โลกที่ปราศจากดวงจันทร์


[การกำเนิดดวงจันทร์ตามทฤษฎีที่ว่าดวงจันทร์คือส่วนหนึ่งของโลก…อะเมซิ่งมาก ดูนะ]
 

จากการที่มนุษย์ไปเยือนดวงจันทร์และเก็บตัวอย่างมาหลายครั้ง ทำให้เราพบว่า องค์ประกอบของหินบนดวงจันทร์นั้นคล้ายกับโลกมาก ซึ่งเป็นการสนับสนุนแนวคิดที่ว่า ดวงจันทร์นั้นแท้ที่จริงคือชิ้นส่วนของโลกเรานั่นเอง

 

ทฤษฎีหนึ่งของการกำเนิดดวงจันทร์ที่ได้รับการยอมรับกันอย่างกว้างขวางในปัจจุบันคือ “ดวงจันทร์คือส่วนหนึ่งที่กระเด็นหลุดออกไปจากโลก” ซึ่งทฤษฎีนี้กล่าวว่า ในสมัยที่โลกเกิดใหม่ ๆ และพื้นผิวยังไม่แข็งตัวดี (ยังเป็นของเหลวและก๊าซ) มีอุกกาบาตขนาดใหญ่ประมาณดาวอังคารพุ่งเฉียงเข้ามาชนโลก พลังงานที่เกิดจากการชนชิ้นส่วนโลกที่เป็นของเหลวหลุดกระเด็นออกมาข้างนอก ส่วนอุกกาบาตนั้นถูกหลอมรวมเข้ากับโลก จากนั้นหินเหลวที่หลุดออกมาก็เริ่มเย็นตัวลง และโคจรรอบโลก กลายเป็นดวงจันทร์ของโลกในที่สุด

 

 

นับตั้งแต่ดวงจันทร์เกิดขึ้นมา มันก็มีประโยชน์ต่อโลกมาก ถ้าไม่มีดวงจันทร์ไม่แน่ว่าโลกอาจจะไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่เลยก็ได้ ดวงจันทร์ช่วยปกป้องโลกจากอุกกาบาตและวัตถุต่าง ๆ ที่เป็นอันตราย โดยเบี่ยงเบนวิถีโคจรของพวกมัน ไม่ให้พุ่งเข้ามาชนโลก ทำให้โลกของเรานั้นมีเวลามากพอที่จะสร้างวิวัฒนาการต่าง ๆ ขึ้นมา

ดวงจันทร์มีอิทธิพลต่อโลกและสิ่งมีชีวิตมากกว่าที่คิด สมัยที่โลกเกิดใหม่ ๆ นั้น โลกของเราหมุนรอบตัวเองเร็วมาก ในหนึ่งวันของโลกจะมีเพียง 5 ชั่วโมงเท่านั้น แรงโน้มถ่วงจากดวงจันทร์ช่วยชะลอการหมุนรอบตัวเองของโลกให้ช้าลง หลังจากนั้นดวงจันทร์ก็ถอยห่างจากโลกไปเรื่อย ๆ ทำให้แรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์มีอิทธิพลต่อโลกน้อยลงอยู่ในระดับที่พอเหมาะ

แรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์ทำให้เกิดน้ำขึ้นน้ำลง ส่งผลต่อวิวัฒนาการของสัตว์ สัตว์น้ำที่ถูกกระแสน้ำพัดขึ้นมายังชายฝั่งที่แห้งบ้างเปียกบ้างก็เริ่มที่จะปรับตัวให้สามารถใช้ชีวิตอยู่บนบกได้ เกิดสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำและแมลงโบราณที่มีชีวิตในช่วงต้นอยู่ในน้ำ

การที่โลกมีสนามแม่เหล็กก็ต้องขอบคุณดวงจันทร์ เพราะแรงโน้มถ่วงที่ไม่เท่ากันในแต่ละจุดทำให้หินเหลวในโลกเคลื่อนที่เสียดสีกัน ความร้อนจากแรงเสียดทานทำให้โลหะภายในโลกยังคงเป็นของเหลวหมุนวนอยู่ โลกจึงมีสนามแม่เหล็กห่อหุ้มป้องกันรังสีรุนแรงจากดวงอาทิตย์และอวกาศ

 

 

สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ดวงจันทร์ทำให้โลกคือ มันช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับแกนโลกซึ่งเอียง 23.5 องศา ทำให้โลกมีฤดูกาลที่สม่ำเสมอ ไม่เปลี่ยนแปลงมากหรือเร็วจนเกินไปจนสิ่งมีชีวิตปรับตัวไม่ทัน

จากการคำนวณพบว่า ถ้าหากดวงจันทร์หายไป แกนของโลกจะเอียงกลับไปกลับมาได้ถึง 45 องศาเลยทีเดียว ซึ่งนั่นเป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะอากาศในแต่ละฤดูกาลจะแตกต่างกันสุดขั้ว ป่าเขตร้อนบริเวณเส้นศูนย์สูตรอาจมีหิมะปกคลุมในฤดูหนาว และแห้งแล้งจนเป็นทะเลทรายในฤดูร้อน เป็นต้น โดยสภาวะเช่นนั้น สิ่งมีชีวิตคงมีเส้นทางวิวัฒนาการที่ยากลำบาก หรือบางทีหากไม่มีดวงจันทร์มาตั้งแต่แรก ชีวิตอาจไม่มีโอกาสเกิดขึ้นเลยก็ได้

แอดมิน
SCIENCE ILLUSTRATED 17/2012

comments

You can leave a response, or trackback from your own site.

ถ้าไม่อยากเปิดเผยตัวตน เม้นท์ตรงนี้ก็ได้จ้า