เด็กชายขายซูชิ

เด็กชายขายซูชิแถวบ้านผม



ชีวิตของใครบางคน บางทีมันก็ไม่ง่าย

วันแม่ ผมไปเดินตลาดนัดแถวบ้านกับแม่ ฝนตกปรอย ๆ ผมเห็นเด็กผู้ชายตัวเล็ก เอาถุงพลาสติกสวมหัวเพื่อกันฝน ถือถาดชูซิแบบคำละห้าบาทมาเร่ขายไปรอบตลาดนัด เห็นแล้วนึกถึงตัวเองสมัยก่อนจังครับ
แม่ก็เห็นแล้วชี้ให้ผมดู บอกว่าเหมือนผมตอนเด็ก ๆ เลย เมื่อก่อนเราลำบากกันมาก ผมต้องหาเงินค่าขนมด้วยการขายไส้กรอกลูกชิ้นตอนเย็น ๆ เดินขายแบบเด็กคนนี้เลย
|
|
|
ชีวิตของใครบางคน บางทีมันก็ไม่ยาก

เด็กผู้ชายสองคนกำลังเลือกซื้อของเล่นอยู่กับครอบครัว พ่อแม่ของพวกเขาเสนอให้เอาอันนั้นอันนี้ เด็ก ๆ ชี้ไปที่เด็กชายขายซูชิ บอกว่า “แม่ ๆ ดูสิ เด็กคนนั้นน่าสงสารจัง”
มันทำให้ผมคิดถึงตัวเองในตอนเด็กมากขึ้นไปอีก ผมมักอิจฉาเด็กพวกนั้นเสมอ แต่ผมก็ไม่เคยรู้สึกเลยว่าตัวเองน่าสงสาร เพราะผมกินอิ่มนอนหลับเหมือนกับทุกคนนั่นแหละ และผมดีใจด้วยซ้ำที่ได้ช่วยแม่ทำงานหาเงินซื้อขนมเอง
|
|
|
ชีวิตที่ต่างกัน บางทีมันก็ทำให้คนเราไม่อาจเข้าใจกัน

คุณป้าคนหนึ่งดูท่าทางมีอันจะกิน เรียกเด็กชายขายซูชิเข้าไปหา ชมว่า “หนูเก่งจัง ขายของคนเดียวหรือจ๊ะ” เด็กชายตอบว่า “ครับป้า ของผมอร่อยนะ ป้าอยากจะเอาไปลองชิมบ้างไหมครับ” ป้าก็บอก “เหมาหมดเลย” คงเห็นว่าฝนมันตกแล้วก็สงสารเด็ก เด็กชายวางถาดลงแล้วบรรจงหยิบซูชิใส่กล่องพลาสติกใส ป้าคนนั้นคงเห็นว่าเสียเวลาเลยบอกว่า “ไม่ต้องหรอกหนู ใส่ถุงพลาสติกก็ได้” แล้วเธอก็นั่งลงช่วยเด็กหยิบขนมใส่ถุงแบบลวก ๆ เด็กคนนั้นก็บอก “ทำแบบนี้ไม่ได้นะครับ เดี๋ยวมันพังหมด ไม่อร่อย” ป้าแกก็บอก “ไม่เป็นไร” เห็นได้ชัด ๆ ว่าป้าคงไม่ได้ตั้งใจจะเอาไปกินอยู่แล้วคงแค่อยากช่วยซื้อ เด็กคนนั้นทำหน้ามุ่ยนิดหน่อย
ผมเข้าใจนะว่าป้าแกใจดีและอยากช่วยเด็กซื้อ แต่ในฐานะที่ผมเคยเป็นพ่อค้ามาก่อน ผมคงจะไม่ดีใจที่ลูกค้าซื้อของที่ผมอุตส่าห์ทำหรืออุตส่าห์จัดแจงมาขายเอาไปทิ้งขว้างแบบไม่เห็นคุณค่า หรือซื้อด้วยความเวทนาคนขาย ผมคงภูมิใจมากกว่าที่ต้องยืนตากฝนอยู่ที่นั่นจนเย็นเพื่อทยอยขายของของผมให้กับคนที่เขาต้องการจริง ๆ จนหมด แทนที่จะถือถาดเปล่ากลับบ้านด้วยความรู้สึกสงสารตัวเอง
|
|
|
ชีวิตที่ไม่ง่าย บางทีมันก็ทำให้อะไรก็ดูง่ายไปหมด

ทุกครั้งที่เรามีโอกาสอยู่ด้วยกันสองแม่ลูก แม่มักจะขอโทษผม แม่จะพูดว่า “แม่ขอโทษนะลูกที่ให้ลูกได้แค่นี้ ขอโทษที่ลูกต้องเหนื่อยกว่าคนอื่น ที่ลูกไม่ค่อยได้อะไรเหมือนกับคนอื่น” เมื่อก่อนก็ได้แต่ตอบแม่ว่า “นั่นไม่เป็นไรหรอกครับ”
แต่วันนี้ผมตอบแม่ได้อย่างภูมิใจในทุกครั้งที่แม่พูดแบบนั้นว่า แม่ทำให้ผมแข็งแรง ทำให้ผมอยู่ได้ในทุกที่ ทำให้ผมอดทน อดออม รู้จักทำงาน มีการศึกษา ทำให้ผมเข้าใจโลก เข้าใจคน ผมไม่เคยรู้สึกลำบากหรือกลัวเลย ทุกอย่างมันดูง่ายไปหมด เพราะผมพร้อมแล้วที่จะอยู่กับมัน ผมได้ทุกอย่างตามที่ลูกคนหนึ่งสมควรจะได้จากแม่มาหมดแล้ว แม่ไม่ได้ขาดตกบกพร่องสิ่งใดเลย ผมรักแม่ ผมภูมิใจที่ได้เป็นลูกแม่ครับ
โลฟ
ผู้ชายที่ภูมิใจกับคำว่า”ลูกแหง่”
ที่ที่มีแม่ จะเป็นที่ที่ผมเลือกไปเป็นแห่งแรกเสมอ

comments

You can leave a response, or trackback from your own site.

ถ้าไม่อยากเปิดเผยตัวตน เม้นท์ตรงนี้ก็ได้จ้า