Archive for the ‘ประวัติศาสตร์’ Category

lobotomy

การรักษาที่เปลี่ยนคนเป็นซอมบี้

  ตั้งแต่ปี ค.ศ.1935 นายแพทย์ชาวโปรตุเกสชื่อโมนิซ พบว่าเขาสามารถทำให้ผู้ป่วยทางจิตสงบลงได้ด้วยการตัดเส้นประสาทบริเวณ สมองกลีบหน้า เรียกการรักษานี้ว่า “การผ่ากลีบ” (lobotomy) การผ่ากลีบไม่ใช่การผ่าตัดจริงๆ แต่เป็นการ เสียบเหล็กแหลมเข้าไปที่สมองกลีบหน้าแล้วขยับไปมาให้เส้นประสาทเสียหาย คนไข้จะได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก คนที่รอดตายต้องใช้ชีวิตอย่างคนพิกลพิการที่มีปัญหาทางอารมณ์บางคนกลายเป็น คนไร้อารมณ์ ไม่ตอบสนองต่ออะไรเหมือนซอมบี้ไปเลย บางคนกลายเป็นคนที่ทำตัวเหมือนเด็ก หรือไม่ก็เป็นโรคสมองเสื่อม

Lost Adams Diggins1

ขุมทองที่หายสาบสูญของอดัมส์ (Lost Adams Diggins)

ในช่วงทศวรรษที่ 1860 ช่วงนั้นในแถบอเมริกายังมีการต่อสู้กันระหว่างคนผิวขาวกับชาวพื้นเมืองคือพวกอินเดียนแดงเผ่าต่าง ๆ ยุคนั้นมีผู้ออกเดินทางล่าสมบัติกันอยู่มากมาย เช่น พวกที่เดินเรือไปยังเกาะต่าง ๆ เพื่อแสวงโชค หรือพวกที่ออกเดินทางตามหาขุมทรัพย์และเหมืองแร่  มีชายคนหนึ่งทราบเพียงชื่อว่า อดัมส์ (Adams) เดิมทีเขาเป็นเพียงนักเดินทางธรรมดา ๆ คนหนึ่งซึ่งออกเดินทางจากนิวยอร์คไปยังเมืองทูซอน อริโซน่า แต่ระหว่างทางถูกพวกอินเดียนแดงเผ่าอาปาเช่โจมตี เกวียนและสัมภาระต่าง ๆ ก็ถูกเผาทิ้งหมด แต่เขาหนีรอดไปได้พร้อมกับม้าอีกจำนวนหนึ่ง เขาจึงเปลี่ยนเส้นทางไปเมืองซาคาตันเพื่อขายม้า ที่เมืองนั้นเขาเจอกับ จอห์น บรูเวอร์ หัวหน้านักขุดทองและคนงานของเขาอีก 12 คน พร้อมทั้งคนนำทางชาวเม็กซิกันพื้นเมือง อดัมส์จึงขอเข้าร่วมในขบวนการขุดทองในฐานะเพื่อน โดยจ่ายค่าเดินทางด้วยม้าของเขา 

fairy1

Cottingley…ที่ซึ่งนางฟ้ามีตัวตน!!!

เขียนเรื่องนี้แอดมินอยากจะเริ่มต้นว่า…กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีหมู่บ้านเล็ก ๆ และเงียบสงบ อยู่ทางตอนเหนือของอังกฤษ ชื่อว่าหมู่บ้านคอตติงลีย์ ซึ่งไม่ได้มีความพิเศษอะไร แต่มีเด็กหญิงสองคนที่เคยเห็นและได้เป็นเพื่อนกับนางฟ้าตัวเล็ก ๆ หรือ “แฟรี่” ฟังดูเพ้อเจ้อจังเลย แต่แอดมินกำลังจะบอกว่ามันคือ “เรื่องจริง” หรืออย่างน้อยก็เคยเป็นเรื่องจริงอยู่ในชั่วระยะเวลาหนึ่ง ลองจินตนาการดูสิว่ามันจะเป็นยังไง ถ้าผู้คนพากันเชื่ออย่างสนิทใจว่า “นางฟ้าและภูตมีอยู่จริง” คงเป็นโลกที่สวยงามดีนะ

เลนินกราด…อดตาย แต่ไม่แพ้

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง (ราว 70 ปีที่แล้ว) เมื่อวันที่ 8 กันยายน ค.ศ.1941 กองทัพฮิตเลอร์ซึ่งกำลังบุกผ่านรัสเซีย พยายามเข้ายึดเมืองเลนินกราด (Leningrad) เนื่องด้วยเมืองเลนินกราดตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์สำคัญในอ่าวฟินแลนด์ (เมืองเลนินกราดคือเมืองเซนต์ปีเตอร์เบิร์กในปัจจุบัน) รวมทั้งเป็นเมืองที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของสหภาพโซเวียต ฮิตเลอร์จึงสั่งการอย่างเด็ดขาดว่า ให้ทำลายเมืองให้ราบเป็นหน้ากลอง และฆ่าสังหารประชาชนทุกคน อย่าให้มีเหลือรอดไปได้ ชีวิตของชาวเมืองเลนินกราดราว 3 ล้านคน ต้องเผชิญความเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงในทันที แต่ชาวเมืองก็ไม่ได้ถอดใจยอมแพ้ กลับตระเตรียมการพร้อมรับมืออย่างแข็งขัน ชาวเมืองประมาณ 1 ล้านคนถูกเกณฑ์ไปสร้างป้อมปราการรวมถึงแนวลวดหนามยาว 635 กิโลเมตร และคูสนามเพลาะต่อสู้รถถังระยะทาง 700 กิโลเมตร แถมยังมีกองทัพแดงขนาดใหญ่ นำโดยจอมพลกิออร์กี้ ชูคอฟ และกองกำลังทางอากาศขนาดเล็กพร้อมต่อสู้ “สู้จนกว่าจะตายและไม่อนุญาตให้ใครสักคนร้องขอชีวิตหรืออาหารจากพวกมัน” เมื่อเผชิญกับแนวการป้องกันแน่นหนาเช่นนี้ กองทัพเยอรมันเองก็ไม่อยากสูญเสียไพร่พลทหารโดยใช่เหตุ ล้มเลิกความคิดที่จะบุกเมือง แต่เริ่มปฏิบัติการปิดล้อมเมืองแทน โดยหวังว่าเมื่อชาวเมืองเริ่มอดอยากอ่อนแรงก็จะเข้ายึดเมือง การปิดล้อมเมืองนี้กินเวลายาวนานถึง 872 วัน แต่เยอรมันก็ไม่อาจยึดเอาเมืองเลนินกราดมาได้ ทันทีที่เริ่มปฏิบัติการปิดล้อมเมือง ก็เหมือนเป็นฝันร้ายของชาวเมืองเลนินกราด พวกเขาได้รับความเดือดร้อนอย่างมากภายในเวลาอันรวดเร็ว ในช่วงฤดูหนาวแรก เมืองเลนินกราดก็เริ่มขาดแคลนเชื้อเพลิง น้ำ ไฟฟ้า และอาหาร โชคไม่เข้าข้างเมื่อฤดูหนาวของปี […]

มาเรีย มาร์เตน กับโรงนาสีแดง

มีเรื่องชวนพิศวงอันโด่งดังเรื่องหนึ่งเกิดขึ้นที่หมู่บ้านโพลสเตด(Polstead) ประเทศอังกฤษ เรื่องเริ่มจากมีหญิงสาวชาวบ้านคนหนึ่งชื่อ มาเรีย มาร์เตน (Maria Marten) วัย 24 ปี เธอเป็นลูกสาวของชาวบ้านธรรมดาที่มีอาชีพจับตุ่น ชื่อนายโธมัส มาร์เตน (Thomas Marten) พวกเขามีฐานะค่อนข้างยากจน มาเรียเป็นหญิงสาวที่มีหน้าตาธรรมดา ไม่ได้มีความสะสวยโดดเด่นอะไร แต่เธอเป็นคนหัวสูง ความยากลำบากทำให้เธอหวังที่จะได้แต่งงานกับคนรวย ต่อมา มาเรียได้พบกับ วิลเลียม คอร์เดอร์ บุตรชายคนที่ 3 ของครอบครัวเกษตรกรที่มีฐานะร่ำรวยในหมู่บ้าน เขาเป็นชายหนุ่มดูดีมีหญิงสาวมาติดพันมากมาย มาเรียจึงรีบเสนอตัวให้วิลเลียมโดยไม่สนใจชื่อเสียงด้านลบของเขา  ใคร ๆ ก็ตั้งฉายาให้วิลเลียมว่า “หมาจิ้งจอก” เพราะเขามีนิสัยกลับกลอก เจ้าเล่ห์ และขี้โกง เขามีประวัติปลอมแปลงเอกสารและโกงผลผลิตของชาวบ้านด้วย แม้แต่พ่อของตนเองเขาก็โกงมาแล้ว พ่อต้องส่งเขาไปอยู่ลอนดอนเพราะอับอายชาวบ้าน  แต่ไม่นานพี่ชายคนหนึ่งของเขาก็จมน้ำตาย ต่อมาพ่อและพี่ชายอีกของเขาก็ตายลงอย่างมีเงื่อนงำอีก ทำให้มรดกและที่ดินทั้งหมดตกเป็นของวิลเลียมแต่เพียงผู้เดียว มาเรียและวิลเลียมมักเข้าไปพลอดรักกันในยุ้งฉางขนาดใหญ่บนเนินเขาบาร์นฟิลด์ (Barn field Hill) ยุ้งนั้นก่อสร้างด้วยไม้ มุงด้วยกระเบื้องสีแดง เมื่อพระอาทิตย์ยาวเย็นสาดแสงเข้ามา จะมองดูเหมือนโรงนานั้นอาบไปด้วยสีแดง จนชาวบ้านเรียกมันว่า “โรงนาสีแดง” เมื่อมาเรียตั้งท้อง เธอพยายามกดดันให้วิลเลียมแต่งงานด้วย แต่เขาก็ทำเป็นนิ่งเฉย […]

นอสตราดามุส

เบื้องหลังตำนาน…นอสตราดามุส

  อยากเขียนบทความนี้ เพราะปีนี้คือปี 2012 ตรงกับสารพัดคำทำนายว่าโลกจะถึงกาลอวสานแล้ว หมู่นี้คุยกับใคร ก็มักจะได้ยินประโยคปลง ๆ ว่า “ช่างเหอะ เดี๋ยวปีนี้โลกก็แตกแล้ว…” ทำให้คิดถึงเมื่อปี 2000 และนักทำนายอนาคตผู้โด่งดังคนหนึ่ง   อย่างที่เราทราบกันแล้วว่า คำทำนายที่มักจะได้รับความนิยมสนใจตลอดกาลมักจะเป็นคำทำนายที่ฟังดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เช่น การทำทายเรื่องโลกแตก หรือภัยพิบัติต่าง ๆ ถ้าหากมีใครสักคนทำนายสิ่งเหล่านี้ไว้ได้ถูกต้องครั้งหนึ่งแล้ว เขาก็จะกลายเป็นเหมือนศาสดาอะไรสักอย่างไปเลย เหมือนกับบุรุษผู้มีนามเป็นที่รู้จักว่า “นอสตราดามุส”

อ้อมโลกเพื่อกลับบ้าน

ทหารเยอรมันเดินทางอ้อมโลกเพื่อ…กลับบ้าน ปฏิบัติการของเยอรมันในมหาสมุทรอินเดียจบสิ้นลงเมื่อพวกออสเตรเลียจมเรือรบเยอรมัน ทหารเรือเยอรมันต้องหนีตาย พวกเขาหาทางกลับบ้าน แต่จะทำอย่างไรกับระยะทางครึ่งโลกท่ามกลางข้าศึกรอบทิศ… ในตอนเริ่มต้นสงครามโลกครั้งที่ 1 เรือรบเอ็มเดน(Emden) จมเรือศัตรูในมหาสมุทรอินเดียหลายลำ ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 1914 ทหารเรือ 50 นาย ขึ้นฝั่งบนเกาะเล็ก ๆ ชื่อเกาะไดเร็คชัน(Direction Island) นำโดยนาวาตรี เฮลมุธ ฟอน มึกค์(Helmuth von Moltke) พวกเขาจู่โจมสถานีโทรเลขของออสเตรเลีย แต่ทันใดนั้น เรือเอ็มเดนก็ถูกเรือรบหุ้มเกราะของออสเตรเลียจู่โจม ทหารเยอรมันไม่สามารถป้องกันการโจมตีได้ ต้องเฝ้าดูเรือรบของตนถูกกระสุนปืนใหญ่ระดมยิง แต่พวกเขาไม่ยอมแพ้ กลับตั้งมั่นเดินทาง 11,000 กิโลเมตร อ้อมกลับไปครึ่งโลก แรกสุดพวกเขายึดเรือใบสคูนเนอร์ ชื่อ เอชา ซึ่งทอดสมออยู่ในอ่าวแห่งหนึ่ง กัปตันเรือใบคนเก่าตะโกนเย้ยว่า “โชคดีแล้วกัน เรือนั่นรั่วยังกับกระชอน” และหลังจากแล่นเรือไปได้ไม่กี่ไมล์ทะเล พวกเขาก็รู้ชัดว่าคำเตือนนั้นเป็นความจริง ไม้ผุ ใบเรือก็ปุปะ แทบจะลอยน้ำไม่ได้ พวกทหารต้องซ่อมแซมโรงศพลอยน้ำของตนกันตลอดทั้งวันทั้งคืนเท่าที่จะทำได้ แต่พวกเขาก็ประสบความสำเร็จในการเดินเรือไปยังปาดัง(Padang) อินโดนีเซีย จากที่นั่น ลูกเรือขึ้นเรือขนส่งสินค้าของเยอรมันไปยังอัลฮูเดย์ดา(Al-Hudeidah) บนคาบสมุทรอาหรับ ในวันที่ […]