระทันหัน แต่เธอก็เห็นแสงสว่างวาบบนท้องฟ้าเหนือสะพานก่อนที่มันจะถล่ม นั่นอาจจะเป็นฝีมือของมอธแมน หรือมนุษย์ต่างดาวก็ได้

 

โลฟครับ

comments

You can leave a response, or trackback from your own site.

ถ้าไม่อยากเปิดเผยตัวตน เม้นท์ตรงนี้ก็ได้จ้า