สัตว์โลกและการเอาตัวรอด

สัตว์ทุกชนิดที่ดำรงชีวิตอยู่ในธรรมชาติย่อมต้องพบกับ “ภัยจากฤดูกาล” ที่ทำให้อาหารที่เคยใช้ดำรงชีวิตลดน้อยหรือหมดไปในระยะเวลาช่วงหนึ่งของปี โดยเฉพาะในหน้าหนาวอันยาวนาน ย่อมทำให้สัตว์เกิดสภาวะขาดแคลนไปจนถึงการขาดอาหาร

[หอยหลายชนิด เมื่อความแห้งแล้งมาถึง มันจะหดตัวเข้าไปในเปลือกก่อนปิดฝาหอย ล็อคตัวเองไว้ด้านใน โดยมีเมือกหล่อเลี้ยงให้ความชุ่มชื้น ทำให้น้ำภายในร่างกายของมันเสียน้อยที่สุด อีกทั้งยังมีการปรับระบบทำงานของอวัยวะภายในร่างกาย เมื่อทุกอย่างเป็นปกติ มันจะเปิดฝาออกมาใช้ชีวิตใหม่อีกครั้ง]


สัตว์เหล่านั้นจะต้องพยายามหาทางเอาชีวิตรอดเพื่อให้อยู่ได้ตลอดเวลาที่เกิดสภาวะขาดแคลน พวกมันพยายามปรับตัว ปรับพฤติกรรมให้พร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ในสภาวะที่ขาดอาหารอย่างรุนแรง

[แอตลาส มอธ เมื่อเป็นตัวหนอนแก้ว มันจะกินใบไม้เป็นพายุบุแคม แล้วเข้าดักแด้ ในตอนนั้นไขมันจะถูกอัดเข้าไปในดักแด้ จนกลายเป็นมอธเต็มวัย กัดดักแด้ออกมาเป็นผีเสื้อ และสิ้นอายุไขใน 2-3 สัปดาห์]


สิ่งที่ทำให้สัตว์ที่ดำรงชีวิตในธรรมชาติ สามารถเอาชีวิตรอดจากการขาดอาหารเป็นเวลานานหลายเดือนคือ การอนุรักษ์พลังงานที่ใช้ในการดำรงชีวิตประจำวัน สัตว์หลายชนิดลดอุณหภูมิของร่างกายลง หลายชนิดชะลอเลือดที่หมุนเวียนไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายลง หลายชนิดทำให้ระบบย่อยอาหารและระบบการคุ้มกันร่างกายให้หยุดทำงาน เพื่ออนุรักษ์อาหารและพลังงานไว้ให้ได้นานที่สุด

[ตัวพอสซัมแคระทางตะวันออกของออสเตรเลีย สามารถอดอาหารอยู่ได้นานถึง 130 วัน โดยก่อนที่จะถึงวาระการขาดแคลนอาหาร มันจะกินอาหารโปรดทุกอย่างเท่าที่จะกินได้จนอ้วนกลม และใช้ไขมันสะสมที่มีอยู่ในร่างกายทดแทนอาหารที่หาไม่ได้ จนกระทั่งพ้นจากสภาวะวิกฤติ]


เป็นเรื่องน่าเสียดายที่มนุษย์ซึ่งมีร่างกายใหญ่โตบึกบึน และมีสมองขนาดใหญ่กว่าสัตว์เหล่านั้นมาก แต่กลับมีร่างกายที่อ่อนแอกว่าเมื่อเทียบกันในเรื่องของการปรับตัว โดยสถิติจากนักชีววิทยาวิจัยถึงสมรรถภาพของร่างกายมนุษย์ได้ว่า
เราสามารถขาดออกซิเจนได้เพียง 2-4 นาที (ค่าสูงสุดอยู่ที่ 11 นาที)
ขาดน้ำได้ไม่เกิน 1-10 วัน (ค่าปกติอยู่ที่ 7 วัน)
ขาดอาหารได้ไม่เกิน 70 วัน (ค่าปกติอยู่ที่ 45 วัน)

[หมีจะกินอาหารก่อนหน้าหนาวจนอ้วนเพื่อสะสมไขมัน ก่อนลงไปนอนในโพรงแบบจำศีลตลอดฤดูหนาว หรือประมาณ 7 เดือน]


ในขณะที่สัตว์หลายต่อหลายชนิดสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ถึง 2-3 เดือน โดยไม่ต้องกินอาหารและน้ำเลยแม้แต่น้อย ยกตัวอย่างเช่น
กระรอกน้อยแห่งทวีปอาร์กติกลดอุณหภูมิในร่างกายลงประมาณ 2-5 องศาเซลเซียส ระหว่างฤดูหนาวอันขาดแคลนอาหารอย่างหนัก ได้ถึง 8-10 เดือน

[กบจำศีลในออสเตรเลีย จะลงไปขุดรูใต้ดินแล้วทำให้ผนังรูเกลี้ยงเกลาและเนียนก่อนจะลงไปนอนในรู มีผลวิจัยว่ามันอาจอยู่ได้นานถึง 5 ปี โดยไม่ต้องกินอะไรเลย]


หมีจะเข้าไปนอนขดตัวในโพรงดินที่เรียกว่า “หมีจำศีล” โดยทำให้อุณหภูมิร่างกายอยู่คงที่ แม้จะไม่ได้กินอะไรเลย โดยก่อนฤดูหนาวอันยาวนานจะมาถึง มันจะกินทุกอย่างที่ขวางหน้าจนอ้วน และใช้ไขมันในตัวแทนอาหารระหว่างที่จำศีล

[นกบาร์-เทล บินอพยพจากอลาสก้าไปใช้ชีวิตในเขตอบอุ่นในประเทศนิวซีแลนด์ จากการวิจัยพบว่า มันบินไกลถึง 11,679 กม. โดยไม่หยุดกินอาหารและน้ำ ระบบย่อยอาหารของมันจะลดลงกว่าธรรมดา ส่วนไขมันทั้งหมดในร่างกายคืออาหารหลักระหว่างการบิน]


นกอพยพ เป็นสัตว์อีกอย่างหนึ่งที่มีระบบการเอาตัวรอดจากการอดอาหารเป็นเวลานาน เพราะพวกมันจะต้องบินหนีหนาวไปยังเขตอบอุ่นที่จะต้องบินข้ามทะเลทราบ มหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาล ที่พวกมันจะไม่มีโอกาสที่จะได้แวะกินอาหารหรือดื่มน้ำดับกระหาย ที่เห็นได้ชัดคือ นกที่บินจากแทนซาเนียไปยังเอธิโอเปีย พวกมันจะต้องบินข้ามทะเลทรายซาฮาราอันแห้งแล้ง จากการวิจัยพบว่า ระบบย่อยอาหาร และระบบขับถ่ายของเสียของพวกมันจะลดลงเหลือประมาณครึ่งหนึ่งของน้ำหนักตัวของมัน อีกทั้งระบบการเต้นของหัวในและระบบกล้ามเนื้อในการบินก็ลดลงเช่นกัน
แอดมิน

comments

You can leave a response, or trackback from your own site.

ถ้าไม่อยากเปิดเผยตัวตน เม้นท์ตรงนี้ก็ได้จ้า