แผนฆาตกรรม ณ ประเทศนิรนาม

ปกติเวลาที่เราฝัน ไม่ว่ามันจะน่าตื่นเต้นแค่ไหน พอตื่นมาสักพักเราก็จะลืมไป หรือไม่ก็จำได้แค่บางฉาก คือลำดับเหตุการณ์ได้ยากแล้ว แต่บางครั้งแอดมินก็มีความฝันที่ชัดเจนมาก ชัดเหมือนกับว่าเพิ่งได้ดูภาพยนต์เรื่องหนึ่ง สามารถลำดับเหตุการณ์ได้ และจำบทสนทนาได้ด้วยซ้ำ บางครั้งก็ชัดมากซะจนต้องลุกขึ้นมาค้นประวัติศาสตร์กันเลยทีเดียว และทุกครั้งที่เป็นเช่นนั้นแอดมินก็มักจะจดบันทึกเอาไว้ เพราะเชื่อว่าบางทีมันอาจเป็นลางบอกเหตุ หรือไม่ก็เป็นเหตุการณ์ในอดีตที่มันเคยเกิดขึ้นจริง ๆ แต่เราจำไม่ได้

เมื่อคืนนี้แอดมินก็ฝันถึงเรื่อง ๆ หนึ่งซึ่งชัดเจนมากตั้งแต่ต้นจนจบ ไหน ๆ ก็จะบันทึกแล้ว เอามาเล่าให้ฟังด้วยเลย เพราะมันก็สนุกตื่นเต้นดี…

—————————————————

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นในประเทศหนึ่ง ซึ่งเป็นประเทศอะไรก็ไม่ทราบ รู้แต่ว่าเป็นฤดูหนาว และมีแต่หิมะปกคลุมอยู่ทั่วไป พลเมืองของประเทศนั้นแต่งตัวแบบโบราณ คล้าย ๆ คนอินเดีย แต่พวกเขาผิวขาว ผมดำ ลักษณะคล้ายแขกขาว

ฉันกับครอบครัว คือ พ่อและแม่ (พวกเราหน้าตาแปลก ๆ เหมือนไม่ใช่ตัวเอง แต่ความรู้สึกในฝันคือตัวเรา) พร้อมด้วยผู้ติดตามประมาณสิบคน กำลังพักผ่อนอยู่ในสถานที่หนึ่งซึ่งคล้ายกับทำเนียบ หรือวัง เหมือนกับเราเป็นคณะฑูต(หรืออะไรที่สำคัญมาก) ที่มาเยือนประเทศนี้ เพื่อตกลงเรื่องการลงทุนและการท่องเที่ยว สักพักก็ถูกเชิญไปรับประทานอาหารเย็น

ผู้นำของประเทศนี้เป็นผู้หญิงรูปร่างอวบคล้ายคนอินเดีย เธอถกเถียงกับแม่นิดหน่อยเรื่องวัฒนธรรมที่แตกต่าง แต่เธอก็ชอบฉันมาก และชมว่าฉันควรจะเป็นฑูตได้ดีกว่าพ่อหรือแม่ อาหารขึ้นโต๊ะของประเทศนี้คือ “ปู” อาหารมื้อนี้มีแต่ปูต้ม แต่เป็นปูพันธุ์ต่าง ๆ รูปร่างแปลก ๆ ทั้งนั้น

จากนั้นพวกเราก็พักอยู่ที่นั่น มีคนพาชมเมืองและสถานที่ต่าง ๆ หลายแห่ง มันเป็นประเทศที่มีบรรยากาศน่าหดหู่ คือ สภาพโดยทั่วไปเป็นทะเลทราย ต้นไม้ไม่ค่อยมี แถมยังหนาวเย็น แต่ก็เป็นประเทศที่ร่ำรวย และขึ้นชื่อเรื่องความโหดร้ายในอดีต (ในฝันมีความรู้สึกว่าเขาเพิ่งเปิดประเทศ หลังจากมีปัญหาความขัดแย้งภายใน)

คืนที่สองหลังจากไปถึงที่นั่น มีการจัดงานเลี้ยงต้อนรับ เป็นงานกลางแจ้งตอนกลางคืน และคืนนั้นเป็นคืนที่มีจันทรุปราคาพอดี การเกิดสุริยุปราคาของที่นั่นแปลกประหลาดมาก เพราะขณะเกิด เงาสีดำจะไม่ได้ทับลงบนดวงจันทร์ แต่แยกออกมา ทำให้มองเห็นคล้ายมีดวงจันทร์สองดวง ดวงหนึ่งสว่าง อีกดวงเป็นเงามืด เป็นเหตุการณ์ที่หาดูได้ยากมาก ประชาชนของประเทศนั้นต่างก็เต้นระบำตามจังหวะกลอง และเครื่องดนตรีแบบเป่าอย่างหนึ่งที่ทำจากกระดูกสัตว์ เหมือนเป็นพิธีที่จะต้องทำในขณะเกิดสุริยุปราคา ทุกคนดูสนุกสนานกันมาก

วันรุ่งขึ้นผู้นำหญิงสั่งให้พาพวกเราไปดูเมืองท่าของประเทศ พวกที่พาเราไปคล้ายกับกลุ่มนักการเมืองหรืออะไรทำนองนั้น โดยจัดให้เรานั่งรถตู้ที่ดูหรูหราสำหรับแขกบ้านแขกเมือง ขบวนนำเที่ยวขับไปตามถนนลาดยางที่กว้างมาก แต่โล่ง ไม่ค่อยมีรถ สักพักหนึ่งมีรถกระบะที่มีไฟลุกท่วมทั้งคันวิ่งตามหลังมา คนขับรถก็ขับหลบ รถคันนั้นแซงไปด้วยความเร็วสูง หลังจากนั้นก็มีรถที่ไฟลุกท่วมทั้งคันอีกเป็นสิบ ๆ คันขับแซงไปอย่างน่ากลัว รถพวกนั้นจอดขวางถนนด้านหน้าเกิดเป็นกำแพงเพลิง คนที่ขับรถเหล่านั้นเปิดประตูออกมา พวกเขามีไฟลุกท่วมทั้งตัว และกำลังดิ้นไปมาอย่างเจ็บปวด บางคนก็ล้มลงกลิ้งไปมาจนขาดใจตาย

ผู้รับผิดชอบขบวนนำเที่ยวบอกว่านั่นคือผู้ก่อการร้ายพลีชีพ ให้ทุกคนลงจากรถแล้วหาที่กำบังก่อนที่รถพวกนั้นจะระเบิด พวกเรากว่าสิบชีวิตเข้าไปหลบในท่อ หรืออุโมงค์คอนกรีตแถวนั้น มีคนโทรไปแจ้งเหตุและขอกองกำลังมาที่นั่นด่วน กลุ่มผู้ก่อการร้ายซึ่งโพกผ้าอย่างคนแขกเริ่มทยอยออกมาจากที่ซ่อน เดินกันเต็มถนนและค้นหากลุ่มคนเป้าหมายซึ่งก็คือพวกเรา

ไม่นานนักมีเครื่องบินสองลำ คล้ายเครื่องบินขับไล่บินมาวนเวียนแถวนั้น แล้วยิงประสุนกราดลงมาใส่กลุ่มผู้ก่อการร้าย พวกมันตายเกลื่อนเต็มถนน มีบางอย่างระเบิดขึ้น แรงระเบิดรุนแรงมากจนรู้สึกว่านั่นอาจทำให้หูหนวกไปแล้ว แต่ทุกคนก็ปลอดภัย และกลับมายังที่พัก ผู้นำหญิงรู้สึกกระวนกระวายและอยากรับผิดชอบเหตุการณ์ครั้งนี้ ด้วยการเซ็นยอมรับข้อตกลงทุกอย่างโดยไม่มีเงื่อนไข ทำให้คณะของเรายินดีอย่างมาก

เช้าของอีกวันหนึ่ง มีการจัดเลี้ยงอาหารครั้งสุดท้ายก่อนที่เราจะเดินทางกลับ (ฉันจำไม่ได้ว่าฉันเป็นคนของประเทศอะไรกันแน่) มีการแจกของที่ระลึก เป็นการ์ดแบบป็อบอัพ พอเปิดขึ้นมาจะเป็นภาพป็อบอัพของประเทศนี้ซึ่งรายรอบด้วยต้นไม้เขียวขจี โดยผู้นำหญิงตั้งชื่อมันว่า “โมเดลประเทศในฝัน” ก่อนที่จะหว่านยิ้มให้พวกเรา ซึ่งฉันจำได้ติดตาว่ามันเป็นยิ้มที่น่าประทับใจมาก จนคิดชื่นชมในใจว่า “นี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอได้เป็นผู้นำ”

งานเลี้ยงอาหารมื้อนี้จัดขึ้นในห้องยาว ๆ ซึ่งยามปกติสามารถกั้นม่านเป็นสองห้องได้ โต๊ะอาหารเป็นโต๊ะยาวตั้งเรียงกัน กินพื้นที่ทั้งสองห้อง (รูดม่านเก็บไว้ด้านข้าง) ครึ่งหนึ่งมีคณะของฉันนั่งอยู่ อีกครึ่งเป็นคนของประเทศนั้น ฉันนั่งอยู่ข้างแม่ ซึ่งอยู่เกือบหัวโต๊ะ ส่วนพ่อไม่ได้อยู่ในห้องนั้นเพราะติดธุระอย่างอื่น จะมาสมทบทีหลัง ขณะที่เรากำลังลงมือรับประทาน ชายคนหนึ่งเดินมาจากท้ายโต๊ะ แล้วขวักมือเรียกฉันให้ลุกไปหา

ฉันลุกไปหาเขา เขาเป็นหนึ่งในผู้ที่คอยดูแลต้อนรับคณะของเรามาตลอด เขาเหมือนกำลังจะบอกอะไรกับฉัน แต่ไม่กล้า เพราะมีคนนั่งอยู่มากมาย แล้วทันใดนั้น ม่านที่กลางห้องก็ปิดลง กั้นระหว่างคนของประเทศนั้นกับคณะของฉัน ฉันตกใจรีบเดินไปอีกฟากหนึ่งของผ้าม่าน ปรากฏว่าคณะของฉันทุกคนเสียชีวิตหมดแล้ว รวมทั้งแม่ของฉันด้วย พวกเขาถูกฆ่าด้วยก๊าซพิษ หรือยาพิษในอาหารก็ไม่อาจทราบได้ ฉันเดินไปกอดร่างของแม่แล้วร้องไห้ มันเป็นความรู้สึกที่สุดจะทนมาก กับการรับรู้ว่านี่คือแผนการฆ่า และตอนนี้มีเพียงฉันคนเดียวที่รอดชีวิตอยู่ ไม่มีใครอีกแล้ว นอกจากพวกคนที่หลอกฆ่าเรา

ชายคนที่เรียกฉันเมื่อครู่เดินเข้ามาแล้วแอบพาฉันหนีออกไปทางด้านหลังของห้องอาหารนั้น เขาบอกว่าเขาเสียใจ และสั่งให้ฉันหนีไป ฉันนึกถึงพ่อซึ่งตอนนี้ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน และเป็นห่วงว่าพวกเขาจะฆ่าพ่อแล้วหรือไม่ ขณะที่ฉันกำลังเดินออกไป ก็พบพ่อเดินมากับผู้นำหญิง เธอดูประหลาดใจที่พบฉัน ฉันรีบเข้าไปหาพ่อ แต่ไม่กล้าพูดอะไรเพราะคิดว่าถ้าพูดไป ถูกฆ่าทั้งคู่แน่ ผู้นำหญิงคนนั้นบอกพ่อว่า ทุกคนได้ขึ้นรถไปยังสนามบินหมดแล้ว ฉันกับพ่อก็ควรตามไปด้วยได้แล้ว เขาให้คนขับรถมารับฉันกับพ่อ ฉันรู้สึกกลัวมาก และไม่รู้ว่าพวกเขาจะทำอย่างไรกับเรา ก็ได้แต่ขึ้นรถไป

เมื่อรถขับออกนอกเมือง ข้างถนนนั้นว่างเปล่ามาก ไม่มีบ้านคนหรืออะไรเลย อยู่ ๆ คนขับรถก็จอดรถแล้วเดินลงไปเฉย ๆ ฉันรีบเปิดประตูรถ แต่ประตูนั้นล็อค เปิดไม่ได้ เราถูกขังไว้ในรถ…

เสียงติ๊ก ๆ ๆ ๆ ดังขึ้น ฉันบอกพ่อว่าเราตายแน่แล้ว ฉันพยายามค้นหาต้นเสียงนั้นอย่างบ้าคลั่ง และในที่สุดเมื่อเปิดที่คลุมเบาะออก ฉันก็เห็นนาฬิกาดิจิตอลกำลังนับถอยหลัง

00.005…
00.004…
00.003…
00.002…
00.001…
แล้วทุกอย่างก็จบลงแค่นั้น…
—————————————————

ข้อสังเกต (และข้อสงสัย) 

ทุกครั้งฝันถึงเรื่องที่ชัดเจนและจำรายละเอียดได้ สุดท้ายมันจะจบลงด้วยความตายเสมอถ้าไม่ถูกปลุกเสียก่อน เหมือนกับหนังที่ต้องมีตอนจบ จึงอยากรู้ว่าคนอื่น ๆ เวลาที่ฝันชัด ๆ แบบนี้ ตอนจบเป็นอย่างไรบ้าง ใครเคยมีประสบการณ์กรุณาแชร์ด้วยค่ะ (คำตอบจะนำไปบันทึกเป็นสถิติร่วมกับผลการทดลองส่วนตัว)

—————————————————

ปล. ว่ากันว่า ถ้าก่อนนอนดูหนังหรืออ่านหนังสือที่ตื่นเต้นน่ากลัว ก็จะเก็บเอาไปฝันน่ากลัว ๆ แต่เมื่อคืนแอดมินได้ดูละครเรื่องขุนศึกกับแม่นิดนึง ดูไป 3 ตอน เห็นฉากทหารซ้อมดาบ 2 นาที ฉากพม่าวางแผนรบ 2 นาที ฉากนางเอกนั่งร้อยมาลัยและละเลียดดมดอกจำปี รวม ๆ แล้วกินเวลาไปราว 10 นาที และฉากนางเอกลอบเอาหมากไปให้พระเอก และนั่งเขินกันอยู่เฉย ๆ กินเวลาถึง 1 ตอนเต็ม ๆ หากต่อ ๆ ไปไม่มีฉากรบในอัตราส่วนที่มากขึ้น ควรเปลี่ยนชื่อจาก “ขุนศึก” ไปเป็น “So Hot Secret Love นายคาสโนว่าจอมโหดแอบกิ๊กหัวใจยัยจอมเฉื่อย” ให้มันรู้แล้วรู้รอดไป

แอดมิน

comments

You can leave a response, or trackback from your own site.

4 Responses to “แผนฆาตกรรม ณ ประเทศนิรนาม”

  1. Unknown says:

    เคยฝันเป็นเรื่องๆเหมือนกันนะคะ แต่ที่จำได้ชัดเจนไม่เคยตายค่ะ

  2. annmaku says:

    ทุกครั้งที่คนเราฝัน เรามักจะแยกไม่ออกว่านี่คือฝันหรือเป็นเรื่องจริง แต่ที่รู้คืออยู่ๆ มันก็เกิดเหตุการณ์นั้นแล้วโดยไม่รู้ที่มา มารู้ว่าเป็นเรื่องฝันก็ตอนตื่นแล้วนั้นแหละ คล้ายๆ กับที่ตัวละครพูดไว้ในเรื่อง inception

    เรื่องที่เราฝันนี่ก็เหมือนกันที่ไม่รู้ที่มา รู้แค่ว่ากำลังหนีคนตามไล่ฆ่าอยู่ อารมณ์เหมือนฉากในหนัง ศุกร์ 13 ที่วัยรุ่นวิ่งหนีตายหัวซุกหัวซุน (ไม่รู้ว่าสงสัยดูหนังมากไปหรืออย่างไร แต่ช่วงนั้นไม่ได้ดูหนังสยองขวัญอะไรเลย ) จำได้ว่ากลัวมาก เหนื่อยด้วย สถานที่ก็เหมือนเขาวงกต กำแพงซับซ้อน ทุกครั้งที่ถึงทางเลี้ยวจะกลัวว่ามันมาดักอยู่หรือเปล่า…

    นั้นไงมันมาแล้ว เห็นเราแล้วด้วย ไม่มีทางหนีแล้วทำไงดี ตายแน่ มันถือมีดเล่มเบ้อเริ้มเดินตรงเข้ามาแล้ว โอย หัวใจจะหยุดเต้น กลัวๆๆๆ….แล้วทันใดนั้นเองก็คิดได้ว่า…. ฝัน นี่เรากำลังฝัน

    ใช่เราฝันไม่ใช่เรื่องจริงไม่ต้องกลัว ไม่ต้องหนีแล้วยิ่งหนียิ่งกลัว ยิ่งหนีมันก็ตามล่าไม่หยุด งั้นลองดูซิ หยุดรอมัน ให้มันมาฆ่าเลย ฆ่าแล้วจะเป็นยังไงต่อ เรื่องราวจะยังไงต่อ

    เพราะทุกครั้งที่เราฝัน เราไม่เคยยอมตายนะ ไม่เคยถูกจับได้ แล้วก็จะตื่นทั้งๆ ที่มันค้างๆ คาๆ อยู่แบบนั้น มาคราวนี้แปลกมากที่รู้ตัวว่าฝันอยู่

    แล้วก็ยืนรอมันจนมันมาถึง แล้วความรู้สึกก็ไม่ธรรมดาเลย รู้สึกได้ถึงคมมีดที่ตัดผ่านคอหอยได้ชัดเจน แรงปาดที่กระชากหลอดลม จนสะอึก มันสุดยอดจริงๆ จนคิดว่าถ้าเราโดนปาดคอจริงๆ ก็คงมีความรู้สึกแบบนี้ แล้วเราก็นอนกองอยู่ตรงนั้น มองฆาตกรเดินจากไป
    ถึงจะรู้ว่าตัวเองตายแล้วแต่ ก็ยังรู้สึกได้ อืมมม…หลังจากนั้นเรื่องมันก็มัวๆ ….จบ.

  3. ฝันได้สุดยอดมากค่ะ แอดมินเคยฝันว่าวิ่งหนีภูเขาไฟระเบิด แต่หนีไม่ทัน ถูกลาวากลบฝังทั้งเป็น ร้อน อึดอัดมาก ตื่นมา…ผ้าห่มพันคออยู่ = =”

  4. ฝันของคุณ annmaku อ่านแล้ว
    ลุ้นตามเหมือนดูหนังเลยครับ

    แอบหวาดเสียวตอนโดนปาดคอหอย

ถ้าไม่อยากเปิดเผยตัวตน เม้นท์ตรงนี้ก็ได้จ้า