เหตุผลของคนไม่พูด

ฟุ้งซ่าน…ลิซึม

รู้มั้ย อะไรคือความฟุ้งซ่าน ?
เหตุการณ์ตัวอย่าง ณ บ้านแอดมิน…
ที่บ้านแอดมินเลี้ยงสุนัขร็อตไวเลอร์ไว้หนึ่งตัว ชื่อเจ้าร็อค มันเป็นพันธุ์ผสม…ผสมกับอะไรไม่รู้ทำให้ตัวมันใหญ่กว่าปกติมาก มันมีนิสัยอ่อนโยน สุภาพ แสนรู้ เฝ้าบ้านเก่งมาก แต่มันเกลียดแมว เพราะเคยถูกแมวกัดจมูกตอนยังเล็ก เมื่อเห็นแมวมันจะดุร้ายผิดปกติ เราเลี้ยงมันไว้ในรั้วบ้านตลอด เพราะตัวมันใหญ่และคนกลัวมัน
เมื่อเช้ามีแมวตัวหนึ่งหลงเข้ามาในรั้ว ฉันรีบออกไปดู ตั้งใจจะโยนมันออกไปข้างนอกเพราะกลัวเจ้าร็อคกัดมัน แต่ลูกแมวนั้นชะตาขาด เจ้าร็อคตะครุบมันได้ก่อนฉัน มันงับหัวแมวดังแง๊ว แล้วเงียบไปเลย สะบัดอยู่สองสามที ดูยังไง ๆ ก็ตายชัวร์ เห็นแล้วรู้สึกเวทนา แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อมันตายแล้ว
ร็อคเป็นหมาที่แข็งแรงมาก แล้วฉันก็ตัวเล็กกว่ามัน จึงไม่คิดจะเข้าไปแย่งศพแมวอยู่แล้ว และฉันรู้ว่าถ้าพ่อหรือแม่มาเห็น พวกเขาต้องยื้อยุดสุดชีวิตเพื่อเอาศพลูกแมวออกจากปากเจ้าร็อคที่กำลังคลั่ง ดีไม่ดีจะเป็นอันตราย ไม่มีประโยชน์ที่ใครจะเสี่ยงช่วยแมวที่ตายไปแล้ว ฉันจึงยืนดูมันอยู่เฉย ๆ ไม่ได้เรียกใครมาช่วย สักพักเมื่อมันฟัดจนพอใจแล้วมันก็ทิ้งศพลูกแมวไว้ ฉันก็กำลังจะไปเอาถุงดำมาเก็บศพ
พอดีน้าเดินมาเห็นศพแมว ร้องโวยวาย และแสดงความสงสารแบบเต็มสตรีม ทีนี้ทุกคนในบ้านก็เลยมาดูศพลูกแมว…
ฉัน : มันหลงเข้ามาน่ะ ร็อคมันกัดตายเมื่อกี้
พ่อ : ทำไมลูกไม่เรียกพ่อมาช่วยมัน
น้า : โถ…..น่าสงสาร มันคงทรมานมากกว่าจะตาย…(บลา บลา)
ฉัน : เหลวไหล มันตายก่อนที่จะทันรู้ตัวด้วยซ้ำ (คีบศพแมวใส่ถุง)
แม่ : ทำไมลูกถึงเป็นคนใจร้ายแบบนี้…
ฉัน : – -” (อ่าว หนูไม่ได้เป็นคนกัดมันซะหน่อย)
น้า : ดีนะ เป็นแมว ไม่ใช่เด็ก
จากนั้นก็เกิดประเด็นประมาณว่า พ่อ ก็ใจดี แม่ ก็มีเมตตา น้า ก็ขี้สงสาร แล้วฉันใจร้ายเหมือนใครหว่า? ไม่มีความรู้สึกอะไรเลยหรือไง…
ที่จริงก็รู้สึกเหมือนกันนั่นแหละ มีหรือคนเห็นลูกแมวถูกหมากัดตายต่อหน้าแล้วจะรู้สึกเฉย ๆ แต่จะคร่ำครวญพูดถึงมันเพื่อให้เกิดความสะเทือนใจทำไมกัน ยิ่งพูดยิ่งทำให้ใจคิดไปกันใหญ่ ทุกวันนี้ คนรู้จักระงับอารมณ์ คือคนไร้หัวใจ คนพร่ำเพ้อไร้เหตุผลคือคนจิตใจดีงามหรือยังไงกัน
ทำไมคนส่วนมากให้ความสำคัญกับคนที่แสดงความรู้สึก แต่ลืมไปว่าคนที่ไม่ได้พูดอะไรก็รู้สึกเป็น ทำให้คนที่เพ้อไม่เก่ง ร้องไห้ไม่เป็น ถูกมองในแง่ลบเสมอ
คนเราเสพติดความฟุ้งซ่านรึเปล่า ?
มันเป็นเรื่องดีที่คนเรามีจิตใจดี แต่บางครั้ง บางเรื่อง มันก็ช่วยไม่ได้จริง ๆ แม้เราจะร้องไห้คร่ำครวญถึงมัน หรือจะเก็บเอามาคิดอีกสักกี่ร้อยกี่พันรอบ และเมื่อเราเอาเรื่องแย่ ๆ มาคิดย้อนกลับไป เรามักจะแต่งเติมให้มันดูแย่กว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจริงเข้าไปอีกเสมอ เช่น
เรื่องที่เกิดขึ้นจริง : ลูกแมวเดินสะเปะสะปะหลงเข้ามาในรั้ว หมามันเห็นพอดี ก็เลยกัดแมวตายคาที่ เป็นเรื่องช่วยไม่ได้ ในเมื่อตายแล้วก็ต้องเอาไปทิ้ง
เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้ : ถ้ามีใครสักคนไปแย่งศพแมวออกมา แล้วมันจะฟื้นทันที
เรื่องที่ไม่ได้เกิดขึ้น : ลูกแมวทรมานแสนสาหัสก่อนตาย (มันตายก่อนที่จะร้องแง๊วจบซะอีก)
เรื่องฟุ้งซ่าน : ลูกแมวหิวโหยตัวหนึ่งหลงทางมา
อุตส่าห์หวังมาพึ่งพิงขอกินข้าว แต่กลับถูกสุนัขใจร้ายเจอเข้าจึงกัดเอา
ก่อนตายมันเจ็บปวดทรมานมาก กว่าจะตาย
คนใจร้ายยืนดูอยู่ไม่ให้ความช่วยเหลือ
หากมีคนช่วยมัน มันคงไม่ตาย รู้สึกผิดเหลือเกินที่มาเห็นช้าไป
สภาพศพน่าสมเพชมาก คืนนี้คงนอนไม่หลับแน่ ๆ
ถ้าเปลี่ยนมากแมว เป็นเด็กคนหนึ่ง เหตุการณ์คงเลวร้ายกว่านี้มาก
คนที่มองดูลูกแมวถูกกัดด้วยความรู้สึกเฉย ๆ ก็คงรู้สึกเฉย ๆ เหมือนกันถ้าเด็กสักคนถูกขย้ำ
และคนใจร้ายคนนั้น คือลูกสาวของบ้านนี้ที่ถูกเลี้ยงดูด้วยความรักเป็นอย่างดี ช่างน่าผิดหวัง…
และอื่น ๆ อีกมากมายสุดที่จะคิดไป…
สรุป : ความฟุ้งซ่าน = ความทุกข์ + คิดไปเอง
ปล่อยวาง มีเหตุผล ไม่ต่อเติม หัดระงับอารมณ์ = ไม่ฟุ้งซ่าน = ไม่ทุกข์

แอดมิน

comments

You can leave a response, or trackback from your own site.

2 Responses to “เหตุผลของคนไม่พูด”

  1. เข้าใจความรู้สึกครับ แมวหลงมาที่บ้าน แล้วมาจบชีวิต ด้วยหมาที่บ้านหลายตัว
    ตัวไหนช่วยได้ก็ช่วย แต่บางครั้งมันช่วยไม่ได้ หรือ ช่วยไม่ทัน ก็ต้องปล่อยไปตามกรรม

    ช่วงหมากำลังชุลมุนกันอยู่ เข้าไปก็ช่วยไม่ได้ บางครั้งเรายังเจ็บตัวกลับบมาอีก เพราะแมวที่เราไปช่วยก็คิดว่าเราจะไปทำร้ายมันเหมือนกัน หมาตัวเองก็หน้ามืดกัดดะ ไม่รู้ว่าอันไหนแมว อันไหนเจ้าของ

    คนอื่นเห็นเราดูไม่เข้าไปช่วย คงคิดว่าเราใจร้าย แต่ถ้าเข้าไปแล้วช่วยอะไรไม่ได้ แล้วจะเข้าไปเสี่ยงทำไม

  2. Anonymous says:

    ผมเข้าใจ แอดมิน นะครับเรื่องนี้

ถ้าไม่อยากเปิดเผยตัวตน เม้นท์ตรงนี้ก็ได้จ้า