เราจะข้ามเวลามาพบกัน

ผมเคยอ่านหนังสือเล่มนึง หนังสือมันชื่อว่า “เราจะข้ามเวลามาพบกัน” เป็นหนังสือที่คนแต่งเป็นจิตแพทย์ และรักษาคนไข้ด้วยวิธีการสะกดจิตระลึกชาติครับ แล้วการรักษาคนไข้ของเค้า ทำให้เค้าพบว่ามีคนไข้ของเค้าอยู่สองคนที่ระลึกชาติ และหมอเค้าพบว่าสองคนนี้มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันในชาติที่ผ่านๆ มา แต่ในช่วงที่สองคนนี้มารักษากับหมอสองคนนี้ไม่เคยเจอกัน ไม่รู้จักกันมาก่อนเลยในชาตินี้ หมอเลยสงสัยแกล้งนัดให้สองคนนี้เจอกันแต่ว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น หลังจากที่เจอกันเหตุการณ์ก็ผ่านไปตามปกติ แต่สุดท้ายตอนจบสองคนนี้ก็เจอกันโดยบังเอิญแล้วก็แต่งงานกันในที่สุด

ผมเจอเรื่องราวเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้โดยบังเอิญบนอินเตอร์เน็ตนี่ล่ะ แล้วตอนหลังผมก็ใช้วิธีการสะกดจิตให้เพื่อนซื้อมาแล้วผมก็ยืมอ่าน 555+ จริงๆ แล้วผมไม่ได้สะกดจิตหรอกครับ แค่ไปสปอยให้เพื่อนอยากอ่านจนซื้อมา พอซื้อมาผมก็เลยยืมอ่านก่อนเลย อิอิ

เขียนถึงหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา เพราะว่าเนื้อหาในหนังสือถึงมันจะเหมือนนิยายรัก แต่ในนั้นมีความเชื่อเรื่องโชคชะตาอยู่ด้วยครับ เชื่อว่าคนที่มีโชคชะตาต่อกัน จะได้พบได้รู้จักกัน บางครั้งคนคนนั้นอาจจะเข้ามาแล้วอยู่กับเราตลอดไป หรือบางคนอาจจะผ่านแค่ผ่านเข้ามาครั้งเดียวในชีวิตแล้วก็จากไป แต่ทำให้ชีวิตเราให้เปลี่ยนไปทั้งชีวิตเลยก็มี ซึ่งอาจเป็นเพราะคนคนนั้นมีโชคชะตา มีภาระกิจบางอย่างที่ต้องมาเจอกับเรา มีความสัมพันธ์ต่อกัน อาจจะเป็นเพื่อน เป็นพี่เป็นน้อง เป็นพ่อ เป็นแม่ คนเหล่านี้ เป็น soul mate ของเราครับ

(ใครสนใจลองไปอ่าน เกี่ยวกับเรื่องนี้ที่ เว็บนี้ได้ครับ =>> คลิกเบาๆนะ )

Dr. Brian Weiss

ถามว่าผมเชื่อเรื่องนี้มั้ย ผมตอบว่า ผมเชื่ออยู่เหมือนกันนะ..

เพราะผมรู้จักกับ แอดมินและเป็นเพื่อนกับ แอดมินโดยบังเอิญ และก็มาพบว่า มันมีปัจจัยบางอย่างที่ทำให้เราได้มารู้จักกันแบบลงล็อคเป๊ะ แล้วก็มารู้ว่า ผมกับแอดมิน อยู่จังหวัดเดียวกัน เคยอ่านหนังสือเล่มข้างบนที่เขียนไปเหมือนกัน มีความสนใจหลายอย่างเหมือนกัน และเคยผ่านประสบการณ์บางอย่างมาคล้ายๆกัน

ถึงวันนี้ก็พบว่าผมรู้จักมักจี่กับ แอดมินมาเกือบจะสองปีละ และคิดว่าคงมีภาระกิจบางอย่างที่ได้รับมอบหมายจากโชคชะตาให้ ต้องร่วมปฏิบัติให้ลุล่วงไปด้วยกัน (จริงๆ ผมแต่งตั้งตัวเองเป็น บ.ก. blog นี้อย่างไม่เป็นทางการมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง และเป็นผู้แอบผลักดันให้แอดมินขยันออกบทความมาให้ผมอ่านเรื่อยด้วยนะเออ)

และคิดว่าคงเป็นโชคชะตาอีกเหมือนกัน ตอนนี้ผมได้รับภารกิจให้ช่วย แอดมินอัพบทความแบบเรื่อยเปื่อย ไม่เน้นสาระใส่ blog นี้บ้าง เพื่อนๆ ที่เข้ามาอ่าน blog นี้เป็นประจำจะได้ไม่เบื่อ ที่จะมีอะไรเรื่อยเปื่อยๆ อ่านบ้าง ก็ขอฝากเนื้อฝากตัวกับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ณ blog แห่งนี้ด้วยครับ อ่านถึงตรงนี้เพื่อนๆ บางคนที่เชื่อเรื่องโชคชะตาคงต้องเชื่อบ้างแล้วล่ะครับ เพราะว่าคุณได้อ่าน มาถึงบรรทัดนี้แล้วและได้รู้จักผมไปบ้างแล้ว แสดงว่าเรามีโชคชะตาต่อกันแล้วล่ะครับ พบกันใหม่ใน โพสต์ต่อๆ ครับ

ขอบคุณคร้าบบบ…

comments

You can leave a response, or trackback from your own site.

5 Responses to “เราจะข้ามเวลามาพบกัน”

  1. หลังจากที่ท่าน บก. blog ประกาศจะเปิดตัวบทความแรก แอดมินก็นั่งรออ่านจนหลับคาที่ กระทั่งได้รับมอบหมายให้เข้ามากด public บทความ พอเห็นเข้าถึงกับแอบขนลุกเพราะว่า ณ ตอนนี้แอดมินก็กำลังเขียนบทความสำหรับส่งนิตยสารเล่มหนึ่งอยู่ และบทความนั้นก็อ้างถึงหนังสือเล่มนี้ด้วยเต็ม ๆ (บังเอิญจัง)

    ตามความเห็นส่วนตัว แอดมินเชื่อเรื่องชาติภพ พอๆ กับเรื่องของวันพรุ่งนี้
    เชื่อว่า บุคคลที่เรารู้จักคุ้นเคย และได้พบเจอ คือคนที่เราเคยเจอมาแล้วทั้งนั้น และเมื่อเราได้เจอกับพวกเขาอีก เราจะสามารถแยกเขาออกจากคนอื่น ๆ ได้โดยอัตโนมัติด้วยสัญชาตญาณ

    ที่จริงก็ไม่ได้อยากจะโปรโมทกันเอง แต่อยากให้เพื่อน ๆ แฟน ๆ บล็อกมาร่วมกันติดตามผลงานของคน ๆ นี้ ถึงจะมีสาระบ้าง ไร้สาระบ้าง เรื่อยเปื่อยบ้าง แต่แอดมินก็เชื่อว่าเขาแอบมีแนวคิดที่น่าสนใจให้ขุดคุ้ยอีกเยอะค่ะ ^^

  2. Anonymous says:

    สวัสดีค่ะ เราเข้ามาอ่านได้ระยะนึงแล้วเพราะตามลิงค์เรื่องลึกลับเข้ามา แล้วลงเอยวนเวียนอยู่แถวนี้ เพราะรู้สึกว่าบลอคนี้มีหลายเรื่องที่น่าสนใจ แถมขยันอัพด้วยชอบๆ เป็นกำลังใจให้ทั้งคู่นะจ๊ะ

  3. โอ้โห แอดมินมีนักเขียนใหม่ด้วย
    แล้วผมจะเข้ามาติดตามด้วยคนครับ

  4. Anonymous says:

    เวลาที่พบใครแล้วตื่นเต้นเป็นพิเศษไม่แน่คนนั้นอาจจะเป้นคนที่เราเคยเจอมาชาติก่อน คนที่สำคัญกับเรา

  5. Roy Mustang says:

    ผมเองก็เช่นเดียวกับ คุณ ไม่ระบุชื่อ Mar 20, 2012 12:04 AM นั่นแหละครับ
    ตัวผมเองก็ตามลิงค์มาเรื่อยๆ เกี่ยวกับเรื่อง เทพเจ้า สงสัยเขาจะพาผมมา แล้วผมก็ต้องหยุด
    อ่านบทความต่างๆ ที่แอดมิน และ บก. เขียน มันน่าสนใจมากครับ มีเรื่องอะไรหลายๆ แบบ
    ที่ผมมองข้ามไปมากมาย ว่ามันเล็กกลับเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว แล้วก็ บทความ
    ของ บก. หรือเปล่าผมไม่แน่ใจ ที่มีวาดรูปการ์ตูนใส่ด้วย ผมล่ะชอบจริงๆ ^^
    ยิ่งบทความตอนที่ ทั้ง 2 คนหลงทางไปเข้าร่วมธุรกิจเครือข่ายขายตรงอีก ผมล่ะ ฮา ^^

    ไม่รู้นะว่าใครเขาจะสนใจการอ่านมากน้อย แค่ไหน แต่สิ่งหนึ่งสำหรับผม เว็บนี้ เป็นเพื่อน
    ใกล้ตัวผมมาก ในช่วงเวลาที่ผมอยู่กับคอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะที่บ้านหรือที่ทำงาน ผมเหงา
    ผมเบื่อ ผมเครียด ก็เข้ามาหาอะไรอ่านเล่นๆ ใน Blog นี้ ทุกอย่างก็หายไปหมด กลับมา
    อารมณ์ดี สบายใจ ฮ่าๆ

    จะติดตามต่อไปนะครับ และก็จะเฝ้า รอการรวมเล่มตีพิมพ์ เล่มแรกด้วย
    ผมไม่ลืมนะ แอดมิน รออยู่ ฮ่าๆ

ถ้าไม่อยากเปิดเผยตัวตน เม้นท์ตรงนี้ก็ได้จ้า