Behide the Wall





มีคนสองคน ยืนอยู่คนละฝั่งของกำแพง


ทั้งสองเดินมาพบกัน ณ จุดหนึ่ง และเริ่มทักทายกัน


คนหนึ่งพูด “เปิดประตูให้ฉันเข้าไปในฝั่งของเธอบ้างสิ”


อีกคนหนึ่งตอบ “ไม่ได้หรอก ฉันปลูกต้นดอกไม้เล็ก ๆ เอาไว้ ฉันกลัวเธอจะเผลอเหยียบมัน”


“งั้นหรือ ถ้างั้นก็ไม่เป็นไร”




ต่อมาไม่นาน ทั้งสองคุ้นเคยกันมากขึ้น


คนหนึ่งพูด “เปิดประตูให้ฉันเข้าไปในฝั่งของเธอบ้างสิ ฉันจะระวังไม่ให้เหยียบต้นดอกไม้ของเธอ”


อีกคนหนึ่งตอบ “ฉันเลี้ยงนกตัวหนึ่งเอาไว้ เธออาจจะทำให้มันตกใจกลัวและบินหนีไป”


“งั้นหรือ ถ้างั้นก็ไม่เป็นไร”




ผ่านไปสักระยะ ทั้งสองเริ่มรู้สึกสนุกสนานที่ได้พบกัน


คนหนึ่งพูด “เปิดประตูให้ฉันเข้าไปในฝั่งของเธอบ้างสิ ฉันจะระวังไม่ให้เหยียบต้นดอกไม้ของเธอ และไม่ทำให้นกของเธอตกใจ”


อีกคนหนึ่งตอบ “ไม่ได้หรอก ฉันมีต้นแอปเปิ้ลวิเศษอยู่ต้นหนึ่ง ผลของมันมีน้อยและอร่อยมาก ฉันไม่ต้องการแบ่งมันให้กับเธอ”


“งั้นหรือ ถ้างั้นก็ไม่เป็นไร”




เมื่อเวลาผ่านไปอีก ทั้งสองก็เกิดความต้องการที่จะพบกันทุกวัน 


คนหนึ่งพูด “เปิดประตูให้ฉันเข้าไปในฝั่งของเธอบ้างสิ ฉันจะระวังไม่ให้เหยียบต้นดอกไม้ของเธอ และไม่ทำให้นกของเธอตกใจ ฉันสัญญาว่าจะไม่แตะต้องแอปเปิ้ลวิเศษของเธอเลย”


อีกคนหนึ่งตอบ “ไม่ได้หรอก ด้านหลังกำแพงนี้มีความลับของฉันเขียนเอาไว้อยู่ทั่วทั้งกำแพง ฉันไม่ต้องการให้เธอเห็นมัน”


“งั้นหรือ ถ้างั้นก็ไม่เป็นไร” 




เวลาผ่านไป และผ่านไป ทั้งสองสนิทสนมกันมากขึ้นเรื่อย ๆ 


แต่ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากขอเข้าไปในอีกฟากหนึ่งของกำแพงอีกแล้ว หากมีความลับเขียนอยู่อีกฟากของกำแพง มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะระวังไม่ให้มองเห็น




จนกระทั่งวันหนึ่ง… 


ประตูกำแพงได้เปิดออก


“เข้ามาสิ” 


“จะดีหรือ ถ้าฉันเข้าไป ฉันจะเห็นความลับบนกำแพงของเธอนะ”


“ฉันไม่สนว่าเธอจะเห็น เพราะความลับบนกำแพงนั้นฉันได้บอกเธอไปหมดแล้ว”




“แต่เธอไม่กลัวว่าจะต้องแบ่งแอปเปิ้ลให้ฉันหรือ?”


“ฉันเต็มใจแบ่งให้เธอนะ ฉันอยากให้เธอรู้ว่ามันวิเศษมากแค่ไหน”




“แล้วเธอไม่กลัวว่าฉันจะทำให้นกของเธอตกใจจนหนีไปหรือ?”


“มันจะหนีไปก็ไม่เป็นไรแล้ว เพราะฉันจะมีเธอมาอยู่ด้วยกันแทน”




“ฉันกลัวจะเผลอเหยียบถูกต้นดอกไม้ของเธอจัง”


“ฉันรู้ว่าเธอจะไม่ทำอย่างนั้นแน่ แต่หากเธอทำมันก็เป็นความผิดของฉันเอง เพราะฉันเป็นคนเปิดประตูให้เธอ”




ความรักก็เหมือนคนสองคนที่อยู่คนละฟากของกำแพง


หากเปิดประตูต้อนรับคนแปลกหน้าเร็วเกินไป ผู้มาเยือนจะไม่รู้ว่าควรทำตัวอย่างไร


เราจะไม่สามารถแบ่งปัน เสียสละ หรือให้อภัยในทุกความผิดของเขา


แต่ถ้าหากรอให้ถึงเวลาที่เหมาะสม คนผู้นั้นจะไม่มีวันทำในสิ่งที่เราไม่ชอบ


หรือหากเขาทำ เราก็พร้อมแล้ว ที่จะให้อภัย

LOAFmaster
นิทานอีกเรื่องหนึ่งของผม

comments

You can leave a response, or trackback from your own site.

12 Responses to “Behide the Wall”

  1. หูย โลฟอ่ะ บทความล่าสุดของแอดมินยังโชว์ได้ไม่ครบวันเลย มาโพสต์ทับได้ไง

  2. Treize says:

    กินใจจริงๆ เรื่องนี้

  3. ชอบ แค่นี้แหละ ฮาๆๆ

  4. Hi.Tree.Ka says:

    ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับคู่แท้นี่ดีจังนะ แต่สำหรับบางคู่..หากคนนึงไม่เคยพอ และอีกคนก็ต้องรออย่างไม่มีวันจบ..มันเศร้าจัง (T_T)

  5. บางคนสิครับ รู้ว่าเค้าจะไม่เปิดประตู แต่ก็ยังจะรอ

    T^T เศร้ากว่า

  6. Hi.Tree.Ka says:

    แง ๆ พากันเศร้า เดี๋ยวก็ได้เคล้าน้ำตากันหรอก

  7. โพสต์นี้ มีดราม่ากันด้วย อิอิ

  8. Hi.Tree.Ka says:

    เราเริ่มเหรอ??? อิอิ พาเรื่องดี ๆ ซึ้ง ๆ ให้ดราม่าเลย ^___^

    ขอโทษทีเถอะพ่อ ตัวฉันหาได้หมายตั้งใจเป็นเช่นนี้ไม่

    (ขุนศึกจบ…อารมณ์ยังไม่จบ)

  9. T T เศร้าด้วย ทีโพสต์ของแอดมิน ไม่เห็นมีคอมเม้นท์เยอะ ๆ แบบนี้บ้าง … น้อยใจ แง้

  10. Hi.Tree.Ka says:

    555 admin ใจเย็น ๆ น้อ ไปน้อยใจกับ คุณโลฟเน้ออ หุหุ

  11. บทความ admin เปี่ยมไปด้วยคุณตะพาบ น่ะครับเลยอยากจะคงคุณค่าไว้อย่างนั้น

  12. Anonymous says:

    แอดมินน่ารักอ่ะ

ถ้าไม่อยากเปิดเผยตัวตน เม้นท์ตรงนี้ก็ได้จ้า