บทความแนะนำ

Indepencil Special Magazine (ฉบับปฐมฤกษ์) ออกมาแล้วจ้า!!!

ในที่สุด Indepencil Special Magazine ฉบับปฐมฤกษ์ก็ออกมาจนได้หลังจากที่เลื่อนไปหลายรอบจนต้องเขียนวันที่ใหม่ สำหรับฉบับนี้แอดมินตั้งใจทำเป็นพิเศษเลย นานไปหน่อย เพราะเป็น Magazine ฉบับแรกในชีวิตเลยนะเนี่ย แต่ฉบับต่อไปคงไม่ช้าแล้ว

และก็เนื่องจากว่ามันเป็นฉบับแรก แอดมินจัดทำตามแบบที่ตัวเองคิดว่าน่าจะดี แต่ก็ไม่ทราบว่าจะถูกใจผู้อ่านมากแค่ไหน ใครที่อ่านแล้วช่วยกันเข้ามาคอมเม้นท์ ติ-ชม และแนะนำด้วยนะคะ เพื่อจะได้เอาไปปรับปรุงแก้ไขในฉบับหน้า

(ฝากคอมเม้นท์ได้ "ที่นี่" หรือส่งข้อความถึงแอดมินโดยตรงที่ indepencil@hotmail.com ค่ะ)

ใครสนใจก็ดาวน์โหลดไปอ่านกันได้ทันทีเลยจ้า...

"คลิกที่นี่ เพื่อดาวโหลด" (แล้วคลิกที่ปุ่ม Download Now สีเขียวได้เลยนะคะ)

ค้นหาบทความ

วันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ตำนานเทพเจ้ากรีก(ตอนที่9):อาธีน่า เทวีแห่งปัญญา


เทวีอาธีน่า(Athena) หรือภาษาโรมันเรียกว่า มิเนอร์วา(Minerva) เป็นเทวีผู้ครองปัญญาและวิทยาการ และเป็นเทวีที่มีการถือกำเนิดอันแปลกประหลาดพิสดารไม่เหมือนเทพเจ้าองค์อื่น ๆ นั่นคือ...

ครั้งหนึ่ง มหาเทพซุสได้นางมีทิส ธิดาของเทพโอเชียนัสมาเป็นภรรยา (กล่าวกันว่าได้มาก่อนเทวีเฮราด้วย) แต่พอนางตั้งครรภ์ได้เดือนเดียวก็ถูกซุสกลืนกินเข้าไป ด้วยว่าเกรงนางจะให้กำเนิดบุตรที่มีความฉลาดล้ำกว่าพระองค์ อยู่ว่าวันหนึ่งมหาเทพซุสเกิดอาการปวดเศียรอย่างรุนแรง ทำอย่างไรก็ไม่หาย จึงเรียกประชุมทวยเทพทั้งปวงบนเขาโอลิมปัสให้ช่วยกันหาทางรักษา เทพทั้งปวงพยายามรักษาด้วยวิธีการต่าง ๆ แต่ก็ไม่สามารถทำให้อาการนั้นหายลงได้

มหาเทพสุดทานทนต่อไป จึงตัดสินพระทัยสั่งให้เทพเฮเฟสตัส ซึ่งเป็นโอรสผู้เกิดแต่เทวีเฮรา ใช้ขวานผ่าเศียรของพระองค์ออกดู และทันทีที่พระเศียรถูกผ่าแยกออก พลันปรากฏเทพธิดาองค์หนึ่งออกมาจากพระเศียร ในลักษณะเจริญวัยเป็นสาวสวยงดงามเต็มที่ สวมใส่ชุดเกราะอย่างนักรบ ถือหอกเป็นอาวุธ พลางประกาศชัยชนะด้วยเสียงกึกก้องกัมปนาท พร้อมกันนั้น ทั่วทั้งแผ่นดินและมหาสมุทรก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ประกาศการต้อนรับสนั่นหวั่นไหวไปทั้งโลก เทพธิดาที่กำเนิดออกมานี้ทรงให้พระนามว่า เทวีอาธีน่า (ซึ่งก็น่าจะเป็นธิดาของซุสกับมีทิส)


การกำเนิดของเทวีอาธีน่าถือว่าเป็นการนำมาซึ่งความสันติสุขให้แก่โลก และขับไล่ความโฉดเขลาให้หมดสิ้นไป เนื่องจากว่าขณะที่เทวีอาธีน่าผุดออกจากเศียรของมหาเทพซุส เทวีแห่งความโฉดเขลาซึ่งได้ปรากฏรูป ผู้ได้ครอบครองโลกมาจนบัดนั้นก็ต้องล่าถอยหนีจากไป ให้พระนางเข้าครอบครองแทนที่ ด้วยเหตุนี้พระองค์จึงถูกนับถือว่าเป็นเทวีผู้ครองปัญญา

พระนางได้แสดงสติปัญญาให้ทวยเทพได้ประจักษ์เมื่อคราวประลองปัญญากับเทพโพไซดอนผู้มีศักดิ์เป็นลุง ครั้งนั้นท้าวซีครอปส์ (Cecrops) ซึ่งเป็นชาวฟินิเชียได้พาบริวารอพยพเข้าไปอาศัยอยู่ที่แคว้นแอทติก้า(Attica) ประเทศกรีซ (เมื่อประมาณ 1,500 กว่าปีก่อนคริสตศักราช) ได้ก่อสร้างบ้านเมืองขึ้นจนกลายเป็นนครที่สวยงาม ทวยเทพต่างชื่นชอบและปรารถนาจะตั้งชื่อนครแห่งนี้ตามพระนามของตนเอง จึงเกิดการถกเถียงกันขึ้นถึงขั้นเปิดการประชุม

ในการประชุมหลังจากที่ยกเหตุผลต่าง ๆ นานามาโต้กันแล้ว เทพส่วนใหญ่ต่างยอมสละสิทธิ์เว้นแต่เทพโพไซดอนกับเทวีอาธีน่าที่ไม่ยอมลงให้แก่กัน มหาเทพซุสจึงต้องเข้ามาช่วยแก้โดยการให้ทั้งสองประลองปัญญากัน เงื่อนไขคือ หากผู้ใดสามารถเนรมิตสิ่งที่มีประโยชน์มากที่สุดให้แก่นครแห่งนี้ได้ ผู้นั้นจะเป็นผู้ชนะ ซึ่งจะให้เหล่าเทพทั้งมวลเป็นผู้ตัดสิน

เมื่อการประลองเริ่มขึ้น ฝ่ายโพไซดอนเป็นผู้เนรมิตก่อน เจ้าสมุทรใช้เวลาคิดสักครู่ก็เสกม้าศึกคึกคะนองขึ้นมาตัวหนึ่ง แล้วอธิบายคุณประโยชน์นานาประการของม้าตัวนี้ให้ที่ประชุมทวยเทพฟัง ปวงเทพต่างชื่นชมในคุณประโยชน์ของม้านั้นจนแทบจะประกาศให้โพไซดอนมีชัย แต่ก็รอดูอีกฝ่ายหนึ่งเสียก่อนซึ่งก็คือเทวีอาธีน่า


ฝ่ายเทวีอาธีน่าก็ไม่รอช้า เสกต้นมะกอกขึ้นมาต้นหนึ่ง พลางอธิบายถึงคุณประโยชน์ของต้นมะกอก ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ตั้งแต่เนื้อไม้ ผล กิ่งก้าน ตลอดจนถึงใบ ทั้งยังเป็นเครื่องหมายแห่งสันติภาพและความเจริญรุ่งเรือง ซึ่งเป็นสิ่งน่าปรารถนายิ่งกว่าม้าที่เป็นเครื่องหมายแห่งสงคราม

ปรากฏกว่าเหตุผลของเทวีอาธีน่ายอดเยี่ยมกว่า ที่ประชุมทวยเทพจึงพร้อมใจกันตัดสินให้พระนางเป็นผู้ชนะ และตั้งชื่อนครใหม่นี้ว่า เอเธนส์(Athens) ตามพระนามของพระองค์ และชาวกรุงเอเธนส์ก็นับถือบูชาเทวีอาธีน่าเป็นเทพเจ้าสูงสุด และจากตำนานนี้เป็นเหตุผลให้ชาวตะวันตกถือว่าช่อมะกอกเป็นสัญลักษณ์ของสันติภาพสืบต่อมา

นอกจากจะมีสติปัญญาฉลาดเฉลียวแล้ว เทวีอาธีน่ายังมีคุณสมบัติทุกอย่างที่สตรีพึงมี ตลอดจนฝีมือในการทอผ้า ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสำคัญยิ่งของหญิงสาวชาวกรีกโบราณ และด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้พระองค์มีเรื่องเกี่ยวข้องกับหญิงสาวชาวมนุษย์นางหนึ่งที่ชื่อว่า อารัคเน่(Arachne)


อารัคเน่ เป็นหญิงสาวที่มีฝีมือในการทอผ้ายอดเยี่ยมมากชนิดที่หาผู้ใดเทียบไม่ได้ ทำให้นางเย่อหยิ่งทระนงตนว่าไม่มีผู้ใดอีกแล้วจะมีฝีมือสู้นางได้ และคุยโวโอ้อวดเสมอว่า ถึงแม้เทวีอาธีน่าจะลงมาด้วยพระองค์เองนางก็ยินดีจะประกวดประชันฝีมือด้วยอย่างไม่รอช้า ทำให้เทวีอาธีน่าเกิดความรำคาญใจ ลงจากเขาโอลิมปัส แปลงร่างเป็นหญิงชราไปหานางอารัคเน่ที่บ้านและชวนนางสนทนา

เมื่อสนทนากันได้ไม่นาน อารัคเน่ก็คุยอวดฝีมือการทอผ้าของตน และกล่าวท้าทายเทวีอาธีน่าเช่นเคย หญิงชราจึงกล่าวตักเตือนมิให้พูดเช่นนี้ ครั้นหากได้ยินถึงเทพเจ้าอาจทำให้ทรงขุ่นเคือง แต่อารัคเน่ก็ไม่สนใจ กลับยิ่งท้าทายว่า นางอยากให้เทวีอาธีน่าได้ยินและลงมาประกวดฝีมือให้ประจักษ์ว่าตนนั้นไม่ได้คุยโว

เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่สนใจต่อคำตักเตือน เทวีอาธีน่าเกิดความขัดเคืองใจมาก จึงกลายร่างที่แท้จริงออกมา ดังนั้นการประลองทอผ้าระหว่างเทพเจ้าและมนุษย์จึงเกิดขึ้น ทั้งสองฝ่ายทอผ้าลายวิจิตรงดงาม เทวีอาธีน่าทอผ้าเป็นลายภาพตอนที่พระนางแข่งประลองปัญหากับโพไซดอน มีรูปการประชุมทวยเทพ ม้า ต้นมะกอก และกรุงเอเธนส์ ส่วนอารัคเน่เลือกทอภาพมหาเทพซุสลักพานางยูโรปา ในรูปมีซุสในร่างโคเผือก ผู้กำลังโลดแล่นไปบนคลื่นในทะเล โดยมีนางยูโรปาอยู่บนหลัง


เมื่อทอเสร็จแล้วต่างก็นำผ้ามาเทียบกัน นางอารัคเน่สำนึกได้ทันทีว่าผ้าทอของนางแพ้หลุดลุ่ย ด้วยความเสียใจและอับอาย จึงคิดผูกคอตาย แต่เทวีอาธีน่าได้สาปให้นางกลายร่างเป็นแมงมุมห้อยโตงเตงไปเสียก่อน และสาปให้นางต้องทอใยเรื่อยไปไม่มีเวลาหยุด

เทวีอาธีน่าเป็นหนึ่งในสามของเทวีผู้ครองพรหมจารี เหตุผลที่เป็นเช่นนั้น มีเรื่องเล่าว่า ครั้งที่เทพเฮเฟสตัสใช้ขวานผ่าเศียรมหาเทพซุส และเทวีอาธีน่าได้ถือกำเนิดขึ้นมานั้น เฮเฟสตัสมีความพึงพอใจในเทวีอาธีน่ามาก ใคร่จะวิวาห์ด้วย จึงทูลขอต่อบิดา(ซุส) โดยซุสก็อนุญาตแต่ให้เฮเฟสตัสถามความสมัครใจของฝ่ายหญิงดูเองเสียก่อน

เทพเฮเฟสตัสก็ทำตามคำสั่งของเทพบิดา ถามความสมัครใจของเทวีอาธีน่า แต่พระนางไม่ปลงใจด้วย เมื่อถูกปฏิเสธคำขอโดยดี จึงใช้กำลังเข้าหักหาญ ในระหว่างที่ยื้อยุดกันอยู่นั้น สิ่งไม่บริสุทธิ์ของเทพเฮเฟสตัสได้ตกลงมายังพื้นโลก เกิดเป็นทารกเพศชายขึ้นผู้หนึ่ง


เทวีอาธีน่าเอาตัวรอดมาได้จากทลทินแปดเปื้อน แต่ก็ทรงรับทารกนั้นไว้ในปกครอง โดยนำทารกใส่ลงในหีบ แล้วใส่งูเข้าไปเฝ้าไว้ และฝากให้ธิดาของท้าวซีครอปส์ดูแลหีบนั้น โดยสั่งห้ามไม่ให้เปิดดูเด็ดขาด แต่ธิคาท้าวซีครอปส์ละเมิดคำสั่ง พยายามเปิดหีบดู เห็นงูที่เฝ้าหีบเกิดความตกใจวิ่งหนีจนตกเขาตาย

ทารกในหีบนั้นนามว่า อิริคโธเนียส ซึ่งภายหลังได้เป็นผู้ครองกรุงเอเธนส์ ส่วนเทวีอาธีน่าก็ไม่มีเทพองค์ใดมาข้องเกี่ยวเชิงชู้สาวอีกเลย และพระนางได้ตัดสินใจครองตัวเป็นพรหมจารีตลอดมา ในเวลาปกติพระนางจะประทับอยู่เคียงข้างเทพซุสผู้เป็นบิดา คอยให้คำปรึกษาหารือ ส่วนในยามมีศึกสงคราม พระนางก็จะขอยืมโล่ศักดิ์สิทธิ์ของพระบิดาสะพายลงมาบนโลก เพื่อสนับสนุนฝ่ายที่ถูกต้องในสงครามนั้น


ชาวกรีกนับถือบูชาเทวีอาธีน่ามาก ได้สร้างวิหารและที่บูชาอุทิศถวายพระนางเป็นจำนวนมาก วิหารที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ วิหารพาร์ธีนอน ที่กรุงเธเธนส์...(จบตอนเทวีอาธีน่า)

-โปรดติดตามตอนต่อไป-
คลิกที่นี่ เพื่ออ่านทั้งหมด

แอดมิน

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...

บทความยอดนิยม(ประจำสัปดาห์)