เบื้องหลังตำนาน…นอสตราดามุส

 
อยากเขียนบทความนี้ เพราะปีนี้คือปี 2012 ตรงกับสารพัดคำทำนายว่าโลกจะถึงกาลอวสานแล้ว หมู่นี้คุยกับใคร ก็มักจะได้ยินประโยคปลง ๆ ว่า “ช่างเหอะ เดี๋ยวปีนี้โลกก็แตกแล้ว…” ทำให้คิดถึงเมื่อปี 2000 และนักทำนายอนาคตผู้โด่งดังคนหนึ่ง
 
อย่างที่เราทราบกันแล้วว่า คำทำนายที่มักจะได้รับความนิยมสนใจตลอดกาลมักจะเป็นคำทำนายที่ฟังดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เช่น การทำทายเรื่องโลกแตก หรือภัยพิบัติต่าง ๆ ถ้าหากมีใครสักคนทำนายสิ่งเหล่านี้ไว้ได้ถูกต้องครั้งหนึ่งแล้ว เขาก็จะกลายเป็นเหมือนศาสดาอะไรสักอย่างไปเลย เหมือนกับบุรุษผู้มีนามเป็นที่รู้จักว่า “นอสตราดามุส”

 
คงไม่มีใครไม่รู้จักนอสตราดามุส เขาทำนายว่าโลกจะแตกตอนปี ค.ศ.2000 ช่วงนั้นแอดมินยังอยู่ประมาณชั้นประถม เห็นข่าว y2k แล้วก็ข่าวไม่ดีหลายอย่าง ตอนนั้นก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า y2k มันคืออะไรกันแน่ เกี่ยวกับนอสตราดามุสรึเปล่าก็ไม่รู้ รู้แต่ว่ามันคงน่ากลัวมากแน่ ๆ หนังสือเกี่ยวกับวันสิ้นโลกกี่เล่ม ๆ ก็ซื้อมาอ่านหมดเลย มีแต่ทฤษฎีอะไรไม่รู้อ่านไม่เ้ข้าใจ บางอันก็น่ากลัว บางอันฟังดูงี่เง่าแม้แต่ในมุมมองของเด็กประถม แต่แทบทุกเล่มก็จะมีคำทำนายของนอสตราดามุสรวมอยู่ด้วย
 
ระยะนั้น ในหนังสือจะกล่าวถึงคำทำนายของนอสตราดามุสแบบเชิดชูมาก พร้อมกับเสนอข้อยืนยันว่าเขาคนนี้ทายนั่นทายนี่ถูกมาหลายครั้งหลายหน แม้จะบอกว่าให้ใช้วิจารณญาณในการอ่าน แต่เนื้อหาโน้มน้าวให้เชื่อสุด ๆ แอดมินก็กลัวมาก เชื่อว่าหลายคนก็กังวลอยู่เหมือนกัน ทุกคนกลั้นใจรอวินาที 00:00 น. ของปีนั้น ปรากฎว่า……….
 
 
ตู้มมมม!!! (เสียงพลุ)
 
ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
 
หลังจากคืนนั้นเอง คำทำนายของท่านนอนตราดามุสที่ว่า ปี 2000 จะเป็นวันสิ้นโลก ก็กลายเป็น อาจจะสิ้นภายในปี 2000 นี่แหละ และหลังจากสิ้นวันสุดท้ายของปี 2000 คำทำนายก็กลายเป็น มันคงจะสิ้นโลกภายใน สหัสวรรษนี้แหละ (2000 – 2999) โอ้จะรอไหวไหมนั่นน่ะ กว่าจะสิ้นโลกเราก็คงสิ้นชีพไปแล้วล่ะ
 
ถึงตอนนี้หลายคนคงเลิกสนใจนอสตราดามุสไปแล้ว และบางคนอาจจะยังเชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง ซึ่งแอดมินเองก็ไม่อาจตัดสินได้ว่าเขาคือบุรุษผู้หยั่งรู้จริงหรือไม่ แต่มีข้อเท็จจริงบางอย่างอยากนำเสนอ นั่นคือเบื้องหลังชีวิตของเขา…
 
มิเชล เดอ น็อทร์ดาม เกิดที่หมู่บ้าน แซงเรมีเดอโพรวองซ์ ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ในปี ค.ศ.1503 ในขณะนั้นยุโรปกำลังเผชิญกับกาฬโรคซึ่งระบาดไปทั่ว นักประวัติศาสตร์ไม่ค่อยมีข้อมูลเกี่ยวกับชีวิตวัยเด็กของเขามากนัก แต่มีข้อมูลหลายอย่างบ่งชี้ได้ว่า เขาลาออกจากมหาวิทยาลัยเมื่ออายุ 15 ปี และทำตัวเป็นหมอเถื่อนท่องเที่ยวไปตามที่ต่าง ๆ
 
เป็นเวลาเกือบ 30 ปี ที่เขาเดินทางไปตามเมืองต่าง ๆ นั้น เขายึดอาชีพขายยาที่น่าเคลือบแคลงหลายอย่างที่อ้างว่าใช้รักษาอาการผมร่วม การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ตลอดจนสามารถรักษากาฬโรคได้ และในขณะเดียวกันเขาก็เสนอบริการดูดวงด้วย
 
น็อทร์ดาม มีชื่อเสียงบ้างพอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาอ้างว่ามียาที่สามารถรักษาและป้องกันกาฬโรคได้ ทำให้เขาเป็นที่สนใจของคนทั่วไปอย่างกว้างขวาง
 
 
หลังจากที่เขาเดินทางไปตามเมืองใหญ่ต่าง ๆ ของอิตาลีและฝรั่งเศส เขาได้ลงหลักปักฐานในเขตโพรวองซ์ ในปี ค.ศ.1547 ซึ่งตอนนั้นเขาอยู่ในวัยกลางคนแล้ว เขาเองก็ไม่ต่างจากนักโหราศาสตร์จำนวนมากในยุคนั้น คือ เขาได้เขียนกาลานุกรมทำนายเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในปีถัดมา และเมื่อหนังสือเล่มนี้ได้รับการตีพิมพ์ เขาก็ได้ใช้ชื่อเป็นภาษาละตินครั้งแรก ซึ่งก็คือ “นอสตราดามุส”
 
เขาเป็นนักเขียนหน้าใหม่ที่โชคดี เพราะมีชีวิตอยู่ในยุคที่มีการปฏิวัติด้านการพิมพ์พอดี (โดยกูเทนแบร์ก) เพราะหากเขาเขียนหนังสือขึ้นสัก 100 ปี ก่อนหน้านั้น คำทำนายของเขาจะไม่มีใครนอกเขตโพรวองซ์ได้รับรู้เลย
 
 
ตอนนั้นหนังสือของเขาได้รับความนิยมมาก โดยเฉพาะในชนชั้นสูงของฝรั่งเศสซึ่งชอบงานเขียนเชิงปรัศนีของนักพยากรณ์คนนี้มาก นักประวัติศาสตร์เชื่อว่าเขาเขียนงานออกมาในลักษณะนี้เพราะกลัวว่าศาสนจักรโรมันคาทอลิกจะกล่าวหาว่าเขาเป็นพวกนอกรีต
 
จากจดหมายติดต่อทำให้เราทราบว่า ในปี ค.ศ.1555 ราชวงศ์ฝรั่งเศสได้เรียกนอสตราดามุสเข้าพบ เนื่องจากเขาได้เขียนในกาลานุกรมเล่มหนึ่งของเขาว่า “พระเจ้าแผ่นดินควรระวังดูแลพระองค์เอง” ทำให้พระราชินีแคทเธอรีน เดอ เมดิซี ซึ่งเชื่อถือโชครางมากต้องการพบนักพยากรณ์คนนี้ และพระนางก็รู้สึกทึ่งกับภาษาหรูหราที่เขาใช้ตลอดจนท่าทางลึกลับของเขา
 
ในปีเดียวกัน นอสตราดามุสได้เขียนเกี่ยวกับราชสีห์ชราที่ต้องประสบมรณกรรมที่ร้ายแรงหลังจากถูกแทงที่ดวงตา คำพยากรณ์นี้ฟังดูน่ากลัวมาก และ 4 ปีต่อมามันก็กลายเป็นจริง เมื่อพระเจ้าอองรีที่ 2 พระสวามีของพระราชินีแคทเธอรีนนั้น บาดเจ็บถึงแก่สวรรคตในการดวล เรื่องจากเศษหอกเสียบพระเนตรของพระองค์ เหตุการณ์ครั้งนี้เองที่ทำให้นอสตราดามุสโด่งดังขึ้นมาทันที และเขาได้กลายเป็นแพทย์ประจำพระองค์ของพระราชินีแคทเธอรีน ได้เป็นโหรประจำราชสำนัก ทั้งยังได้เป็นที่ปรึกษาแห่งราชวงศ์อีกด้วย
 
 
การพยากรณ์ของเขานั้นไม่ได้กล่าวตรง ๆ แต่เป็นการเล่นสำนวนภาษาเชิงปรัศนีและเปรียบเทียบ ซึ่งผู้ฟังจะต้องแปลเอาเองอีกที (คงเหมือนคำทำนายในใบเซียมซี ที่ไม่ยอมบอกตรง ๆ ให้คิดเอาเอง) นักประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่จึงเห็นพ้องกันว่า คำพยากรณ์ของเขาส่วนใหญ่นั้นเป็นเรื่องของการเดาล้วน ๆ ซึ่งอาจถูกต้องบ้างด้วยการพยายามตีความหมายให้สอดคล้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเท่านั้นเอง
 
ยกตัวอย่างเช่น ช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลายคนเชื่อว่าเขาเขียนคำทำนายเกี่ยวกับฮิตเลอร์ ว่าจะเป็นซาตานซึ่งก่อให้เกิดสงครามโลกครั้งที่สอง เพราะเขาเขียนเกี่ยวกับชื่อ “ฮิสเตอร์ (Hister)” ซึ่งคล้ายกับคำว่า “ฮิตเลอร์ (Hitler)” แต่ึคำว่า Hister เป็นคำภาษาละติน หมายถึงแม่น้ำดานูบ และคำพยากรณ์นั้นก็ไม่ได้หมายถึงสงครามโลกครั้งที่สอง แต่เป็นการคาดเดาว่า แม่น้ำดานูบจะเต็มไปด้วยชนเผ่าอนารยชนทางตะวันออกอีกครั้งหนึ่งเท่านั้น
 
 
สรุปว่าที่จริงนอสตราดามุสก็เป็นเพียงคนดังโดยบังเอิญ ด้วยคำพยากรณ์คลุมเครือที่ถูกต้องตลอดกาลเพราะจะแปลยังไงก็ย่อมได้ ไม่ได้มีมูลความจริงสักเท่าไหร่ แต่ก็สร้างความตระหนกได้ในช่วงเวลาหนึ่งทีเดียว ก็อาจจะเหมือนกับคำพยากรณ์โบราณของหลาย ๆ สำนัก หลาย ๆ ชนเผ่าในตอนนี้ที่ถูกชูขึ้นมาขาย และเมื่อเวลาผ่านไปก็เป็นแค่เรื่องไร้สาระที่ถูกเข้าใจผิด สำหรับแอดมินคิดว่า เวลาที่ผ่านไป ทำให้หลายอย่างเกิดขึ้น และถ้าคำพยากรณ์นั้นถูกเผยแพร่อยู่ได้นานพอ มันก็จะถูกเข้าสักวันแหละ…
 

แอดมิน

comments

You can leave a response, or trackback from your own site.

2 Responses to “เบื้องหลังตำนาน…นอสตราดามุส”

  1. One says:

    แอดมินยังอายุน้อยแต่เขียนเวปได้ขนาดนี้ ต้องยอมรับเลยว่าขยันมาก
    ขอปรบมือให้เลย ^^

  2. เขียนเว็บได้ดีระดับหนึ่ง แต่ยังขาดข้อมูลเพจเดิม,คำแปลบทโคลง,ผสมผสานความคิด,ลดคำพูดเองนิด

ถ้าไม่อยากเปิดเผยตัวตน เม้นท์ตรงนี้ก็ได้จ้า