แต่ที่จริงแล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องที่นักวิทยาศาสตร์ให้ความสนใจมากเลย (เพิ่งรู้เหมือนกันว่ามันน่าสนใจขนาดนั้น) เขาเรียกมันว่า "กากบาทปริศนา" แล้วก็มีการตั้งทฤษฎีเกี่ยวกับกากบาทปริศนานี้แตกต่างกันออกไป
บางคนก็เชื่อว่ามันใช้เป็นเครื่องล่อเหยื่อให้มาติดกับ บ้างก็เชื่อว่ามันใช้หลอกผู้ล่าที่จะมาจับแมงมุมไปกิน (หลอกว่าแมงมุมตัวโตมากที่จริงตัวนิดเดียว) บ้างก็เชื่อว่ามันใช้พลางตัวไม่ให้สัตว์อื่นรู้ว่ามีแมงมุมอยู่ตรงกลาง
คิดกันไปต่าง ๆ นานา เถียงกันไปหลายรอบ แต่ก็ไม่มีใครรู้ชัดว่าที่จริงแล้วมันทำแบบนั้นทำไม เพราะการทำเช่นนั้นค่อนข้างเสียเวลาและพลังงานพอสมควรด้วย จนกระทั่งนักชีววิทยาแห่งมหาวิทยาลับเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลียทนความข้องใจนี้ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว พวกเขาจึงได้ทำการทดลองกับแมงมุม Argiope keyserlingi โดยจับแมงมุมเหล่านี้มาชักใยในห้องปฏิบัติการ จากนั้นก็แอบพังใยของมันด้วยวิธีการและระดับความรุนแรงต่าง ๆ กันไป
เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง พวกเขาสังเกตเห็นว่าแมงมุมกลุ่มที่ใยถูกจิ้มขาดเล็ก ๆ น้อย ๆ คล้ายแมลงมาติดแล้วดิ้นหลุด ไม่ได้ทอกากบาทใหญ่ขึ้น ในขณะที่แมงมุมกลุ่มที่โดนพังใยจนลุ่ยด้วยวิธีการหนัก ๆ คล้ายถูกสัตว์ขนาดใหญ่ชนขาดโดยไม่เจตนา มีแนวโน้มที่จะยอมสละเวลาและแรงงาน ลงทุนสร้างใยใหม่ให้มีกากบาทตรงกลาง และทุกครั้งมันจะทำกากบาทนั้นให้มีขนาดใหญ่และหนากว่าเดิม
จากการทดลอง พวกเขาจึงสรุปได้ว่า แมงมุมชักใยสร้างกากบาทขึ้นเพื่อเตือนให้สัตว์อื่น ๆ ที่ไม่ใช่เหยื่อของมัน เช่น นก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ฯลฯ รู้ว่าตรงนี้มีใยแมงมุมอยู่นะ อย่าเผลอมาชนเข้าล่ะ ซึ่งเป็นการป้องกันบ้านของตัวเองจากพวกสัตว์ซุ่มซ่ามนั่นเอง
ปริศนาของกากบาทบนใยแมงมุมก็ได้คลี่คลายลง พร้อมกับความรู้ใหม่เกี่ยวกับแมงมุมที่ว่า พวกมันไม่ใช่แค่นักชักใยตามสัญชาตญาณเท่านั้นซะแล้ว แต่มันยังคิด และปฏิบัติโดยการใช้หลักเหตุผลที่ค่อนข้างซับซ้อนได้ด้วย...
แอดมิน
http://magblog.audubon.org





















0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น