เสน่ห์มรณะ…ต้นไม้กินสัตว์

พืชกินสัตว์ (carnivorous plant)

ให้คุณจินตนาการถึงแมลงผู้หิวโหยตัวหนึ่ง กำลังบินโฉบผ่านป่าสนในนอร์ทแคโรไลนา มันได้กลิ่นหอมหวนคล้ายน้ำต้อย จากทุ่งสีแดงคล้ายทุ่งดอกไม้เบื้องล่าง เจ้าแมลงร่อนลงบนใบไม้ที่ดูอวบอิ่ม มีสีแดงสด แวะชิมน้ำหวานที่ไหลเยิ้มออกมาจากใบ พลางถูขาหน้ากับขนเส้นจิ๋วบนผิวใบ แล้วทันใดนั้นเหมือนกับโลกรอบตัวพลันทับโถมเข้ามา ใบไม้ทั้งสองด้านหุบเข้าหากัน ซี่ฟันตามขอบใบประกบกันแน่นสนิทราวกับฟันปลา ยิ่งพยายามดิ้นรน กับดักก็ยิ่งปิดแน่นขึ้น และแทนที่จะหยิบยื่นน้ำต้อยหวานฉ่ำ กลับปล่อยเอนไซม์ที่ค่อย ๆ กัดกินอวัยวะภายในของเจ้าแมลงเคราะห์ร้ายจนกลายเป็นเมือกเหนียว ๆ และนี่คงเป็นความน่าอัปยศอดสูที่สุดในชีวิตของมัน…สัตว์โลกที่ต้องสังเวยชีวิตให้แก่พืช
มีสิ่งหนึ่งที่มนุษย์และสัตว์โลกแทบทุกชนิดปฏิเสธไม่ได้ที่จะหลงใหลมัน นั่นคือ”ความงาม” แม้ว่าพวกเขาจะได้รับบทเรียนครั้งแล้วครั้งเล่าว่าภายใต้สิ่งสวยงามเหล่านั้นอาจแฝงไว้ด้วยความโหดร้ายเยี่ยงปีศาจ ไม่เว้นแม้แต่ความงามของสิ่งมีชีวิตตระกูลพืช…
มีพืชหลายชนิดที่ตัดสินใจใช้ชีวิตเยี่ยงผู้ล่าคอยจัดการเขมือบเหยื่อที่เข้ามาติดกับดักอันหอมหวานของมัน เราเรียกพวกมันว่าพืชกินสัตว์(carnivorous plant) ซึ่งมีหลากหลายพันธุ์ เช่น ต้นกาบหอยแครง(Dionaea) หม้อข้าวหม้อแกงลิง(Nepenthes) และแบลดเดอร์เวิร์ต(Utricularia) ฯลฯ
พืชเหล่านี้ส่วนมากหลอกล่อแมลงและสัตว์เล็ก ๆ ให้เข้ามาหามันด้วยน้ำหวานและสีสัน ซึ่งเราสามารถจำแนกวิธีการดักจับสัตว์ของพวกมันออกได้ง่าย ๆ ดังนี้
1. กับดักหัวดูด : ตัวอย่าง ต้นแบลดเดอร์เวิร์ต(Utricularia)

หนวดบริเวณปากถุงของพืชน้ำชนิดนี้เป็นตัวล่อเหยื่อเล็กจิ๋วให้เข้ามาติดกับ การแตะต้องขนรับสัมผัสที่อยู่ด้านในจะกระตุ้นให้ลิ้นเปิดออก และความดันน้ำภายในที่ลดต่ำลงจะดูดเหยื่อเข้ามา จากนั้นพืชจะดูดสารอาหารจากเหยื่อและปล่อยน้ำออก
2. กับดักหลุมพราง : ตัวอย่าง ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง(Nepenthes)

น้ำต้อยที่หลั่งออกมาบริเวณฝาและขอบใบลื่น ๆ เป็นตัวล่อแมลงและแมงมุมเข้ามา เมื่อเหยื่อพลัดตกลงสู่กรวยด้านล่าง และไม่สามารถยืดเกาะพื้นผิวที่ลื่นได้ มันจะค่อย ๆ จมลงสู่บ่อน้ำย่อย
3. กับดักเหนียวหนึบ : ตัวอย่าง ต้นหยาดน้ำค้าง(Drosera)

ต้นหยาดน้ำค้างกว่า 180 ชนิด มีหนวดที่แวมวับด้วยเมือกเหนียว ๆ เป็นอาวุธ การดิ้นรนของเหยื่อที่มาติดกับ จะยิ่งไปกระตุ้นให้หนวดเส้นอื่น ๆ โน้มลงมายังเจ้าแมลงเคราะห์ร้าย พร้อมทั้งห่อหุ้มมันไว้ด้วยเอนไซม์สำหรับย่อย
4. กับดักแบบงับ : ตัวอย่าง ต้นกาบหอยแครง(Dionaea)

เมื่อเหยื่อแตะต้องขนสัมผัสอย่างน้อยสองเส้น หรือเส้นเดิมสองครั้ง กับดักจะหุบลงภายในเวลา 0.1 วินาที ซี่ฟันตามขอบใบจะกลายเป็นกรงขัง จากนั้นกับดักจะค่อย ๆ ปิดแน่นและปล่อยน้ำย่อยออกมา ก่อนจะเปิดออกอีกครั้งเมื่อผ่านไปราว 10 วัน

ใบของต้นกาบหอยแครงจะหุบเ้ข้าหากันทันที หากแมลงไปสัมผัสขนเส้นเล็ก ๆ ของมันเป็นครั้งที่สอง
พื้นผิวที่ลื่นของหม้าข้าวหม้อแกงลิง ทำให้เหยื่อพลัดตกลงสู่ “กระเพาะอาหาร” ของมัน
ในบรรดาพืชกินสัตว์กว่า 675 ชนิดทั่วโลก หลายชนิดใช้กับดักที่ไม่เคลื่อนไหว เช่น ใบของต้นบัตเตอร์เวิร์ตที่เต็มไปด้วยขนเหนียว ๆ สำหรับดักจับแมลงไว้จนน้ำย่อยเริ่มทำงาน
ขณะที่แมลงผู้หิวกระหายถูกล่อลวงจากสิ่งที่ดูคล้ายหยดน้ำค้างบนต้นหยาดน้ำค้างออสเตรเลีย กว่าจะรู้ตัวอีกทีมันก็คงติดอยู่ในหนวดอันเหนียวหนึบเข้าให้แล้ว
ภาพเงาทึบของเหยื่อ สะท้อนให้เห็นจากภายในต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงฟิลิปปิน พื้นผิวที่มันลื่นในกรวยสีแดง ทำให้แมลงไม่สามารถปีนขึ้นมาได้ ส่วนด้านล่าง เอนไซม์จะทำหน้าที่ดูดซึมสารอาหารจากตัวเหยื่อ
แมลงที่ได้กลิ่นอาหารมุดเข้าไปในพืชกินสัตว์รูปเหยือกสูงครึ่งเมตร พืชกินสัตว์สังเคราะห์แสงได้เช่นเดียวกับพืชทั่วไป แต่พวกมันส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในถิ่นที่มีธาตุอาหารต่ำ จึงต้องการเพิ่มสารอาหารให้ตัวเองด้วยการดูดเอาธาตุไนโตรเจนจากเหยื่อที่จับได้ ช่วยให้มันเจริญงอกงาม
พืชกินสัตว์ส่วนใหญ่กินแมลงบางชนิดเป็นอาหาร แต่พวกมันก็ต้องอาศัยแมลงชนิดอื่น ๆ ในการช่วยขยายพันธุ์ด้วย และเพื่อหลีกเลี่ยงการดักจับและกลืนกินแมลงที่เป็นพาหะถ่ายเรณู มันจึงต้องมีก้านยาว ๆ ที่ดอกเพื่อกันไม่ให้แมลงพาหะตกลงไปในกระเพาะอาหารของมัน
ต้นหยาดน้ำค้างแอฟริกาใต้ซึ่งเป็นชนิดพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดกำลังคลี่ใบออก ใบที่งดงามอลังการนี้สามารถเหยียดยาวไปได้ถึงครึ่งเมตร แต่ขนาดก็ไม่ใช่สิ่งที่สามารถรับประกันความสำเร็จเสมอไป เพราะหากหนวดที่เหนียวหนึบจับแมลงตัวโตได้ไม่ดีพอ เจ้าแมลงอาจจะแค่ได้รับบาดเจ็บแล้วหนีรอดไปได้

ต้นพิตเชอร์ออสเตรเลียขนาดเท่าปลายนิ้ว ชอบลิ้มรสแมลงที่คลานผ่านไปมา ขนนำทางและกลิ่นหอมหวานเชื้อเชิญมดให้ปีนเข้ามาหาความตาย

ซาร์ราซีเนียลูกผสมที่มีน้ำเิจิ่งนอง ล่อลวงผึ้งด้วยน้ำต้อยและขอบใบที่ดูคล้ายฐานลงจอดอันเหมาะเจาะ การกินสัตว์ไม่ใช่หนทางที่มีประสิทธิภาพที่สุดของพืชในการหาสารอาหาร แต่เป็นหนึ่งในกลยุทธุ์ที่แปลกประหลาดที่สุดอย่างแน่นอน…

แอดมิน
http://ngm.nationalgeographic.com

comments

You can leave a response, or trackback from your own site.

ถ้าไม่อยากเปิดเผยตัวตน เม้นท์ตรงนี้ก็ได้จ้า