Be a Smart Consumer!!!

เดี๋ยวนี้เวลาไปไหนมาไหนแอดมินก็เห็นคนใช้ถุงผ้าหรือถุงกระดาษลดโลกร้อนกันเยอะแล้ว เห็นแล้วน่าดีใจว่าทุกคนอยากมีส่วนร่วมในการช่วยกันลดปัญหาสิ่งแวดล้อม แอดมินปกติไม่ค่อยชอบใช้ถุงพลาสติกมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ไม่ใช่เพราะมีจิตสำนึกเร็วกว่าคนอื่นหรอก แต่มีความรู้สึกว่ามันเยอะเกินไป ถุงพวกนี้พอรับมาแล้วจะทิ้งก็เสียดาย จะเก็บไว้มันก็รกเกิ๊น เก็บไว้ก็ไม่รู้จะเอาไปใช้ซ้ำตอนไหนด้วยนะ เพราะเราจะได้ใหม่มาเรื่อย ๆ เว้นแต่เราจะพกไป (แล้วใครมันจะพกล่ะ)

ตั้งแต่เริ่มมีการรณรงค์ลดโลกร้อน เดี๋ยวนี้ที่บ้านของแอดมินก็ใช้ถุงผ้าไปจ่ายตลาดเหมือนกัน อย่างคุณแม่เนี่ยก็อุตส่าห์ซื้อตะกร้าหวายมาถือ (อารมณ์ประมาณว่าคุณนายจ่ายตลาด) อยากช่วยลดโลกร้อน แต่ปรากฏว่าจนป่านนี้แล้ว แม่ค้าในตลาดก็ยังไม่ยอมให้ความร่วมมือเท่าไหร่ พอกลับถึงบ้านในตะกร้าก็จะเต็มไปด้วยถุงพลาสติกเหมือนเดิม ทั้งถุงนอก ถุงใน ถุงร้อน ถุงเย็น ถุงซ้อนถุง ซับซ้อนซ่อนเงื่อนมาก ไม่ได้ต่างอะไรไปจากเดิม เพียงแต่เอามันใส่ลงไปในตะกร้าอีกทีหนึ่ง

ส่วนคุณพ่อเป็นคนประเภทง่าย ๆ ยังไงก็ได้ แต่เขาเขินเวลาถือถุงผ้า เขาว่ามันดู “ตุ๊ดตู่มากเลยนะตัวเธอ” ครั้นถูกแม่กับลูกรณรงค์ใช้ถุงผ้าลดโลกร้อนหนักเข้าท่านก็เลยแก้ปัญหาด้วยการไม่ไปซื้อของ ให้แม่ไปซื้อแทนแล้วกัน

คุณน้านี่อาการหนักกว่าใคร ตั้งแต่มีการรณรงค์ใช้ถุงผ้า และมีการทำถุงน่ารัก ๆ ออกมาขาย น้าก็มีทุกสีทุกลายทุกแบบ แต่เวลาออกจากบ้านไม่ได้ถือไปหรอก ลืม ไปซื้อเอาใหม่ข้างหน้า ตอนนี้เลยมีถุงผ้าพอ ๆ กับจำนวนถุงพลาสติก เพราะตอนซื้อของก็ยังรับถุงพลาสติกเหมือนเดิม สิ้นเปลืองหนักเข้าไปใหญ่

ที่ร้านของแอดมิน พวกเด็ก ๆ ก็ใช้ถุงผ้ากันเยอะเลยนะ แต่มันคงเป็นถุงผ้าใช้แล้วทิ้งแน่ ๆ เพราะแต่ละคนไม่เคยเอาถุงเดิมมาใช้เลย เปลี่ยนใหม่ไปเรื่อย ๆ แถมระยะหลัง ๆ มันเริ่มดูมีราคาเกินประโยชน์ใช้สอย กลายเป็นแฟชั่นกันไปตามเรื่องตามราว โดยวิวัฒนาการจาก…

ถุงผ้าดิบที่ได้รับแจกมา > ถุงผ้าไนล่อนสวยหรู > ถุงกระดาษแข็งลายการ์ตูน > ถุงคล้ายกระดาษที่ทำจากพลาสติกแข็ง…. (อ่าว)

“พี่ ๆ ขอถุงพลาสติกด้วย จะได้แขวนหน้ารถสะดวก” ……….. (อ้าวววววววววววว แล้วถือไอ่ถุงนั่นมาทำลิงอะไร?)

แต่ลูกค้าบางคนก็น่ารักมาก ๆ ใช้ถุงพลาสติกใบเดิมซ้ำ ๆ จนขาดจึงจะขอเปลี่ยนใหม่ แบบนี้ไม่ต้องอาศัยถุงผ้าก็ดูดีมีสกุลรุณชาติมากพออยู่แล้ว ถ้าใช้ถุงผ้าจนขาดได้แบบนี้ขอกราบเชิญให้ขึ้นเป็นเยาวชนตัวอย่างไปเลย เท่มาก…

จำได้ว่าหลายปีก่อน ก่อนที่จะมีการรณรงค์ใช้ถุงผ้าซะอีก มีร้านเช่าซีดี/ดีวีดี เจ้าหนึ่งคิดทำถุงใส่ซีดีแจกฟรีให้ลูกค้าที่เป็นสมาชิกทุกคน มันก็คือร้านซึทาญ่า ซึ่งตอนนี้เปลี่ยนชื่อเป็นพ้อยโตะ (เปลี่ยนชื่อไปทำไมหว่า กำลังจะจำชื่อร้านได้อยู่แล้วเชียว) เค้าทำถุงใส่ดีมากเลยสวยด้วย ทำจากผ้าเนื้อดีสีน้ำเงิน มีช่องใส่บัตรสมาชิก จุดประสงค์คงอยากลดจำนวนการใช้ถุงพลาสติกในระยะยาว คือเวลามาเช่าก็ใส่ถุงนี้ เวลาเอามาคืนลูกค้าก็ใส่ถุงนี้มา จะได้ไม่ลืมบัตรสมาชิกด้วย ความคิดเข้าท่ามาก แอดมินก็ได้มาถุงหนึ่ง ช่วงเดือนที่เค้าแจก เวลาไปเช่าหนังก็จะเห็นคนถือไอ่ถุงแบบนี้ไป แต่หลังจากนั้นประมาณ 1 เดือน ก็ไม่เคยเห็นว่าปรากฏมีมนุษย์หน้าไหนถือมาใช้กันอีกเลย มันได้หายสาบสูญไปจากโลกนี้ในที่สุด (ยอมรับว่าแอดมินเองก็ทำหายไปแล้วเหมือนกัน) แล้วซึทาญ่า ก็ต้องกลับมาใช้ถุงพลาสติกเหมือนเดิม ความคิดดี ๆ ของผู้จัดทำก็กลายเป็นไอเดียห่วยแตกเสียงบประมาณแบบไร้ประโยชน์ไป

การรณรงค์ใช้ถุงผ้าก็ไม่ต่างจากการออกกฏหมายรัดเข็มขัดนิรภัยและใส่หมวกกันน็อค คือถ้ามีการตั้งด่านตรวจเมื่อไหร่ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี ๆ ก็ยังมีคนถูกจับถูกปรับมากมาย เพราะมันเกิดจากการบังคับ หรือไม่ก็ทำตาม ๆ กันไป ไม่ได้เกิดจากจิตสำนึก ไม่ว่าจะคิดค้นนโยบายอะไร รณรงค์ยังไง หรือผลิตของเลิศหรูเทวดาขึ้นมาให้ใช้ มันก็ไม่ได้ผลหรอกเพราะมันเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะเรื่องจริงก็คือ คนส่วนมากไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราใช้ถุงผ้ากันไปทำไม รู้แต่ว่า “ใช้แล้วเหมือนคนอื่นไง เค้าว่ากันว่าใช้แล้วดี กู้โลก”

คุณรู้หรือไม่ว่า…


1, ถุงผ้าที่ผลิตจากเส้นใยธรรมชาติจริง ๆ เท่านั้นจึงจะสามารถย่อยสลายตามธรรมชาติได้ 


2. ฝ้าย พืชวัตถุดิบที่นำมาผลิตเส้นใยธรรมชาติ เป็นพืชที่มีต้นทุนการปลูกสูงมาก ใช้น้ำ ปุ๋ย และสารเคมีมาก แถมขั้นตอนการผลิตถุงผ้าดิบก็ใช้ทรัพยากรและพลังงานสูงกว่า และปล่อยของเสียออกสู่ธรรมชาติมากกว่าการผลิตถุงผ้าจากเส้นใยสังเคราะห์เสียอีก


3. โชคไม่ดี ถุงผ้าที่ผลิตจากเส้นใยสังเคราะห์(โพลีเอสเตอร์) ไม่สามารถย่อยสลายได้ 


4. ถุงกระดาษอาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง เพราะมันผลิตจากต้นไม้ซึ่งเป็นทรัพยากรที่สามารถปลูกทดแทนได้ และสามารถย่อยสลายได้ แต่จากการเปรียบเทียบระหว่างถุงกระดาษกับถุงพลาสติก ปรากฏว่า ในการผลิตถุงกระดาษนั้นสร้างมลภาวะมากกว่าถุงพลาสติกหลายเท่า แถมพลังงานในการผลิตก็ไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ นอกจากนี้ พื้นที่ในการจัดเก็บ การขนส่ง และการนำไปฝังทำลายก็ใช้ต้นทุนสูงกว่ามาก (คิดเทียบในปริมาณเดียวกัน) 


5. ในการผลิตถุงพลาสติก จริงอยู่ว่ากระบวนการผลิตก็ใช้ทรัพยากรและสร้างของเสียสู่ธรรมชาติเหมือนกัน แต่วัตถุดิบในการผลิตถุงพลาสติกคือเม็ดพลาสติก ซึ่งเป็นผลผลิตปลายทางของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี จึงถือเป็นวัตถุดิบผลพลอยได้ มีต้นทุนการผลิตแสนจะต่ำ ผลิตได้ทีละมาก ๆ แต่มันย่อยสลายยากต้นทุนในการกำจัดจึงสูง


6. ขยะถุงพลาสติกในแต่ละวันมีปริมาณมากเหลือเชื่อ เพราะทุกคนใช้แล้วทิ้ง เฉพาะในกรุงเทพฯ มีขยะจากถุงพลาสติกถึง 1800 ตันต่อวัน ขยะพวกนี้หากนำไปเผาจะให้สารประกอบไฮโดรคาร์บอน หากนำไปฝังต้องใช้เวลาย่อยสลาย 450 ปี คงหาที่ฝังไม่ไหว จึงต้องนำไปเข้ากระบวนการกำจัด ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง


7. แต่หากจะนำมาเปรียบเทียบกันจริงจัง ตั้งแต่วัตถุดิบ การผลิต จนถึงการกำจัด ในจำนวนเท่ากัน ถุงผ้าและถุงกระดาษ ผลาญทรัพยากรมากกว่าและสร้างมลภาวะมากกว่าด้วย ยังไม่คิดต้นทุนการผลิตและการกำจัดที่สูงกว่า แต่ “ทั้งถุงผ้าและถุงกระดาษ มีอายุการใช้งานยาวนานกว่า”


8. นั่นแหละประเด็นคือ “มันใช้งานได้นาน” เค้าถึงรณรงค์ให้เอามาใช้แทนไง ไม่ใช่ว่าพอใช้ปุ๊บโลกหายร้อนเล้ยยยย แต่มันมีเงื่อนไขคือ “ต้องใช้ซ้ำ ใช้ซ้ำ ใช้ซ้ำ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ” เพื่อลดการใช้ถุงพลาสติกให้มากที่สุด


9. ถุงผ้าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าถุงพลาสติก ก็ต่อเมื่อ “ถูกนำมาใช้ซ้ำไม่ต่ำกว่า 500 ครั้ง” (ต่อ 1 ถุงนะ ไม่ใช่ใช้ 500 ครั้ง เพราะมีตั้ง 500 ถุง)

คำถาม…

ถ้าเรามีถุงผ้าอยู่ถุงหนึ่ง เราเคยเอาไปใช้แทนถุงพลาสติกถึง 100 ครั้งกันบ้างมั้ย ?

คำตอบ…

ม่ายยยยยยยยเคยยยยยยยยยยยยย!!! (แอดมินด้วย)

แล้วเราจะทำยังไงกันดี ?

สำหรับแอดมินก็ยังคงคิดว่าการใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติกนั้นเป็นไอเดียที่ดีอยู่ไม่น้อย อย่างน้อยมันก็ลดขยะได้ เพียงแต่เราต้องเพิ่มจิตสำนึกและความเข้าใจในการใช้ลงไปอีกเยอะ ๆ ต่อไปนี้ถุงไหนใช้ยังไม่ครบ 500 ครั้ง อย่าเพิ่งซื้อใหม่ ต้องใช้ให้ขาดคามือไปเลย

ใช้ไปนาน ๆ มันอาจจะขาด เก่า ขึ้นรา มอมแมม ไม่น่าดู และไม่น่าพกพาสักเท่าไหร่ ถึงตอนนี้เราอาจต้องปลูกฝังมุมมองใหม่ ๆ เช่น แทนที่จะชื่นชมถุงผ้าลายน่ารัก หันไปชื่นชมคนถือถุงผ้าเก่า ๆ ขาด ๆ แทน แล้วยกย่องให้เขาเป็นฮีโร่พิทักษ์โลกไปซะ

ทุกวันนี้บางทีเราก็หลีกเลี่ยงไม่ได้กับการใช้ถุงพลาสติก หากคิดกันในอีกมุมหนึ่ง การใช้ถุงพลาสติก หากใช้อย่างรู้คุณค่ามันจะเป็นการประหยัดทรัพยากรด้วยซ้ำไป ถ้าเรารู้จักนำมาใช้ซ้ำบ้าง และใช้เท่าที่จำเป็น อะไรใช้มือเปล่าถือได้ก็ถือ ต้องรู้จักบอกคนขายว่า “ไม่ต้องใส่ถุงก็ได้” มาถึงตอนนี้แล้วอยากช่วยโลกจริง เราก็ต้องช่วยกัน แม่ค้าไม่ให้ความร่วมมือ เราก็ต้องบังคับขืนใจ

สรุปสุดท้ายแล้ว การลดปริมาณขยะ ลดโลกร้อน และเรื่องอื่น ๆ มากมาย มันก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิ่งที่ผลิตออกมาใช้สักเท่าไหร่ แต่มันขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของผู้ใช้มากกว่า หากผู้ใช้มีความเข้าใจ และมีจิตสำนึกมากพอเขาก็จะรู้เองว่าควรใช้อะไรและใช้อย่างไร เพื่อให้ทรัพยากรที่เสียไปเกิดประโยชน์มากพอ และมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด…ทุกอย่างเริ่มต้นที่ “ตัวเรา”

แอดมิน

comments

You can leave a response, or trackback from your own site.

ถ้าไม่อยากเปิดเผยตัวตน เม้นท์ตรงนี้ก็ได้จ้า