เล่าเรื่องผี(จากพันทิป)


เมื่อวาน เว็บมาสเตอร์ได้ไปโพตส์กระทู้ในพันทิป ( เป็นเรื่องสยองขวัญ นิดนึง ) มีสมาชิกท่านหนึ่งในห้องศาลาประชมคม เข้ามาเล่าประสบการณ์สยองของตัวเองเช่นกัน เขาเล่าได้น่าอ่านมาก ก็เลยขออนุญาตเขา เอาเรื่องนั้นมาลงที่นี่ด้วยค่ะ…

———————————————————-
ผีมีจริงหรือไม่ ไม่รู้
แต่รู้ว่า เคยเจอตัวเป็นๆ ๓ ครั้ง ได้ยินเสียงเรียก ๑ ครั้ง
๒ ใน ๓ ครั้งเจอในลิฟท์ คือ เจอตอนเข้า กับเจอตอนออก
อีกครั้งเจอหน้าห้อง ผู้ป่วยชาย
สำหรับเสียงเรียก(ตะโกน) เจอตอนไปเที่ยวป่า
วิญญาณมีหรือไม่ ไม่รู้ รู้แต่เพียงว่า สัมผัสได้ว่า ขณะนี้มีวิญญาณอยู่ข้างๆหรือไม่(แต่ตอนนี้ไม่มีสัมผัสนั้นแล้ว)
สรุป(เอาเอง)คือ ผี เป็นสสารอย่างหนึ่ง วิญญาณ เป็นพลังงานอย่างหนึ่งที่รู้สึกได้
เวรกรรม มีจริง บุญ บาป มีจริง
แต่จะเจออะไรก่อนหลังนั้น……… ไม่มีใครรู้
———————————————————-

เล่าละเอียดเลยแล้วกันนะ (แต่ไม่ละเอียดมาก)
ก่อนหน้าที่ผมจะเจออะไรพวกนี้ เริ่มต้นจากน้องชายผมถูกรถชนตาย ย้อนไปปี ๓๗
จากนั้นผมก็คิดถึงน้องชายมาก เสียใจมาก นอนร้องไห้หลายคืน เพราะเลี้ยงน้องมาตั้งแต่เด็กๆ (ห่างกัน ๗ ปี)
จนผมต้องหาที่พึ่งทางใจ นั่นคือ สวดมนต์ ครับ
แต่ไม่รู้ว่าอะไรดลใจผม ผมไม่เคยรู้จักคาถาชินบัญชร เลย..
แต่ผมดันไปหยิบคาถาชินบัญชร มาสวด
สวดๆๆๆๆ ไปประมาณ ๓ ถึง ๔ เดือนทุกวัน วันละ ๓ จบก่อนนอน
จนมีวันหนึ่ง หลังจากที่ผมสวดเสร็จ ผมแผร่เมตตา ปรากฎว่าขนลุกซู่ซ่าทั้งตัว
แล้วมันก็วิ่งจากขาจนถึงหัว แล้วก็หลุดออกไป
คือจะบอกว่าเหมือนมีตัวอะไรสักตัว มันวิ่งจากขาแล้วขึ้นๆๆๆมาตามตัว แล้วก็ทะลุออกกลางหัวเราไปอย่างเร็ว…
วันต่อ ๆ มาก็มีอาการแบบนี้หนักขึ้นตลอดหลังจากสวดมนต์เสร็จ
จนวันหนึ่งขณะที่ผมสวดคาถานี้อยู่ ผมรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างอยู่ด้านหลังผมเยอะมาก
ผมหลับตาสวดนะ แต่รู้สึกได้ว่า ผมเห็นสิ่งที่อยู่ด้านหลัง คือ ภาพคนเป็นสิบๆคนแต่งชุดขาวทั้งหมด
ยืนอยู่หลังผม และเหมือนรอคอยอะไรสักอย่างจากผม พอผมสวดมนต์เสร็จ แล้วแผ่เมตตา ปรากฎว่าภาพเหล่านั้นก็หายไปทันที
ผมกลัวมากกกกก หลังจากวันนั้น ผมไม่กล้าสวดมนต์อีกเลย จนผ่านไปหลายปี
———————————————————-
หลังจากนั้นอีกประมาณ ๔ ปี ผมเริ่มกลับมาสวดมนต์ใหม่ เพราะมีหลายคนบอกว่าสวดแล้วดี ผมก็ ดีก็ดี…
วันนึงผมไปเยี่ยมแม่ผมที่ รพ.แห่งหนึ่งแถวถนนตก ผมไปกับเพื่อน ญ อีกคน
ขณะที่กำลังจะลงลิฟท์จากชั้น ๔ ลงชั้นล่าง พอลิฟท์มาถึง ก็เปิดออก ทันใดนั้นผมเห็นภาพหญิงชราแก่ๆคนหนึ่ง
รูปร่างเตี้ย ๆ เป็นคนจีน อยู่ในลิฟท์ แล้วก็หายแวบไปในทันที คือ มันเป็นช่วงเวลาแค่วินาที แต่ผมจำติดตาจนถึงวันนี้
ผมตกใจ แต่ไม่กล้าพูดอะไร กลัวเพื่อน ญ กลัว
ผมก็เข้าไปในลิฟท์กับเพื่อน พอลิฟท์ปิด เพื่อน ญ ผมกระโดดมายืนข้าง ๆ ผม เหมือนว่าเธอจะเห็นอะไรสักอย่าง
พอถึงชั้นล่าง ผมกับธอก็รีบออกโดยเร็ว ต่างคนต่างไม่พูดอะไร เพราะคิดว่าเห็นคนเดียว
ที่ไหนได้หลัจากออกมาจาก รพ แล้ว เธอเล่าว่าเธอเห็นหญิงตัวเตี้ยๆ เป็นคนจีนใส่เสื้อผ้าแบบว่า..บลาๆๆ
ผมก็บอกว่าเสื้อแบบนี้ กางเกงแบบนี้ใช่ไหม เธอบอกว่าใช่ ผมก็…… บอกเธอว่าผมก็เจอ
แต่เจอตอนจะเข้าลิฟท์….
สรุป มันคืออะไรครับ ผมเห็นคนเดียวก็คิดได้ว่าคงคิดไปเอง
แต่นี่เพื่อนผมเห็นด้วย มันจึงอธิบายยาก
———————————————————-
อีกครั้งเจอใน จ.ระยอง ไปพักในโรงแรมเก่าแห่งหนึ่ง
แต่เจอตอนออกมาจากลิฟท์ ?ไม่อยากเล่ารายละเอียดมาก
เอาเป็นว่า วันนั้นไม่มีใครพักชั้น ๔ เลย เพราะเค้าเปิดให้เราพักแค่ ๒ ห้อง
แต่ผมเจอ ญ แก่มาก คนหนึ่งนั่งอยู่หน้าลิฟท์ มองมาที่ผมแบบจ้องไม่กระพริบตาเลย
ตอนเช้าผมไปถามหน้าเคาน์เตอร์ เค้าบอกว่าไม่มีคนแก่มาพักและไม่มีห้องเปิดเลยในชั้น ๔ นอกจากทีมของผมเท่านั้น…
ครั้งนี้เจอน่ากลัวมาก..ครับ
รร นั้นตอนนี้ทราบว่าปิดไปแล้ว
———————————————————-
งั้นผมจะเล่าเรื่องที่ผมไปเจอในป่าให้ฟังแล้วกัน…. โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟังอย่างยิ่ง
ไม่เชื่อก็คิดว่าอ่านเอาสนุกๆ ถ้าเชื่อเพราะเชื่อว่ามีจริง ก็ขอบอกว่าให้ทำบุญเยอะๆ
เริ่มเลยครับ
ต้นปี ๔๓ ผมไปเที่ยวกับเพื่อนทั้งหมด ๘ คน โดยผมเป็นคนขับรถกระบะพาเพื่อนๆเที่ยว ดอยอินทนนท์
การไปอินทนนท์ในครั้งนั้น เป็นการไปครั้งแรกในชีวิต เพราะผมไม่เคยไปมาก่อนเลย ไม่ว่าจะในวัยเด็กก็ตาม
เราไปนอนในหน่วยจัดการต้นน้ำแม่กลาง บนดอยฯ แถวบริเวณ กม.๓๑ ซึ่งใกล้ที่ทำการอุทยาน
กางเต็นท์นอนครับ ผมนอนคนเดียว คืนแรกไม่มีอะไร คืนที่สองเป็นคืนที่เกิดเรื่องกับผมครับ
ผมจำได้ว่าเข้านอนเวลาประมาณ ๔ ทุ่ม และก็หลับไปตอนไหนไม่รู้ พอทุกคนเข้านอนกันหมด ทุกอย่างเงียบสงัดมาก เพราะบริเวณที่ผมไปกางเต็นท์นั้น มันติดลำธาร และมีต้นไม้เยอะ เรียกว่าเป็นป่าย่อมๆก็ว่าได้
ผมสะดุ้งตื่นสุดตัว เพราะได้ยินเสียงตะโกนใส่ผมว่า…”มรึงจำกูได้ไหม..” โดยตะโกนอย่างนั้นตลอด จนผมลืมตาขึ้นมา ผมใจเต็นแรงมาก เพราะกลัว และคิดว่า เอาแล้วโดนผีหลอกอีกแล้ว..
พอผมลืมตาแล้วเอามือปิดหู เพราะไม่อยากได้ยินเสียงพูดนั้น พร้อมกลับสำรวจตัวเองว่า ฝันหรือเปล่า สรุปว่าไม่ได้ฝันครับ และยังได้ยินเสียงนั้นตลอดเวลาแม้ว่าจะปิดหูก็ตาม…
พอผมหลับตา ภาพที่ผมเห็นในระหว่างหลับตา คือ มีพระพุทธรูปองค์หนึ่ง ซึ่งใหญ่มาก กำลังตะโกนใส่ผม ซึ่งผมก็งงว่า ทำไมเป็นพระพุทธรูป และ คำที่ตะโกนใส่ผมก็คือ คำเดิม นั้นก็คือ…มรึงยังจำกูได้ไหม….
และที่ทำให้ผมแปลกใจหนักไปอีก คือ จะมีการพูดกับผมต่อว่า ” มรึงเคยมาหากูแล้วครั้งนึง มรึงจำกูได้ไหม น้องมรึงเป็นคนพามา มรึงจำได้ไหม…..”
โอ้…….พระเจ้า….พูดเป็นเรื่องเป็นราวเลย แถมอ้างไปถึงน้องผมที่ตายไปแล้วอีก
จากนั้นผมก็สวดมนต์ครับ จำไม่ได้ว่าสวดอะไรบ้าง….สวดๆๆๆๆๆ จนเสียงเงียบไป
จากนั้นผมก็พยายามข่มตานอนให้หลับ แต่ดูเหมือนไม่ค่อยหลับ เพราะใจมันเต้นแรงมากเลย…
ตกตอนเช้า… ผมกับเพื่อนพากันขึ้นไปชมวิวบนยอดดอย และก็เที่ยวกันตามจุดต่างๆ
จนมาถึงเข้าไปชมพระธาตุ สององค์บนนั้น ซึ่งเป็นพระธาตุนภเมทนีดล และ นภพลภูมิสิริ
ผมจำชื่อพระธาตุไม่ได้ว่า องค์ที่สีฟ้า ชื่อพระธาตุอะไร
พอผมขึ้นไปไหว้พระธาตุองค์สีฟ้านี้ ผมต้องตกใจสุดขีด เพราะสิ่งที่ผมเห็นอยู่ตรงหน้าผม
คือพระพุทธรูปองค์ที่ไปตะโกนใส่ผมเมื่อคืนนี้เอง…….
ผมรู้สึกขนลุก (ขณะเล่ายังลุก) เพราะแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองว่า สิ่งที่ผมเจอมันจะเกิดขึ้นกับผม
เมื่อคืนเหมือนท่านมาบอกผมประมาณว่า ให้ไปไหว้ท่านด้วย หรือ ให้ไปทักทายท่านด้วยอะไรประมาณนั้น
พอผมได้เห็นพระพุทธรูปองค์นี้ ผมก็นั่งลงแล้วกล่าวอธิฐานต่างๆ และ ก็บอกท่านว่า
ผมมาหาท่านแล้ว ผมไม่รู้ว่าผมเคยมาหาท่าน หรือ รู้จักท่านในชาติใด แต่ตอนนี้ผมมาหาท่านแล้ว
คือ ผมพูดประมาณว่า ผมมาหา มาเยี่ยม มาสักการะ และก็ขอให้ผมกลับ กทม ปลอดภัย อะไรประมาณนั้น…
จากนั้นมา ผมระลึกเสมอว่า บางสิ่งที่เรามองไม่เห็น ใช่ว่าจะไม่มีจริง
และบางสิ่งที่เราทำไป ไม่ว่า บุญหรือบาป ทุกอย่างย่อมมีผลกลับมาแน่นอน
จากวันนั้น ผมยายามทำแต่สิ่งดีๆมาโดยตลอดเท่าที่ทำได้
เพราะรู้ว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง และ บางทีสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ ท่านมองเห็นเรา…
ทุกอย่างเป็นเรื่องที่ผมเจอมากับตัวเองทั้งสิ้นครับ
ผมเล่าให้คนสนิทฟัง ไม่น่าเกิน ๓ คน
เพราะเรื่องนี้ดูแล้ว มันเหนือธรรมชาติ เกินไป
———————————————————-

ขอขอบคุณ : น้าออด (เจ้าของเรื่อง) เป็นอย่างสูงค่ะ
หมายหตุ : บทความนี้ไม่มีการแก้ไขดัดแปลงใด ๆ จากต้นฉบับทั้งสิ้นค่ะ

comments

You can leave a response, or trackback from your own site.

2 Responses to “เล่าเรื่องผี(จากพันทิป)”

  1. (เนื้อหาต่อไปนี้คือ เรื่องที่น้าออดจากพันทิป เข้ามาเม้นท์เล่าเรื่องผีที่บล็อกเก่า แอดมินจึงยกมาวางให้ใหม่ค่ะ ^^)

    ———————————————–

    เรื่องสัมผัสที่ ๖ อะไรนั่น ผมเองก็ไม่แน่ใจว่ามีหรือไม่ แต่ผมจะรู้สึกได้ว่าสถานที่ ที่เราไปหรืออยู่เนี้ย มันมีอะไรอยู่รอบๆตัวเราบ้าง

    ผมเคยซื้อบ้านจัดสรรแถวประตูน้ำพระอินทร์ (ตอนนี้ขายไปแล้ว)
    หลังจากโอนเป็นชื่อผม ผมก็ไปพักบ้าง คนเดียว
    ผมมีความรู้สึกว่า ในบ้านผมมีเด็กมาวิ่งเล่นในบ้าน

    บางทีก็ได้ยินเสียงเด็กวิ่งในบ้าน แต่หาตัวไม่เจอ คิดว่าเป็นข้างบ้าน
    แต่บ้านข้างๆยังไม่มีคนมาอยู่ จึงไม่มีเด็กแน่นอน

    บางทีผมอยู่ในบ้าน ก็มีความรู้สึกว่ามีคนอยู่ในบ้านด้วย ทั้งๆที่ไม่มีใครเลย
    คราวนี้ เพื่อนผมมาขออยู่กับครอบครัว ผมเลยให้อยู่ฟรีๆ แล้วดูแลบ้านให้ด้วย

    เมียเพื่อนผม ดันเป็นคนมีเซ้น กับเค้าเหมือนกัน มันบอกกับเพื่อนผมว่า มีความรู้สึกว่ามีเด็กวิ่งเล่นในบ้าน
    และเมียเพื่อนผมก็เคยเจอเด็กวิ่งในบ้านด้วย แต่ไม่กล้าเล่าให้ผมฟัง
    เพื่อนผมมาเล่าให้ผมฟังอีกที ว่าบ้างเอ็ง(ผม) มีเจ้าทีเป็นเด็ก..
    ผมก็…เอ้ย…ไม่น่าล่ะ มาอยู่บ้านนี้ทีไร มีความรู้สึกว่ามีเด็กวิ่งเล่นในบ้านประจำ

    คราวนี้เพื่อนผมอีกคน เป็นหมอดู มาเที่ยวบ้านผม
    มันบอกว่าบ้านผมมีเจ้าที่ เป็นเด็กอีก ตอนเข้ามามันเห็นเด็กอยู่ในบ้าน
    ผมก็…เอ้ย…. มรึงเห็นได้ไง ผมไม่ได้เล่าให้ฟัง
    และเพื่อนผมคนนี้ ก็ไม่รู้จักเพื่อนผมที่อยู่บ้านของผมด้วย

    เรื่องมันจึงบังเอิญ หรือว่า ในบ้านมีเด็กจริงๆ……..

    ———————————————–

    ไหนๆก็เล่าแล้ว ขอเ่ล่าอีกเรื่อง เป็นเรื่องสุดท้ายที่เจอกับตัวเองจริงๆ คือ

    ผมทำงานออกสำรวจที่ดินตาม ตจว ผมไปจังหวัดไหน ก็มักจะนอนจังหวัดนั้นทุกครั้ง
    ครั้งนี้ผมไปสำรวจที่ดินที่ จ.ประจวบฯ ผมกเข้าพักที่โรงแรมในตัวอำเภอเมือง จ.ประจวบฯ

    วันนั้นได้ห้องในสุดติดกับบันไดหนีไฟ..ปกติ เราจะไม่เข้าพักห้องสุดท้าย และ ไม่พักห้องที่ติดบันไดหนีไฟ เพราะเราเคยเจอเรื่องแปลกๆมาแล้ว

    แต่มันจำใจ เพราะจะค่ำแล้ว ขี้เกียจหาโรงแรมอื่นแล้ว (ไม่รู้จัก รร อื่น)
    พอเราเช็คอิน เข้าพักสองห้อง เราก็ไปกินข้าวเย็นกัน
    พอกินเสร็จก็ประมาณเกือบ ๔ ทุ่ม ผมก็ขอตัวมานอนก่อน

    ส่วนเพื่อนคนอื่นไปเที่ยวต่อ ผมจึงเข้ามานอนคนเดียว
    จากนั้น ผมก็ปิดไฟ เพื่อจะนอน
    พอผมหลับตาจะนอน ไฟก็เปิดขึ้น.. ตอนนั้นไม่คิดอะไร คิดว่าปลั๊กไฟหลวม
    ผมก็ไปปิดไฟ……. แล้วมานอน พอนอน ไฟก็เปิดอีก
    ผมก็ไปปิดอีก……… แล้วมานอน ไฟก็เปิดอีก..

    ผมเริ่มสงสัยแล้วว่า มันเกิดอะไรขึ้น…ทันใดนั้นผมได้ยินเสียงเคาะประตูห้องผม..
    ผมจะโกนออกไปว่า….”พี่สมศักดิ์ เหรอ…” (ชื่อเพื่อนร่วมทีม)
    ผมก็ไปเปิดประตู…ซึ่งไม่ไม่ห่างจากเตียงเกิน ๕ ก้าว
    พอเปิดประตูออกไป ก็ไม่เจอใครเลย…ผมรู้สีกเสียวหลังทันที คิดว่า….กูเจออะไรอีกแล้ว

    ผมก็มานอนแล้วก็ปิดไฟ…. ไฟก็เปิดเองอีก แล้วเสียงเคาะประตู ก็ดังอีก…
    คราวนี้ผมมั่นใจแล้วว่า คงเจอของดีเข้าให้แล้ว.

    ผมเลยตั้งจิตอธิฐาน ประมาณว่า….” ผมมาพักอาศัยในสถานที่แห่งนี้ ไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไร.. อะไรที่ล่วงเกินโดยไม่ตั้งใจ ก็ขออภัยท่านด้วย….บลาๆๆๆ…”
    จากนั้น ผมก็ปิดไฟ แล้วก็สวดมนต์ในใจ…..

    ทุกอย่างเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น…..แล้วก็เงียบไปในที่สุด
    แต่เชื่อไหม ตัวผมขนลุกซู่…ตลอดเลย
    ไม่กลัวนะ แต่มีความรู้สึกว่า เค้าได้ยินสิ่งที่ผมบอก….

    ในที่สุดผมก็หลับไปนอนไหนไม่รู้….จนกระทั้งเช้า….

  2. โรตีบอย says:

    อ่านแล้วขนลุกมากครับผมน่ากลัวดี บ้านเราแล้วเราซื้ิอเราโอน แล้วมีเด็กมาวิ่งเล่นน่ากลัวหลอนเลยครับผม

ถ้าไม่อยากเปิดเผยตัวตน เม้นท์ตรงนี้ก็ได้จ้า