The illusion of doubles มีคนปลอมตัวเป็นเพื่อนฉัน!!!

 

วันนี้แอดมินจะมานำเสนอเรื่องจริงที่อาจจะฟังดูแปลก ๆ สักเล็กน้อย (หลายคนอาจนึกในใจว่าบทความที่เขียนมาทั้งหมดนี้ก็หาเรื่องที่ไม่แปลกแทบไม่ได้อยู่แล้วไม่ใช่เรอะ…เอาเหอะ) มาเริ่มกับด้วยคำถามแปลก ๆ เลยแล้วกัน…

 

มีใครเคยรู้สึกว่า คนรอบ ๆ ตัวของคุณ คนที่คุณรู้จักคุ้นเคยเป็นอย่างดีที่แท้คือใครก็ไม่รู้ปลอมตัวมาบ้างไหม? เช่น คุณอาจจะรู้สึกว่า แม่ของคุณ ที่แท้ไม่ใช่แม่ตัวจริง แต่เป็นคนอื่นปลอมตัวมาเป็นแม่ เป็นต้น

 

ถ้าใครเคยรู้สึกแบบนี้ แสดงว่าตัวคุณเองเริ่มผิดปกติแล้วนะ

 

มีคนสงสัยแน่ ๆ ว่าเหตุการณ์แบบนี้มันจะเกิดขึ้นได้ยังไง มีคนที่รู้สึกแบบนั้นจริง ๆ เหรอ? จะบอกว่า จริงมาก มีคนที่รู้สึกแบบนั้นจริง ๆ และมีเยอะด้วย ที่แท้มันคือความผิดปกติทางจิตรูปแบบหนึ่งที่เรียกว่า “กลุ่มอาการระบุสิ่งต่าง ๆ ผิดเพี้ยนเนื่องจากการหลงผิด (Delusional Misidentification Syndrome หรือ DMS)” มักพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย (75% เป็นเพศหญิง)

 

อาการ DMS นี้มีหลายลักษณะ ลักษณะที่กล่าวถึงไปแล้วข้างต้น คือ “เห็นตัวจริง แต่เชื่อว่าเป็นตัวปลอม” ก็เป็นหนึ่งใน DMS เรียกว่า Capgras syndrome หรือ “อาการหลงผิดแบบแคปกราส์ (Capgras delusion)”

 

คนที่มีอาการหลงผิดแบบแคปกราส์นี้ จะเชื่อว่าคนที่ตนเองรู้จักนั้นที่แท้เป็นคนอื่นปลอมตัวมา และจะเกิดความรู้สึกนี้เมื่อเห็นหน้าคน ๆ นั้น ตัวอย่างเช่น สมมติมีคน ๆ หนึ่งชื่อ เอ เป็นเพื่อนสนิทกับ บี และวันหนึ่ง บี โทรมาบอกว่าจะไปหาที่บ้านเพื่อทานข้าวเย็นด้วยกัน ในขณะที่คุยโทรศัพท์นั้น เอ ก็รู้สึกว่า บี นั้นคือเพื่อนของตนจริง ๆ อย่างไม่ต้องสงสัย พอถึงเวลานัด บี ก็มายืนอยู่หน้าประตู แต่พอ เอ เห็นหน้า บี ปุ๊บ กลับรู้สึกทันทีว่า “คน ๆ นี้หน้าตาเหมือนเพื่อนเราจริง ๆ แต่ฉันไม่รู้สึกคุ้นเคยกับเขาเลย” ดังนั้น เอ จึงสรุปอย่างสมเหตุสมผลในมุมมองของเขาว่า คนที่ยืนอยู่หน้าประตูคือใครก็ไม่รู้ที่ปลอมตัวเป็นเพื่อนของเขา และแน่นอน มันเกิดปัญหาแหง ๆ ถ้ารู้สึกแบบนั้นน่ะนะ

 

คนที่มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นตัวปลอมอยู่บ่อย ๆ มักจะเป็นคนที่มีความใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการนี้มาก ๆ เช่น พ่อ แม่ พี่ น้อง เพื่อนสนิท คู่แต่งงาน เป็นต้น (ภาษาอังกฤษมักใช้คำว่า double หรือ imposter แทนผู้ที่ถูกเข้าใจว่าปลอมตัวมา)

 

 

แต่โรคจิตประหลาด ๆ แบบนี้มันเกิดขึ้นได้ยังไงกันล่ะ ?

 

ก็เป็นเพราะว่าเวลาที่เราเห็นคนรู้จักหรืออะไรก็ตามที่เราเคยรู้จัก จะมีสมองสองส่วนที่ทำหน้าที่ประมวลผลสิ่งที่เห็นนั้นเพื่อตอบสนองต่อสิ่งที่เห็นตามความเหมาะสม คือ สมองส่วนหนึ่งจะเปรียบเทียบสิ่งที่เห็นกับความทรงจำที่มีอยู่ ว่าเราเคยเห็นคนนี้หรือสิ่งนี้มาหรือยัง และสมองอีกส่วนหนึ่งจะทำหน้าที่เกี่ยวกับความรู้สึกที่ก่อให้เกิดความผูกพันระหว่างเรากับสิ่งนั้น ไม่ว่าจะเป็นการมองเห็น ได้ยิน หรือจากการรับรู้ใด ๆ ก็ตาม และสมองทั้งสองส่วนดังกล่าวก็จะทำงานสัมพันธ์กันเป็นอย่างดี ประมาณว่าแชร์ข้อมูลกันนั่นแหละ แต่ถ้าหากเกิดความผิดปกติเกี่ยวกับการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างสมองสองส่วนนี้ ก็จะกลายเป็นว่าการรับรู้นั้น ขัดแย้งกับความรู้สึก คือ รู้ว่าใช่ แต่ไม่รู้สึกผูกพัน จึงสรุปเอาเองว่า “ตัวปลอมแน่ ๆ”

 

ซึ่งมันก็คือเหตุผลที่ว่า ทำไมเวลาคุยโทรศัพท์จึงไม่รู้สึกว่าเป็นตัวปลอม แต่พอเห็นหน้าแล้วกลับรู้สึกว่าไม่ใช่ตัวจริงนั้นเอง

 

แล้วมันก็ยังมีความผิดปกติแปลก ๆ ที่ตรงกันข้ามกับเคสนี้ด้วยนะ

 

คือนอกจากจะมีคนที่รู้สึกว่าคนใกล้ชิดคือคนอื่นปลอมตัวมาแล้ว ยังมีคนที่รู้สึกว่าคนที่ไม่รู้จัก คือคนใกล้ชิดของเราอีกด้วย ซึ่งเป็นอาการที่ตรงกันข้ามกันเลย แต่ก็จัดอยู่ในกลุ่มอาการ DMS เหมือนกัน เรียกว่า Fregoli Syndrome “อาการหลงผิดแบบเฟรโกลี (Fregoli delusion)” ซึ่งคนที่มีอาการหลงผิดแบบเฟรโกลี จะคิดว่าคนรอบ ๆ ตัวซึ่งไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลย ที่แท้เป็นคนสนิทปลอมตัวมา และมักคิดว่าคนที่ตนเองรู้จักนั้นสามารถปลอมตัวเป็นใครก็ได้ และบางครั้งก็มั่นใจมากว่าคนแปลกหน้าที่ตนเองพบเจอ คือคนรู้จักที่ปลอมตัวมา

 

อย่างไรก็ตาม คนที่มีอาการหลงผิดมักจะเป็นบุคคลที่มีอาการทางจิตอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น เป็นโรคจิตประเภทหวาดระแวง เป็นโรคจิตที่มีความผิดปกติทางอารมณ์ เป็นต้น

 

 

นอกจากนี้ก็ยังมีคนที่มีความรู้สึกนึกคิดที่ผิดปกติแบบแปลก ๆ อีกหลายแบบ เช่น

 

– เชื่ออย่างจริงจังว่ามีคนอีกคนหนึ่งที่เหมือนกับตนเองทุกอย่าง แต่มีความคิดตรงข้ามหรือต่างออกไป กำลังดำเนินชีวิตอยู่ในขณะนี้ คือพวกที่เชื่อว่าได้เห็นหรือได้สัมผัสกับสิ่งที่เรียกว่า ด็อพเพลแกงเจอร์ (Doppelganger) เรียกอาการ Syndrome of subjective doubles

 

– เชื่อว่าคนบางคนได้เปลี่ยนแปลงไปเป็นอีกคนหนึ่ง ที่มีความแตกต่างทั้งรูปร่างและสภาพจิตใจ เรียกอาการ Syndrome of intermetamorphosis

 

– เชื่อว่าสิ่งที่ตนเองคุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็น ผู้คน สิ่งของ สถานที่ ฯลฯ นั้นล้วนแต่ไม่ใช่ของจริง เป็นเพียงภาพลวงตาหรือวัตถุอีกชิ้นหนึ่งที่เหมือนจริงเท่านั้น เรียกอาการ Reduplicative paramnesia

 

– ระบุส่วนต่าง ๆ ของร่างกายผิด และรู้สึกเหมือนอวัยวะนั้นไม่ใช่ร่างกายของตนเอง เรียกอาการ Asomatognosia

 

– เชื่อว่าตนเองไม่มีอยู่จริง เชื่อว่าตนเองตายไปแล้ว หรือไม่ก็คิดว่าตนเองกำลังเน่าเปื่อยผุพัง เรียกอาการ Cotard syndrome

 

เป็นต้น

 

ยังมีอาการแปลก ๆ อีกมากมายที่เป็นอาการหลงผิด หรือเป็นอาการร่วมของอาการหลงผิดในแบบต่าง ๆ ซึ่งแอดมินก็เห็นว่าแปลกดี และคงน่าปวดหัวดีถ้าเราเป็นอย่างนั้น หรือคนรอบตัวเราเป็นอย่างนั้น เอาไว้คราวหน้าจะเอามาเล่าเพิ่มเติมให้ฟังอีกค่ะ

 

แอดมิน
อ่านบทความเกี่ยวกับ Doppelganger “คลิกที่นี่”
http://en.wikipedia.org/wiki/Capgras_delusion
http://en.wikipedia.org/wiki/Delusional_misidentification_syndrome

comments

You can skip to the end and leave a response. Pinging is currently not allowed.

ถ้าไม่อยากเปิดเผยตัวตน เม้นท์ตรงนี้ก็ได้จ้า